พลเอกเคนเน็ธ เอฟ. แม็คเคนซี่ ผู้บัญชาการศูนย์บัญชาการกลางของสหรัฐฯ ยืนยันว่า การอพยพจะดำเนินต่อไป แม้จะรู้ว่าภัยเข้ามาใกล้ แต่ก็ไม่มีทางเลือกและทหารสหรัฐฯต้องตรวจค้นคนที่จะขึ้นเครื่องบินต่อไป และมีคนผ่านการตรวจแล้วกว่า 1 แสนคน ส่วนชาวอเมริกันที่ตกค้าราว 1 พันคน ก็จะพยายามพาออกไปให้หมด แต่ภารกิจค่อนข้างยากขึ้นเรื่อยๆ เพราะเส้นตายที่ใกล้เข้ามา
หน่วยข่าวกรองของหลายประเทศได้ดักฟังการสื่อสารจนรู้ว่า กลุ่ม ISIS-K กำลังเตรียมจะเปิดฉากโจมตีสนามบินนานาชาติฮามิด-คาไซ ในกรุงคาบูล เพื่อสังหารทหารสหรัฐฯ พลเรือน และใครก็ตามที่โชคร้ายเข้าไปอยู่ในพื้นที่เป้าหมาย ทำให้ทางการสหรัฐฯ ต้องขอให้ทุกคนที่อยู่ตามเกทต่างๆ ของสนามบิน ไม่ว่าจะเป็น Abbey Gate, east gate หรือ north gate safety รีบหาที่ปลอดภัย ส่วนประเทศต่างๆ รวมทั้ง แคนาดา เยอรมนี เบลเยียม เนเธอร์แลนด์และฮังการี ได้ประกาศยุติโครงการอพยพ แต่ก็ไม่ทัน เพราะไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่า ผู้ก่อการร้ายโจมตีที่จุดไหน
อิริค พรินซ์ ผู้ก่อตั้งบริษัท "Blackwater" คู่สัญญาของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เตือนว่า กรุงคาบูลจะโดนโจมตีอีกหลายระลอก และสหรัฐฯควรเก็บฐานทัพอากาศบากรัมเอาไว้สำหรับการอพยพ