ออสเตรียใช้ยาแรงสั่งล็อกดาวน์ทั่วประเทศสำหรับคนไม่ฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 หรือ เพิ่งหายป่วยจากการติดเชื้อเมื่อเร็วๆนี้ โดยห้ามออกนอกบ้าน เพื่อควบคุมการระบาดระลอกใหม่ ในขณะที่อัตราการฉีดวัคซีนยังไม่มากพอ

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

นายกรัฐมนตรี อเล็กซานเดอร์ แชลเลนเบิร์ก ของออสเตรีย ประกาศเมื่อวันอาทิตย์ว่า สถานการณ์ระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่เลวร้ายมาก และการประกาศมาตรการล็อกดาวน์ครั้งนี้เป็นการตัดสินใจที่ยากลำบากแต่จำเป็น

 

มาตรการล็อกดาวน์ที่เริ่มมีผลบังคับตั้งแต่วันจันทร์นี้ กำหนดว่า บุคคลที่มีอายุตั้งแต่ 12 ปีขึ้นไปที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 หรือเพิ่งหายป่วยจากโควิด-19 จะไม่ได้รับอนุญาตให้ออกนอกบ้านยกเว้นกรณี ไปทำงาน ซื้อของใช้จำเป็น ออกกำลังกาย หรือ ไปพบแพทย์

 

ออสเตรียสั่งล็อกดาวน์ห้ามคนไม่ฉีดวัคซีนออกนอกบ้าน

 

 

มาตรการนี้จะกระทบต่อประชาชนเกือบ 2 ล้านคนจากทั้งหมด 8.9 ล้านคนทั่วประเทศ และเบื้องต้นจะบังคับใช้เพียง 10 วัน โดยตำรวจจะลาดตระเวนพื้นที่ และหากตรวจพบคนที่ยังไม่ฉีดวัคซีนออกนอกบ้าน ก็สามารถลงโทษปรับผู้ฝ่าฝืนเป็นเงิน 1,450 ยูโรหรือกว่า 54,000 บาท

 

ก่อนหน้านี้หนึ่งสัปดาห์รัฐบาลเพิ่งออกมาตรการห้ามคนที่ยังไม่ฉีดวัคซีนเข้าใช้บริการในสถานที่ต่างๆ เช่น ร้านอาหาร โรงแรม โรงภาพยนตร์ และกระเช้าไฟฟ้าสำหรับเล่นสกี

 

 

 

ออสเตรียสั่งล็อกดาวน์ห้ามคนไม่ฉีดวัคซีนออกนอกบ้าน

 

ออสเตรียเพิ่มข้อจำกัดสำหรับคนที่ยังไม่ฉีดวัคซีนมากยิ่งขึ้นหลังจากจำนวนผู้เสียชีวิตด้วยโรคโควิด-19 เพิ่มสูงขึ้น และระบบสาธารณสุขตึงตัวจนใกล้จะไม่สามารถรองรับผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นอย่างมากได้แล้ว ในขณะที่ทั่วประเทศยังมีอัตราการฉีดวัคซีนเพียง 65% ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในสหภาพยุโรปที่ 67% 

 

นอกจากนี้จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่งทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์มากกว่า 13,000 คนเมื่อวันเสาร์ มีอัตราเฉลี่ยผู้ติดเชื้อรายใหม่ในช่วง 7 วันที่ 775.5 คนต่อประชากร 1 แสนคน มีผู้ติดเชื้อสะสม 959,652 คน และผู้เสียชีวิตสะสม 11,706 ราย