หลังจากที่เจรจาสุดยอดกันมาแล้ว 2 ครั้ง แต่ยังไม่สามารถรื้อฟิ้นให้ความสัมพันธ์กลับมาดีดังเดิมได้ ล่าสุดผู้นำจีนและสหรัฐก็จะมาหารือกันอีกเป็นครั้งที่ 3 ในวันนี้

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐฯ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน จะมาเจรจาสุดยอดเสมือนจริงกันในวันจันทร์ ( 15 พฤศจิกายน )  ในขณะที่ความตึงเครียดระหว่างประเทศทั้งสองทวีความรุนแรงขึ้น

 

มหาอำนาจที่กำลังแข่งขันกันอย่างหนัก สร้างความประหลาดใจให้กับใครหลาย ๆ คนเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ด้วยการออกแถลงการณ์ร่วมกันในการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ในการเจรจาที่กลาสโกว์ของสกอตแลนด์

 

แต่ความวิตกกังวลที่เพิ่มขึ้นมากมายเกี่ยวกับการเผชิญหน้าทางทหารในไต้หวัน การมาเจรจากันของ 2 ผู้นำได้นำไปสู่การโล่งใจอย่างรวดเร็ว

 

การเจรจาสุดยอดครั้งที่ 3 ของทั้งคู่จะพูดถึงประเด็นที่เป็นปัญหาสำคัญระหว่างกันหลายประการ

 

แหล่งข่าวที่ใกล้ชิดกับการเจรจาบอกกับสื่อสหรัฐฯว่า เรื่องความปลอดภัยทางไซเบอร์ การค้า และการไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ เป็นประเด็นที่จะนำมาเจรจากัน

 

ในแถลงการณ์ที่เผยแพร่เมื่อวันศุกร์ ทำเนียบขาวบอกว่า “ผู้นำทั้งสองจะหารือถึงวิธีการจัดการการแข่งขันอย่างมีความรับผิดชอบระหว่างสหรัฐอเมริกาและสาธารณรัฐประชาชนจีน ตลอดจนวิธีการทำงานร่วมกันในจุดที่มีผลประโยชน์ตรงกัน”

 

ทั้งคู่ได้พูดคุยกันมาแล้ว 2 ครั้งตั้งแต่ไบเดนเข้ารับตำแหน่งในเดือนมกราคม แต่ทั้งคู่ต่างก็ยอมรับว่าความสัมพันธ์ของ 2 ประเทศไม่ค่อยดีนัก

 

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว สี จิ้นผิง เขียนถึงคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยความสัมพันธ์ระหว่างจีน - สหรัฐฯ ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหากำไร โดยบอกว่าประเทศของเขาพร้อมที่จะทำงานร่วมกับสหรัฐฯ เพื่อให้ความสัมพันธ์กลับคืนสู่สภาพเดิม เขาเสริมว่าความร่วมมือคือ "ทางเลือกที่ถูกต้องเพียงทางเลือกเดียว"

 

คำถามก็คือผู้นำทั้งสองต้องการได้อะไรจากการเจรจาครั้งนี้

ใครอยากได้อะไรในการเจรจาสุดยอดไบเดน - สี รอบ 3

 

ความคาดหวังของฝ่ายไบเดนนั้นค่อนข้างต่ำ แต่ความจริงที่ว่ามีการประชุมเกิดขึ้น ก็จะเป็นผลลัพธ์ที่สำคัญในตัวของมันเอง ทั้งสองฝ่ายตั้งใจที่จะซ่อมแซมความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับจีน ซึ่งได้หยุดชะงักในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

 

ประเด็นไต้หวันน่าจะอยู่ในประเด็นในลำดับต้น ๆ ไบเดนต้องการให้สีให้คำมั่นที่จะรักษาสันติภาพในช่องแคบไต้หวัน เนื่องจากปักกิ่งได้แสดงเจตจำนงที่จะเพิ่มแรงกดดันทางทหารต่อเกาะแห่งนี้ ในทางกลับกัน ผู้นำสหรัฐฯ จะต้องให้ความมั่นใจกับฝั่งจีนด้วยว่าอเมริกาไม่มีท่าทีต่อเรื่องอำนาจอธิปไตยของไต้หวัน

 

การประชุมดังกล่าวจะเป็นโอกาสของไบเดนที่จะโน้มน้าวให้สีเชื่อว่ายุทธศาสตร์จีนของรัฐบาลสหรัฐฯ อาจเป็นกรอบการทำงานที่มั่นคงสำหรับความสัมพันธ์ทวิภาคี ก่อนหน้านี้ แอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐได้สรุปหลักนโยบายของไบเดนว่า "แข่งขันเมื่อควรแข่ง ร่วมมือกันเมื่อทำได้ และเป็นปฏิปักษ์เมื่อต้องเป็น"

 

แต่ปักกิ่งได้แสดงอย่างชัดเจนว่าปัญหาเรื่องความร่วมมือ เช่น การดำเนินการด้านสภาพอากาศ ไม่สามารถแยกออกจากประเด็นความขัดแย้งในความสัมพันธ์ทางการฑูตได้ “หากโอเอซิสรายล้อมไปด้วยทะเลทราย ไม่ช้าก็เร็ว 'โอเอซิส' ก็จะกลายเป็นทะเลทราย” รัฐมนตรีต่างประเทศจีน หวัง อี้ บอกเมื่อเดือนกันยายน

 

แล้วการเจรจาจะนำน้ำมาสู่ "ทะเลทราย" และดับไฟได้หรือไม่ ? ใครอยากได้อะไรในการเจรจาสุดยอดไบเดน - สี รอบ 3 สำหรับสิ่งที่สีต้องการ ก็คือเรื่องไต้หวันและการพูดคุย -  2 คำนี้การสรุปข้อกังวลหลักของจีน ในขณะที่สี จิ้นผิงเตรียมที่จะนั่งลงและซูมกับไบเดน

 

เกาะนอกชายฝั่งตะวันออกของจีนซึ่งมีประธานาธิบดีมาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย ดูเหมือนจะเป็นปัญหาที่คลุมเครือสำหรับคนจำนวนมากนอกเอเชีย
 

แต่เมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อน ไบเดนให้คำมั่นว่าจะปกป้องไต้หวันหากถูกจีนโจมตี ความมุ่งมั่นของอเมริกาต่อสิ่งที่ถือเป็นค่านิยมสำคัญของประเทศนั้นชัดเจน  และสีก็ต้องการคำชี้แจง (ในระหว่างนี้ เราทราบจากภาพถ่ายดาวเทียมในรายงานของสื่อเมื่อเร็ว ๆ นี้ว่า กองทัพจีนกำลังใช้โครงสร้างที่มีรูปร่างเหมือนเรือบรรทุกเครื่องบินของสหรัฐฯ สำหรับเป็นเป้าการฝึก)

 

ความคาดหวังเรื่องสงครามก็คือสาเหตุที่ทำให้ "การพูดคุย" ก็อยู่ในอันดับต้น ๆ ของ "การประชุมสุดยอดเสมือนจริง" ด้วย

 

ความสัมพันธ์อยู่ในจุดที่ย่ำแย่ รายงานจากหน่วยข่าวกรองสหรัฐตามคำสั่งของทำเนียบขาวในขณะนี้ ย้ำถึง 2 ครั้งแล้วว่าจีนไม่เปิดกว้างต่อการสอบสวนถึงที่มาของไวรัสโควิด-19

 

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ประธานาธิบดีไบเดน ได้ตกลงเพิ่มข้อจำกัดเกี่ยวกับการค้ากับบริษัทโทรคมนาคมของจีน และเขาประสบความสำเร็จเช่นกันในการเริ่มต้นกลับมาสร้างพันธมิตรเพื่อท้าทายอิทธิพลและอำนาจของจีนในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

 

ส่วนปักกิ่งก็จะบอก เช่นเดียวกับที่ผู้นำทั้ง 2 พูดคุยกันทางโทรศัพท์เมื่อเดือนกันยายนที่แล้ว เมื่อต่างก็เตือนซึ่งกันและกันว่า ทั้งสองฝ่ายมีความรับผิดชอบเพื่อให้แน่ใจว่า "การแข่งขัน จะไม่เบี่ยงเบนไปสู่ความขัดแย้ง"

 

ซึ่งการสร้างกลไกหลายระดับขึ้นใหม่เพื่อการพบปะ เจรจา และพูดคุย สามารถรับประกันได้ว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้น 

ใครอยากได้อะไรในการเจรจาสุดยอดไบเดน - สี รอบ 3