กระทรวงกลาโหมไต้หวันโพสต์ทวิตเตอร์ระบุว่า เครื่องบินรบจีนรุกล้ำน่านฟ้าต่อเนื่อง 3 วันซ้อนตั้งแต่วันศุกร์รวม 93 เที่ยว เชื่อว่าเป็นการแสดงแสนยานุภาพฉลองวันชาติ และสหรัฐฯร่วมแสดงความกังวล ขอให้จีนหยุดกดดันไต้หวัน

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

กระทรวงกลาโหมไต้หวันโพสต์ทวิตเตอร์ กึ่งๆ ร้องเรียนว่า ถูกเครื่องบินรบจีน รุกล้ำเขตแสดงตนเพื่อการป้องกันภัยทางอากาศ (ADIZ) ถึง 3 วันซ้อน โดยเป็นการรุกล้ำเมื่อวันศุกร์ 38 ลำ และวันเสาร์อีก 39 ลำ ซึ่งเป็นจำนวนที่สูงที่สุดเท่าที่ไต้หวันเคยถูกรุกล้ำ และวันอาทิตย์อีก 16 ลำ ซึ่งเครื่่องบินรบบางลำมีศักยภาพติดหัวรบนิวเคลียร์ และเชื่อว่าเป็นการรุกล้ำน่านฟ้าเพื่อแสดงเขี้ยวเล็บในช่วงที่จีนเฉลิมฉลองครบรอบ 72 ปีวันชาติ หรือวันก่อตั้งสาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่่อปี 2492

ไต้หวันเหลืออด โวยเครื่องบินรบจีนล้ำน่านฟ้า 93 เที่ยว

ไต้หวันเหลืออด โวยเครื่องบินรบจีนล้ำน่านฟ้า 93 เที่ยว

กระทรวงกลาโหมไต้หวัน แถลงว่า ในการรุกล้ำน่านฟ้าเมื่อวันเสาร์ เครื่องบินรบของจีนได้แบ่งออกเป็น 2 ชุด ชุดแรกมี 20 ลำ ปฏิบัติการช่วงเวลากลางวัน อีก 19 ลำ ปฏิบัติการในเวลากลางคืน โดยเป็นเครื่องบินรบ J-16 จำนวน 26 ลำ, Su-30 จำนวน 10 ลำ, เครื่องบินเตือนต่อต้านเรือดำน้ำ Y-8 จำนวน 2 ลำ และเครื่องบินเตือนภัยและควบคุมทางอากาศ KJ-500 อีก 1 ลำ ทำให้ไต้หวันต้องตอบโต้ทั้งส่งเครื่องบินขึ้นไปสกัด, ส่งสัญญาณคลื่นความถี่วิทยุเตือน และประจำการระบบขีปนาวุธป้องกันภัยทางอากาศ

 

ไต้หวันเหลืออด โวยเครื่องบินรบจีนล้ำน่านฟ้า 93 เที่ยว

 

แผนที่ที่โพสต์ลงบนทวิตเตอร์ของกระทรวงกลาโหมไต้หวัน ได้แสดงให้เห็นการรุกล้ำของเครื่องบินจีนทุกลำ เมื่อวันเสาร์ ซึ่งจุดที่สูงสุดคือเขต ADIZ ทางตะวันตกเฉียงใต้ของเกาะ และก็เหมือนกับทุกครั้งที่งฝูงบินรบของจีน ไม่ได้เข้าไปในเขตน่านฟ้าไต้หวันที่กินพื้นที่ขอบเขตจากฝั่งออกไปราว 12 ไมล์ทะเล แต่เข้าไปเฉพาะในเขต ADIZ ของไต้หวันเท่านั้น ซึ่งสำนักงานบริหารการบินแห่งชาติของสหรัฐ (FAA) ให้คำจำกัดความ ADIZ ว่า เป็น "พื้นที่ที่กำหนดของน่านฟ้า เหนือแผ่นดินและน่านน้ำ ที่รัฐหรือประเทศแสดงเจตนาฝ่ายเดียวเพื่อประกาศเขตแสดงตนเพื่อป้องกันภัยทางอากาศ ทั้งที่อยู่เหนือดินแดนของตน ไปจนถึงเขตเศรษฐกิจ เพื่อการกำหนดและควบคุมการจราจรทางอากาศ เพื่อผลประโยชน์และความมั่นคงของประเทศ

 

 

นอกจากนี้กระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ แถลงแสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อการเคลื่อนไหวทางทหารเชิงยั่วยุของจีนใกล้กับไต้หวันมากยิ่งขึ้นในระยะนี้ ซึ่งเสี่ยงต่อการทำลายสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาค พร้อมกับเรียกร้องให้จีนหยุดกดดันทั้งทางการทหาร การทูตและเศรษฐกิจ รวมถึงการขู่เข็ญต่อไต้หวัน และยังย้ำด้วยว่าสหรัฐฯจะยังคงให้ความช่วยเหลือเพื่อส่งเสริมศักยภาพการป้องกันตัวเองอย่างเพียงพอแก่ไต้หวัน