เนชั่นทีวี

ข่าว

สหรัฐฯ สูญเสียงบมหาศาลตั้งแต่ต้นจนปิดดีลกับ "อิหร่าน"

16 มิ.ย. 2569 | thunchanok_kul

สหรัฐฯ สูญเสียงบมหาศาลตั้งแต่ต้นจนปิดดีลกับ "อิหร่าน"

การที่ทรัมป์ประกาศว่า ดีลสงครามระหว่างสหรัฐฯกับอิหร่าน ใกล้บรรลุแล้วนั้น ไม่ได้หมายความว่า ทุกอย่างจะกลับไปสู่จุดที่ยังไม่เริ่มต้น เพราะงบสงครามที่ถลุงและเศรษฐกิจที่พังไป มันเกินกว่าที่คนอเมริกันจะยอมรับได้

16 มิถุนายน 2569 นับตั้งแต่สหรัฐฯ ร่วมมือกับอิสราเอล เปิดฉากทำสงครามกับอิหร่าน ภายใต้ปฏิบัติการ Operation Epic มาจนถึงวันที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศว่า ใกล้จะปิดดีล และสองฝ่ายจะมีการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ในวันศุกร์ (19 มิถุนายน) ที่จะถึงนี้ กลับมีข่าวที่สั่นคลอนรัฐบาลรีพับลีกัน ขณะที่การเลือกตั้งกลางเทอมจะมาถึงในเดือนพฤศจิกายน เมื่อผู้เชี่ยวชาญที่ใกล้ชิดกับทรัมป์ ออกมาพูดเองว่า อิหร่าน "จะได้เงินชดเชยสงคราม" ถึง 3 แสนล้านดอลลาร์ และนั่นจะนำมาซึ่ง "หายนะ" 

แม้จะยังไม่มีการเปิดเผยตัวเลขที่ชัดเจน เกี่ยวกับค่าใช้จ่ายที่ละลายไปในสงคราม แต่ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่า น่าจะเฉียด 1.1 ล้านดอลลาร์ หรือสูงกว่านั้น เห็นได้จากการของบประมาณด้านกลาโหม 1.5 ล้านล้านดอลลาร์ สำหรับปีงบประมาณ 2570 

วอลสตรีท เจอร์นัล (Wallstreet Journal) รายงานว่า ในช่วง 3 สัปดาห์แรกของสงคราม สหรัฐฯ เผชิญความสูญเสียราว 1,400-2,900 ล้านดอลลาร์ เมื่ออิหร่านตอบโต้ด้วยการโจมตีทรัพย์สินทางทหารที่มีมูลค่าสูง กับโครงสร้างพื้นฐานทางทหารทั่วภูมิภาค ฝ่ายบริหารของทรัมป์ ได้ประเมินในการบรรยายสรุปต่อสมาชิกวุฒิสภา ในการประชุมลับว่า เพียงแค่ 6 วันแรก สหรัฐฯ ใช้จ่ายไปแล้วอย่างน้อย 11,300 ล้านดอลลาร์ 

ขณะที่ค่าใช้จ่ายรายวันนั้น บางวันเกือบ 2,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งในช่วงสองวันแรกของการโจมตี มีการใช้กระสุน และอาวุธยุทโธปกรณ์คิดเป็นมูลค่าสูงถึง 5,600 ล้านดอลลาร์

เชื่อว่า ฝ่ายบริหารของทรัมป์ จะยังไม่ยอมเปิดเผยตัวเลขค่าใช้จ่าย ที่ถูกถลุงไปในเวลานี้ เพราะเชื่อว่าจะสร้างความโกรธแค้นให้กับชาวอเมริกัน ที่ได้รับผลพวงจากสงคราม 
โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจและพลังงาน 

สหรัฐฯ สูญเสียงบมหาศาลตั้งแต่ต้นจนปิดดีลกับ "อิหร่าน"

สงครามที่ทำให้อิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซ ยังทำให้สหรัฐฯ ต้องดึงน้ำมันสำรองฉุกเฉินมาใช้ ทำให้ปริมาณน้ำมันสำรองยุทธศาสตร์ (SPR) ของสหรัฐฯ ลดลงเหลือ 340.3 ล้านบาร์เรล เป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 1983 ซึ่งคลังสำรองน้ำมันของสหรัฐฯ สามารถกักเก็บน้ำมันได้มากถึง 714 ล้านบาร์เรล และมีการบริโภคน้ำมันในประเทศ ประมาณ 21 ล้านบาร์เรลต่อวัน

ประวัติการปล่อยน้ำมันจากคลังสำรอง :

วิกฤตสงครามรัสเซีย-ยูเครน (ปี 2022) ได้มีการระบายน้ำมันครั้งประวัติศาสตร์ 180 ล้านบาร์เรล ในสมัยอดีตประธานาธิบดีโจ ไบเดน ที่สั่งระบายน้ำมันดิบออกจากคลัง SPR ในอัตรา 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน เป็นเวลา 6 เดือน

สงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน (ปี 2026) :

มีการประกาศปล่อยน้ำมัน 172 ล้านบาร์เรล โดยสหรัฐฯ ดึงน้ำมันออกจากคลัง SPR ไปแล้วกว่า 75 ล้านบาร์เรล (ลดลงราว 18% ภายในเวลาเพียงไม่กี่เดือน) และมีปล่อยเพิ่มเติมล่าสุดอีก 8.9 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่ผ่านมา

แม้ว่าในช่วงปี 2024-2025 สหรัฐฯ จะพยายามทยอยซื้อน้ำมันกลับมาเติมคลัง แต่เมื่อมาเจอกับวิกฤตความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และสงครามกับอิหร่านในปี 2026 ซ้ำเติม ทำให้ต้องดึงน้ำมันออกจากคลังอย่างรวดเร็ว เพื่อพยุงราคาพลังงาน จนทะลุสถิติต่ำสุดในรอบกว่า 40 ปี

สหรัฐฯ สูญเสียงบมหาศาลตั้งแต่ต้นจนปิดดีลกับ "อิหร่าน"  

นอกจากค่าใช้จ่ายที่ละลายไปโดยที่อิหร่านไม่ได้มีท่าทีว่าจะอ่อนแอลง ทั้งยังคงเงื่อนไขเรื่องโครงการนิวเคลียร์ กับการโจมตีเลบานอนไว้อย่างเหนียวแน่น ทำให้เกิดข้อสงสัยว่า เหตุใดอิหร่านจึงยอมที่จะปิดดีลด้วย และคำตอบที่น่าจะชัดเจนที่สุด มาจากมาร์ค ธีสเซน ผู้เชี่ยวชาญของฟ็อกซ์ นิวส์ (Fox News) และคอลัมนิสต์ของวอชิงตัน โพสต์ (Washington Post) ที่เรียกแผนการของรัฐบาลทรัมป์ ในการจัดตั้งกองทุนฟื้นฟูอิหร่านมูลค่า 300,000 ล้านดอลลาร์ว่าเป็น "หายนะ" เพราะมันเหมือนกับการเสนอแผนการมาร์แชล (Marshall Plan) เพื่อฟื้นฟูเยอรมนี ในขณะที่นาซียังครองอำนาจ 

ความเห็นของธีสเซน ถือว่าจุดกระแสความสนใจเป็นพิเศษ เพราะเขาได้ชื่อว่า เป็นคนที่มีอิทธิพลต่อนโยบายต่างประเทศของฝ่ายบริหารของทรัมป์ และมีความสัมพันธ์ส่วนตัวกับทรัมป์ด้วย ส่วนแผนมาร์แชลล์ คือ โครงการฟื้นฟูยุโรป (European Recovery Program) ที่สหรัฐฯ นำมาใช้ในปี 1948 เพื่อช่วยเหลือทางเศรษฐกิจแก่ยุโรปตะวันตก หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ด้วยงบประมาณกว่า 13,300 ล้านดอลลาร์ เพื่อบูรณะพื้นที่ที่เสียหายและป้องกันการขยายตัวของลัทธิคอมมิวนิสต์

เอ็ด โอ'คีฟ ของสถานีโทรทัศน์ CBS ได้จี้ถามรองประธานาธิบดี เจดี แวนซ์ ในเวลาไล่เลี่ยกันว่า "ชาวอิหร่านบอกว่า พวกเขาจะได้รับเงินทุนฟื้นฟู 300,000 ล้านดอลลาร์ เป็นเรื่องจริงหรือไม่" ซึ่งแวนซ์ไม่ได้ตอบตรง แต่บอกว่า นั่นคือสิ่งที่พวกเขาอาจเข้าถึงได้ ตราบใดที่พวกเขาทำตามพันธกรณีในส่วนของตัวเอง

ถ้าเรื่องนี้เป็นความจริง ก็เท่ากับว่า สหรัฐฯ ทุ่มเงินมหาศาลไปกับการทำสงคราม ที่ไม่ได้สร้างความเปลี่ยนแปลง ระบอบการปกครองของอิหร่านยังคงดำเนินต่อไป แม้ว่าจะเปลี่ยนตัวผู้นำสูงสุด ทั้งยังมีขีดความสามารถในการโจมตีตอบโต้ ที่ไม่เพียงสร้างความเสียหายให้แก่ทรัพย์สินสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง แต่ยังก่อหายนะให้แก่ชาติพันธมิตรโดยเฉพาะประเทศที่เป็นที่ตั้งฐานทัพสหรัฐฯ ด้วย และถ้าต้องจ่ายเงินเพื่อปิดดีลด้วยแล้ว ก็ต้องถามใจคนอเมริกันว่า จะยอมรับได้หรือไม่ และผลเลือกตั้งกลางเทอมปีนี้จะออกมาอย่างไร 


https://x.com/infolibnews/status/2066478361178705947/video/1

แวนซ์ถูกจี้ถาม
https://x.com/atrupar/status/2066512023232381379/video/1

ข่าวล่าสุด