สำหรับอุปกรณ์ที่ใช้ในการกระทำผิดประกอบด้วย อาวุธปืนยาวติดลำกล้อง ขนาด.22 จำนวน 1 กระบอก อาวุธปืนยาวแบบไทยประดิษฐ์ ติดลำกล้อง ขนาด .22 จำนวน 1 กระบอก เครื่องกระสุนปืน ขนาด .22 จำนวน 75 นัด มีดปลายแหลม จำนวน 2 เล่ม ไฟฉายคาดหัว จำนวน 4 อัน หม้อสนาม จำนวน 3 ใบ และอุปกรณ์ เปลนอน จำนวน 3 หลัง, ไฟแช็ค จำนวน 4 อัน, เตาแก๊สพร้อมแก๊สกระป๋อง จำนวน 1 ชุด และเป้สะพายหลัง จำนวน 1 ใบ
หลังจากจับกุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 เอาไว้ได้ จึงจดทำบันทึกเรื่องราวแล้วนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ทองผาภูมิดำเนินคดีในข้อหากระทำผิด ตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 มาตรา 12 ฐาน"ล่าสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต" ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 1,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ มาตรา 17 ฐาน"ครอบครองสัตว์ป่าคุ้มครองโดยมิได้รับอนุญาต ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
รวมทั้งกระทำผิดตาม พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ ฉบับใหม่ พ.ศ.2562 มาตรา 19(3)ฐาน "ล่อหรือนำสัตว์ป่าออกไปหรือกระทำให้เป็นอันตรายแก่สัตว์ป่าด้วยประการใด ระวางโทษจำคุก ไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
และกระทำผิดตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน 2497 พระราชบัญญัติอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 7 ฐาน“ ห้ามมิให้ผู้ใดทำ ซื้อ มีใช้ สั่ง หรือนำเข้า อาวุธปืนโดยมิได้รับอนุญาต ระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี และปรับตั้งแต่ 2,000-20,000 บาท มาตรา 8 ทวิ ฐาน”ห้ามมิให้ผู้ใดพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับใบอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ ผอ.สบอ.3(บ้านโป่ง) เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้เจ้าหน้าที่ต่างรู้สึกเศร้าใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่อุทยานฯต่างเฝ้าระวังเพื่ออนุรักษ์สัตว์ป่าเหล่านี้เอาไว้มาอย่างยาวนาน และที่น่าเสียใจที่สุดก็คือ ผู้กระทำผิดกลับกลายเป็นคนในพื้นที่เสียเอง