เนชั่นทีวี

Business

คดีสภาผู้บริโภคยื่นฟ้องแพลตฟอร์มออนไลน์คืบ! 17 บริษัทรับหมายศาลครบ

29 ก.ค. 2569 | prisana_tha

คดีสภาผู้บริโภคยื่นฟ้องแพลตฟอร์มออนไลน์คืบ! 17 บริษัทรับหมายศาลครบ

คดีสภาผู้บริโภคยื่นฟ้องแพลตฟอร์มออนไลน์คืบ! 17 บริษัทรับหมายศาลครบ นัดพร้อม 3 ส.ค. พิจารณาคดีครั้งประวัติศาสตร์

คดีสภาผู้บริโภคยื่นฟ้องแพลตฟอร์มออนไลน์คืบ! 17 บริษัทรับหมายศาลครบ นัดพร้อม 3 ส.ค. พิจารณาคดีครั้งประวัติศาสตร์

KEY

POINTS

  • คดีฟ้องแพลตฟอร์มออนไลน์ ศาลส่งสำเนาคำฟ้องและหมายศาลถึงจำเลยทั้ง 17 ราย ทั้งในไทยและต่างประเทศครบถ้วนแล้ว เตรียมเข้าสู่วันนัดพร้อมวันที่ 3 สิงหาคม 2569 เพื่อเริ่มกระบวนการพิจารณาคดี
  • สภาผู้บริโภค ฟ้องถึงบริษัทแม่ต่างประเทศ ครอบคลุมทั้ง Meta และ LINE โดยชี้ว่าบริษัทแม่เป็นผู้กำหนดนโยบายและควบคุมระบบ จึงควรร่วมรับผิดชอบ หากปล่อยให้มิจฉาชีพใช้แพลตฟอร์มสร้างความเสียหายแก่ผู้บริโภคไทย
  • หวังสร้างบรรทัดฐานใหม่คุ้มครองผู้บริโภคไทย คดีนี้ไม่ได้มุ่งเพียงเรียกค่าเสียหาย แต่ต้องการผลักดันให้แพลตฟอร์มดิจิทัลระดับโลกยกระดับมาตรการความปลอดภัย และร่วมรับผิดชอบเมื่อผู้ใช้ได้รับความเสียหายจากการหลอกลวงออนไลน์

29 กรกฎาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คดีที่สภาผู้บริโภคยื่นฟ้องแพลตฟอร์มออนไลน์ ผู้ให้บริการแอปพลิเคชัน และสถาบันการเงิน รวม 17 จำเลย มีความคืบหน้าอีกขั้น หลังบริษัททั้งในประเทศไทยและต่างประเทศได้รับสำเนาคำฟ้องและหมายศาลครบถ้วนแล้ว ก่อนเข้าสู่วันนัดพร้อมในวันที่ 3 สิงหาคม ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นของกระบวนการพิจารณาคดีอย่างเป็นทางการ

 

ทีมกฎหมายสภาผู้บริโภคเปิดเผยว่า จำเลยทั้งหมดได้รับหมายศาลโดยชอบด้วยกฎหมายครบถ้วน ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของคดีที่มีเป้าหมายผลักดันให้แพลตฟอร์มดิจิทัลระดับโลกต้องร่วมรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นกับผู้บริโภคไทยจากการถูกมิจฉาชีพหลอกลวงผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์

ฟ้องครอบคลุมถึงบริษัทแม่ในต่างประเทศ

 

นางสาวนันณภัชสรณ์ เตชปัญญาพิพัฒน์ ทนายความผู้รับผิดชอบคดี กล่าวว่า การดำเนินคดีครั้งนี้ไม่ได้จำกัดเฉพาะนิติบุคคลในประเทศไทย แต่ขยายไปถึงบริษัทแม่ในต่างประเทศ ซึ่งเป็นผู้กำหนดนโยบายและควบคุมการทำงานของแพลตฟอร์มทั่วโลก รวมถึงมีอำนาจกำหนดมาตรการด้านความปลอดภัยของระบบ

 

สำหรับกรณีของ Meta สภาผู้บริโภคฟ้องทั้งบริษัทแม่ในสหรัฐอเมริกาและบริษัทในประเทศไอร์แลนด์ เนื่องจากบริษัทในไอร์แลนด์เป็นคู่สัญญาที่รับชำระค่าบริการจากผู้ใช้ในประเทศไทย เช่น ค่าโฆษณาและบริการต่าง ๆ ขณะที่บริษัทแม่เป็นผู้กำหนดนโยบายและควบคุมระบบของแพลตฟอร์ม

ส่วน LINE มีการฟ้องทั้งบริษัทแม่ในประเทศญี่ปุ่นและบริษัทในประเทศไทย เพื่อให้ผู้มีอำนาจควบคุมระบบโดยตรงเข้ามารับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นกับผู้บริโภคไทย ไม่ใช่จำกัดความรับผิดไว้เฉพาะบริษัทที่ทำหน้าที่ด้านการตลาดหรือประสานงานในประเทศไทย

 

ชี้บริษัทแม่ควรร่วมรับผิดชอบ

 

ทีมกฎหมายระบุว่า คดีที่เกี่ยวข้องกับแพลตฟอร์มออนไลน์ในอดีตจำนวนมากมักประสบปัญหา เนื่องจากบริษัทในประเทศไทยชี้แจงว่าเป็นเพียงผู้แทนด้านการตลาด ไม่มีอำนาจกำหนดนโยบายหรือควบคุมระบบ จึงไม่ควรต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น

 

การดำเนินคดีครั้งนี้จึงมุ่งให้ศาลพิจารณาว่า บริษัทแม่ซึ่งเป็นผู้กำหนดนโยบายและควบคุมระบบควรต้องร่วมรับผิด หากการบริหารจัดการที่ไม่เพียงพอเปิดช่องให้มิจฉาชีพใช้แพลตฟอร์มก่อความเสียหายแก่ผู้บริโภค

 

อีกประเด็นสำคัญคือ การเชื่อมโยงความรับผิดไปยังผู้ที่ได้รับประโยชน์จากธุรกรรมของผู้บริโภคไทยโดยตรง เช่น บริษัทในประเทศไอร์แลนด์ของ Meta ซึ่งเป็นคู่สัญญาที่รับชำระค่าบริการจากผู้ใช้ในประเทศไทย ขณะที่บริษัทแม่เป็นผู้กำหนดนโยบายและควบคุมระบบทั้งหมด

 

หวังสร้างบรรทัดฐานใหม่คุ้มครองผู้บริโภค

 

ทีมกฎหมายย้ำว่า เป้าหมายของคดีไม่ได้มีเพียงการเรียกร้องค่าเสียหายให้ผู้เสียหายแต่ละราย แต่ยังต้องการผลักดันให้เกิดบรรทัดฐานใหม่ในการคุ้มครองผู้บริโภคไทย โดยให้แพลตฟอร์มออนไลน์ระดับโลกยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยของระบบ และร่วมรับผิดชอบเมื่อเกิดความเสียหายจากการใช้บริการบนแพลตฟอร์ม

 

"เมื่อแพลตฟอร์มได้รับผลประโยชน์และรายได้จากผู้บริโภคไทย ก็ควรมีหน้าที่ดูแลความปลอดภัยของระบบ และมีมาตรการเยียวยาที่เหมาะสมเมื่อเกิดความเสียหาย ไม่ใช่เพียงได้รับผลประโยชน์โดยไม่ต้องรับผิดชอบ" นางสาวนันณภัชสรณ์กล่าว

ข่าวล่าสุด