การเฉลิมฉลองครบรอบ 73 ปี ก่อตั้งเกาหลีเหนือ แทนที่จะได้เห็นขบวนสวนสนามที่เน้นแสนยานุภาพของกองทัพและขีปนาวุธ แต่กลับกลายเป็นการเน้นการต่อต้านภัยคุกคามภายในประเทศ โดยเฉพาะการระบาดของโควิด-19

จตุรัสคิมอิลซุงซึ่งตั้งชื่อตามผู้นำคนแรกหลังก่อตั้งประเทศเกาหลีเหนือเมื่อปี 1948 คราคร่ำไปด้วยชาวเกาหลีเหนือที่เข้าร่วมพิธีฉลองวันชาติ 73 ปีกันอย่างแน่นขนัดเมื่อ 8 กันยายนที่ผ่านมา

 

แน่นอนว่าคนสำคัญที่สุดในพิธีนี้ก็คือคิมจองอึน ลูกของคิมจองอิล และหลานของคิมอิลซุง ที่ดูซูบผอมลงไปมาก แต่ผู้เชี่ยวชาญหลายคนฟันธงว่าเขาคงไม่ได้เจ็บป่วยอะไร แค่ต้องการลดน้ำหนักและอาจจะตรากตรำทำงานมากไปหน่อย คิมแสดงความรักต่อเด็กๆ ขณะที่ทหารในขบวนสวนสนามก็แสดงความรักผู้นำถึงกับน้ำตานองหน้า

ที่แปลกตาสำหรับวันชาติปีนี้ก็คือขบวนสวนสนามในชุดสีแดง แสดงให้เห็นชัดเจนว่าปีนี้เกาหลีเหนือให้ความสำคัญเป็นพิเศษในการต่อสู้กับการระบาดของโรคภัยโดยเฉพาะโควิด -19 ที่ผู้นำเกาหลีเหนือเคยประกาศด้วยความมั่นใจในช่วงต้นว่าเกาหลีเหนือปลอดจากโควิด

 

ตามมาด้วยขบวนสวนสนามของกองทัพอัลเซเชียนนับร้อยตัวที่เดินเคียงข้างผู้ฝึกอย่างพร้อมเพรียง มีระเบียบวินัย ถูกอกถูกใจสำหรับผู้พบเห็น

นอกจากนั้นยังมีขบวนรถดับเพลิงซึ่งถือว่าแปลกตากว่าทุกปีที่จะมีแต่ขบวนรถบรรทุกจรวดและขีปนาวุธ โชว์แสนยานุภาพอันยิ่งใหญ่ด้วยขีปนาวุธที่เกาหลีเหนืออ้างว่ามีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกมาแล้วแถมติดหัวรบนิวเคลียร์ด้วย สร้างความหวาดหวั่นให้กับสหรัฐรวมถึงคู่อริในเอเชีย

 

ผู้สันทัดกรณีมองไปในทิศทางเดียวกันว่าเกาหลีเหนือลดทอนการโชว์เขี้ยวเล็บทางทหารลงไปน่าจะเป็นเพราะต้องเผชิญกับความท้ายทายทั้งการระบาดของโรคภัยและพิษภัยทางเศรษฐกิจที่ยังคงถูกคว่ำบาตรโดยมีสหรัฐเป็นแกนนำ ต้องผิดพรมแดนเพราะการระบาดของโควิดและยังได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่องจากภาวะน้ำท่วมที่ทำให้ขาดแคลนอาหารมาหลายปีต่อเนื่อง

 

แต่ไม่ว่าข้อเท็จจริงจะเป็นอย่างไร ภาพที่ยังเห็นได้ทุกปีก็คือฝูงชนชาวเกาหลีเหนือยังคงไชโยโห่ร้อง เชิดชูผู้นำและต้องการได้เห็นคิมจองอึนอย่างใกล้ชิดที่สุด