"ลุง..หนีไป หวังว่าลุงจะพบความสุขไปตลอดชีวิตที่เหลืออยู่" นี่คือท็อปเมนต์ใน Weibo แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียแบบเดียวกับ Twitter เพราะเหตุใดถึงมีโพสต์แบบนี้...หลังจากลุงคนนี้เพิ่งฆ่าเพื่อนบ้านไป 2 คน!!

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

อู๋ จิ้นจง ชาวมณฑลฟูเจี้ยนของจีนวัย 55 ปี กำลังหนีการไล่ล่าของตำรวจมานานกว่า 1 สัปดาห์แล้ว หลังก่อเหตุสังหารเพื่อนบ้านไป 2 คน และทางการท้องถิ่นได้ตั้งเงินรางวัลนำจับ สำหรับคนที่แจ้งเบาะแสว่าเขาอยู่ที่ไหนหรือพิสูจน์ได้ว่าเขาเสียชีวิตแล้ว ข่าวนี้ดึงความสนใจจากชาวจีนหลายล้านคน แต่ไม่ใช่เพราะอยากเห็นชายคนนี้ถูกจับ ตรงข้ามพวกเขาแสดงความหวังอย่างเปิดเผยว่าเขาจะรอดพ้นจากการจับกุมไปได้ นำไปสู่ท็อปเมนต์ที่ว่า "ลุง..หนีไป หวังว่าลุงจะพบความสุขไปตลอดชีวิตที่เหลืออยู่" ซึ่งการเห็นอกเห็นใจฆาตกรไม่ใช่เรื่องปกติในจีน ประเทศที่มีบทลงโทษผู้ก่อคดีฆาตกรรมขั้นประหารชีวิต... ตำรวจเปิดเผยว่า อู๋ เป็นผู้ต้องสงสัยอันดั้บต้น ๆ ของคดีฆาตกรรมเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม แต่ไม่ได้ระบุอาวุธที่ใช้หรือเปิดเผยชื่อผู้เสียชีวิตกับผู้บาดเจ็บ แต่สื่อรายงานว่าเหยื่อทั้งหมดมี 4 รุ่น และเป็นครอบครัวเดียวกัน ทั้งหมดอาศัยอยู่ใกล้กับบ้านผู้ก่อเหตุ ผู้เสียชีวิตเป็นชายชราวัย 70 ปี และก็ลูกสะใภ้ไม่ทราบอายุ และมีผู้บาดเจ็บอีก 3 คน เป็นภรรยาของชายชรากับหลานชายวัย 30 ปี และเหลนวัย 10 ขวบ 

 

ชาวเน็ตจีนเป็นล้านให้กำลังใจ "ลุงหนีไป"

การที่ไม่ทราบรายละเอียดที่ชัดเจน ทำให้นักสืบโซเชียลต้องขะมักเขม้นปะติดปะต่อเรื่องราวกันเอง โดยอาศัยโพสต์เก่า ๆ ของผู้ก่อเหตุใน Weibo และรายงานเก่า ๆ ในหน้าสื่อ ที่พบว่า  อู๋ เป็นผู้ชายธรรมดาที่ถูกกดดันจนสิ้นหวังจากเหตุพิพาทเรื่องบ้านมานานหลายปี และยิ่งน่าเห็นใจมากขึ้นเมื่อพบว่าเขาเคยช่วยเด็กผู้ชายคนหนึ่งจากการจมน้ำทะเลเมื่อ 30 ปีก่อน และช่วยโลมา 2 ตัว ที่เข้ามาเกยตื้นเมื่อปี 2561 ชาวเน็ตพากันรับไม่ได้ที่คนที่เคยแต่ช่วยคนอื่น กลับกลายมาเป็นผู้ต้องสงสัยว่าเป็นฆาตกร และเป็นความ "ป่วยไข้" ของการบริหารส่วนท้องถิ่น ตั้งแต่การใช้อำนาจในทางที่ผิดไปจนถึงการเพิกเฉยต่อความเดือดร้อนของประชาชน บางคนมองว่าเป็นภาพสะท้อนของความล้มเหลวในวงกว้าง ของระบบกฎหมายและราชการของประเทศ และถ้าไม่มีการเปลี่ยนแปลงโศกนาฏกรรมที่คล้ายคลึงกันก็จะเกิดขึ้นในอนาคต

 

ชาวเน็ตจีนเป็นล้านให้กำลังใจ "ลุงหนีไป"

จากโพสต์เก่า ๆ ของ อู๋ เป็นเวลาเกือบ 5 ปี ที่เขาและครอบครัวรวมทั้งแม่ของเขาที่มีวัย 89 ปีแล้ว ไม่มีที่จะซุกหัวนอน พวกเขาอาศัยในกระท่อมเล็กในหมู่บ้านชายทะเลของเมืองผู่เตี้ยน เขาถูกขัดขวางไม่ให้สร้างบ้านเพราะมีปัญหาขัดแย้งเรื่องที่ดินกับเพื่อนบ้าน มันเป็นความคับข้องใจที่เขาพยายามแก้ปัญหาแต่ก็เปล่าประโยชน์ ย้อนกลับไปเมื่อปี 2560 อู๋ ตัดสินใจรื้อกระท่อมหลังน้อยที่ทรุดโทรมและสร้างหลังใหม่ และแม้จะได้รับการอนุมัติจากทางการ แต่เพื่อนบ้านก็ขัดขวางการก่อสร้างซ้ำแล้วซ้ำเล่า อู๋ พยายามขอความช่วยเหลือทั้งจากตำรวจ เจ้าหน้าที่ดูแลหมู่บ้าน ทางการและสื่อ แต่ก็ไม่เคยได้รับการสะสาง และแล้วก็ถึง "ฟางเส้นสุดท้าย" เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม เมื่อพายุไต้ฝุ่นพัดเอาแผ่นสังกะสีหลังคาบ้าน อู๋ ไปตกในแปลงผักของเพื่อนบ้าน ก็เลยเกิดเหตุวิวาทกันตอนที่ อู๋ เข้าไปเก็บแผ่นสังกะสี ตำรวจไม่ได้เปิดเผยรายเอียดทั้งหมดว่าฆาตกรตัวจริงเป็นใคร และมีพยานหรือไม่... ตอนที่ภาพกระท่อมของ อู๋ ปรากฎบนออนไลน์ ชาวเน็ตพากันช็อกกับสิ่งที่เรียกว่า "บ้าน" ที่ไม่มีฝาและหลังคา มีแต่พลาสติกคลุมไว้และตั้งอยู่ท่ามกลางกองเศษอิฐและหิน ห่างจากบ้านขนาด 4 ชั้น ของเพื่อนบ้านแค่ไม่กี่ก้าว การที่ อู๋ กับแม่ต้องอยู่ในสภาพนี้ เรียกความสงสารจากชาวเน็ตหลายล้านคน ยิ่งเห็นสภาพในกระท่อมยิ่งน่าสงสาร อู๋ เก็บซองบุหรี่เพื่อจดเบอร์โทรศัพท์หลายสิบเบอร์ขององค์กรในสังกัดพรรคคอมมิวนิสต์ หน่วยงานรัฐบาล สื่อและศูนย์ฮอทไลน์ต่าง ๆ เพื่อขอความช่วยเหลือ และนี่คือเหตุผลที่ว่าทำไมชาวเน็ตจึงโพสต์ว่า "ลุง...หนีไป"

logo-pwa

เพิ่ม NationTV

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด