จนเป็นสาเหตุให้ขัดแย้งกับอุทยานฯถูกอุทยานฯฟ้องร้องบุกรุก และไม่มีเงินจ่ายค่าอากรรังนกจังหวัดตรัง จนมีการบอกเลิกสัญญา และฟ้องร้องดำเนินคดีกันในที่สุด ทำให้รัฐสูญเสียรายได้จากเงินอากรดังกล่าวจำนวนมาก
ครั้งนี้ก็เช่นกัน ยังไม่มั่นใจว่าจะมีการเซ็นต์สัญญาได้หรือไม่ เพราะผู้เสนอราคาสูงสุด ได้รับสัมปทานครั้งนี้ ก็ไม่เคยจัดเก็บรังนกมาก่อน ไม่ใช่มืออาชีพ และจนถึงขณะนี้ผ่านมานานแล้วแต่ยังไม่ได้เซ็นต์สัญญาสัมปทาน ทั้งนี้ หากบริษัทแรกที่ชนะการประมูลเซ็นต์สัญญาไม่ได้ บริษัท รังนกตรัง ก็พร้อมจะเข้าไปดำเนินการ ในฐานะที่เป็นผู้เสนอราคาสูงเป็นลำดับที่ 2 ส่วนเงินประกันซอง จำนวน 1 ล้านบาท
ขณะนี้ทางจังหวัดตรัง ยังไม่คืนให้ โดยให้เหตุผลว่า จะต้องมีการเซ็นต์สัญญาสัมปทานก่อน จึงจะคืนให้ พร้อมระบุไม่มั่นใจว่าขณะนี้เกาะรังนกของจ.ตรัง จะยังมีรังนกหรือไม่ หรือไม่มีแล้วดังเช่นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับเกาะรังนกที่ จ.พัทลุง เพราะไม่มีการเฝ้าพื้นที่ป้องกันการลักลอบเก็บแต่อย่างใด
นายพิพัฒน์ อมรวัตพงศ ทนายความ บริษัท รังนกตรัง 2564 จำกัด กล่าวว่า ส่วนกรณีการลักลอบทำลายและจัดเก็บรังนกที่ จ.พัทลุง ซึ่งบริษัทที่ตนดูแลเป็นผู้ชนะสัมปทาน และมีคนตั้งข้อสังเกตว่าทางบริษัทเป็นผู้จัดฉากขโมยรังนกของตัวเอง มันเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ ไม่สมเหตุสมผล เพราะหากเราเป็นคนขโมยเอง นกไม่เยอะ หรือมีสิ่งแวดล้อมที่ไม่เหมาะกับการอาศัยของนก นกก็ไม่มาอยู่ ซึ่งทางบริษัทคงไม่ไปประมูล เพราะค่าอากรรังนกก็มากกว่ารายอื่น การขโมยรังนกไปมีมูลค่า 30-40 ล้าน แต่ยังมีการก่อไฟ สุมไฟ จนนกไม่มาอาศัยและลูกนกก็ตาย
ซึ่งครั้งที่แล้วทางบริษัทไม่ยอมเก็บรังนกเพื่อจะอนุรักษ์ไว้ เพราะในเงื่อนไขของสัมปทานก็ระบุชัดว่าห้ามเก็บขณะมีลูกนกและไข่นก เพื่อการอนุรักษ์ และให้เป็นไปตามข้อกฎหมาย ตัวสัญญาก็ระบุไว้ หากเราไปเก็บแล้วทำพันธุ์นกเสียนั้นบริษัทจะไปประมูลเพื่ออะไร ส่วนตัวตั้งข้อสังเกตุว่าการขโมยรังนกไม่ใช่ทำง่ายๆ ไม่เหมือนกับขโมยทั่วไป เพราะรังนกมีปริมาณเกิน 2 ตัน ซึ่งปริมาณมากขนาดนี้ต้องเป็นขโมยมืออาชีพ มีความชำนาญเรื่องเก็บรังนก ซึ่งต้องไล่เรียงไปว่าใครสั่งให้มาเก็บ เก็บได้อย่างไร รังนกที่ได้ไปอยู่กับใครนั่นคือประเด็นสำคัญ
แต่จะบอกว่าทางบริษัททำการขโมยเอง แล้วบริษัทจะทำไปทำไม และตนยืนยันว่าคนขโมยไม่ได้เป็นพนักงานหรือลูกจ้างของบริษัท หรือคนที่อยู่ภายใต้อำนาจสั่งการของบริษัท ซึ่งโดยปกติการจัดเก็บรังนกของบริษัทจะจ้างทีมจัดเก็บรังนกมารับจ้างจัดเก็บปีละ 3 ครั้ง เฉพาะช่วงเวลาเก็บรังนก ซึ่งมาจากทั้งจังหวัดอื่น และจังหวัดพัทลุง เพราะคนจังหวัดพัทลุงมีอาชีพจัดเก็บรังนกมานานแล้ว ซึ่งจะมีความชำนาญ และ เข้าในลักษณะภายในถ้ำอย่างดี รวมทั้งรู้แหล่งนกทำรัง
“การเข้าไปขโมยรังนกเป็นเรื่องยาก เพราะแต่ละถ้ำต้องใช้เวลาในการหา หากเป็นชาวบ้านธรรมดาก็ขโมยได้ครั้งละ 4-5 รัง แต่การหายไปปริมาณมากเป็นตัน หมายความว่าต้องเป็นขโมยที่มากันหลายคน ใช้เวลาขโมยนาน”
ส่วนตัวคิดว่าเป็นไปได้ที่ผู้ขโมยเป็นทีมจัดเก็บรังนกที่บริษัทเคยว่าจ้างมาจัดเก็บ เพราะดูแล้วมีความเป็นมืออาชีพ เพราะจากการที่ตนเข้าไปดูพื้นที่พบกว่าหัวโมยใช้ตะกร้อเหล็ก ถึงแม้ว่าบริษัทจะรู้ว่าเป็นใครแต่ก็ยังไม่มีหลักฐานเอาผิด แต่หากตัวการใหญ่เป็นที่เป็นคนใหญ่คนโต ตนมองว่าเจ้าหน้าที่บ้านเมืองเดี๋ยวนี้ทำงานดี ต่อให้คนร้ายเป็นผู้มีอิทธิพลสุดท้ายแล้วก็ถูกจับดำเนินคดี ตนเชื่อมั่นในเจ้าหน้าที่บ้านเมืองคงได้ทำหน้าที่ได้ และคงจะได้ทราบว่าใครเป็นคนบงการ ใครเป็นส่วนเกี่ยวข้อง ส่วนจะไปได้ไกลแค่ไหนอย่างน้อยก็ได้ปราบไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้อีก จึงขอให้เจ้าหน้าที่เร่งจับคนร้ายให้ได้โดยเร็ว
ภาพ/ข่าว โดย:
คนิตา สีตอง จ.ตรัง