เนชั่นทีวี

Nation Story

WORLD: แฮกเกอร์ "เกาหลีเหนือ" ศักยภาพสูงกว่าที่คิด! เบื้องหลังเหตุปล้นคริปโตครั้งใหญ่สุดในประวัติศาสตร์

03 พ.ย. 2569 | TEERAWAT

WORLD: แฮกเกอร์ "เกาหลีเหนือ" ศักยภาพสูงกว่าที่คิด! เบื้องหลังเหตุปล้นคริปโตครั้งใหญ่สุดในประวัติศาสตร์

ลองนึกภาพว่าเงินมูลค่ากว่า 2 แสนล้านบาท หายไปภายในเวลาแค่ 20 นาที ไม่มีใครเดินเข้าไปปล้นธนาคาร ไม่มีเสียงสัญญาณเตือนภัย มีเพียงหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ตัวเลขในกระเป๋าเงินดิจิทัลค่อย ๆ ลดลง นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นกับ Binance ตลาดซื้อขายสกุลเงินคริปโตชื่อดัง และเมื่อทุกฝ่ายต่างชี้เป้าไปที่แฮกเกอร์เกาหลีเหนือ คำถามที่หลายคนสงสัยก็คือ "ทำไมถึงมั่นใจได้ขนาดนั้น"

💥 [20 นาที กับความเสียหาย 6.3 พันล้านดอลลาร์]


เหตุการณ์นี้ถูกยกให้เป็นการโจรกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์คริปโตเคอร์เรนซี มูลค่าความเสียหายประมาณ 6.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 201,600 ล้านบาท) กระจายไปในเครือข่ายบล็อกเชนอย่างน้อย 10 เชน เช่น Ethereum, Bitcoin, TRON, Solana และ XRP ทั้งหมดเกิดขึ้นภายในเวลาแค่ 20 นาที

หน่วยงานความมั่นคงอย่างสำนักงานสืบสวนสอบสวนกลางแห่งสหรัฐฯ หรือ FBI และ TRM Labs ผู้ให้บริการด้านข่าวกรองและวิเคราะห์ข้อมูลบล็อกเชน (Blockchain Intelligence) ชี้ว่า อยู่เบื้องหลังคือกลุ่มแฮกเกอร์ TraderTraitor ในเครือ Lazarus Group ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลเกาหลีเหนือ

แล้วพวกเขาลงมือด้วยวิธีไหน และเหตุใดหน่วยงานเหล่านี้จึงกล้าระบุตัวคนร้ายอย่างหนักแน่น
 


🔍 [ร่องรอยที่นำไปสู่ "หัวกะทิ" แห่งเกาหลีเหนือ]


บริษัทวิเคราะห์บล็อกเชนรายใหญ่ 2 แห่งคือ TRM Labs และ Chainalysis ระบุว่ามีข้อมูลข่าวกรองที่น่าเชื่อถือ และมี "ความเชื่อมั่นในระดับสูง" ว่าผู้อยู่เบื้องหลังการแฮ็ก Binance คือ Lazarus Group หรืออีกชื่อหนึ่งคือ TraderTraitor กลุ่มแฮ็กเกอร์ที่ได้รับการสนับสนุนโดยรัฐบาลเกาหลีเหนือ

นี่เป็นกรณีล่าสุดที่เชื่อมโยงกับประเทศที่ยากจนที่สุดแห่งหนึ่งของโลก และมีข้อจำกัดด้านการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตอย่างเข้มงวด

ฟังดูย้อนแย้งไหม ประเทศที่คนส่วนใหญ่แทบเข้าอินเทอร์เน็ตไม่ได้ กลับมีแฮกเกอร์ฝีมือระดับโลก

💰 [เมื่ออาชญากรรมไซเบอร์กลายเป็น "แหล่งเงินทุน" ของประเทศ]


ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า รัฐบาลของ คิม จอง-อึน พึ่งพาอาชญากรรมไซเบอร์เป็นแหล่งเงินทุนของประเทศ

แม้การโจมตีที่น่าตื่นตาที่สุดครั้งหนึ่งที่ถูกสงสัยว่าเชื่อมโยงกับเกาหลีเหนือ จะไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องเงิน แต่ก็สร้างแรงสั่นสะเทือนไม่น้อย นั่นคือเหตุการณ์ในปี พ.ศ. 2557 (ค.ศ. 2014) ที่เป้าหมายคือ Sony Pictures ผู้สร้างภาพยนตร์เรื่อง "The Interview" ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับแผนลอบสังหารคิม จอง-อึน ผลที่ตามมาคืออีเมลแลกเปลี่ยนกันระหว่างผู้บริหารระดับสูงของสตูดิโอหลายพันฉบับ ที่มีเนื้อหาอันน่าอับอายขายหน้า ถูกเปิดเผยสู่สาธารณะ

จากเรื่องแก้แค้นทางภาพยนตร์ สู่การปล้นเงินระดับแสนล้านบาท พวกเขาเดินทางมาไกลขนาดนี้ได้อย่างไร


🎓 [คัดนักศึกษาหัวกะทิ ปั้นเป็นนักรบไซเบอร์]


เมื่อปีที่แล้ว FBI ระบุว่าเกาหลีเหนือก่อเหตุโจรกรรมมูลค่า 1.5 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 48,000 ล้านบาท) จากตลาดซื้อขายคริปโตชื่อ "Bybit" โดยกลุ่ม TraderTraitor ฟอกและกระจายทรัพย์สินที่ขโมยมาอย่างรวดเร็ว แปลงเป็น Bitcoin และสินทรัพย์ดิจิทัลอื่น ๆ เพื่อเปลี่ยนให้เป็นเงินสดสกุลหลักในที่สุด

FBI ยังกล่าวหาว่าเกาหลีเหนือพัฒนาปฏิบัติการทางไซเบอร์อย่างเป็นระบบ โดยคัดเลือก นักศึกษาที่มีศักยภาพสูงที่สุดจากมหาวิทยาลัยต่าง ๆ แล้วส่งเข้าสู่กลุ่มแฮ็กเกอร์ภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยข่าวกรองเกาหลีเหนือ

รายงานของ BBC ระบุว่า จากการวิเคราะห์ของกลุ่มเทคโนโลยีต่าง ๆ สถานที่ดำเนินการปฏิบัติการสงครามไซเบอร์บางส่วนอยู่ในพรมแดนประเทศจีนเข้าไปเล็กน้อย กิจกรรมการแฮ็กของเกาหลีเหนือส่วนใหญ่มุ่งเน้นการแสวงหาผลประโยชน์ทางการเงิน และถูกสงสัยว่าอยู่เบื้องหลังการโจรกรรมคริปโตมูลค่า 620 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 19,840 ล้านบาท) ในปี พ.ศ. 2565 (ค.ศ. 2022) ด้วย

เมื่อมีการคัดคนและวางระบบมาอย่างดีขนาดนี้ แล้วครั้งล่าสุดพวกเขาเจาะระบบของ Binance ได้อย่างไร


🔓 [กระเป๋าเงินที่ถูก "สั่งให้โอนเงินเอง"]


ในการโจรกรรมครั้งล่าสุด เจ้าหน้าที่เกาหลีเหนือถูกกล่าวหาว่าใช้ การอนุญาตพิเศษ รูปแบบหนึ่ง เปลี่ยน "hot wallet" หรือกระเป๋าเงินคริปโตของ Binance ที่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตอยู่ตลอดเวลา ให้กลายเป็นวอลเล็ตที่ โอนเงินไปยังผู้โจมตีโดยอัตโนมัติ

เทียบง่าย ๆ ก็เหมือนมีคนแอบเปลี่ยนกฎของตู้เซฟ ให้ตู้เซฟเปิดประตูและส่งเงินออกไปเองโดยที่เจ้าของไม่รู้ตัว

มีการคาดว่าแฮกเกอร์ใช้มัลแวร์เจาะระบบผ่านแล็ปท็อปของวิศวกรซอฟต์แวร์ และใช้โปรโตคอลลายเซ็นหลายรายการ "EIP-7702" (Ethereum Improvement Proposal 7702) โจมตี hot wallet ของ Binance ส่วน TRM Labs ระบุว่า มีความเป็นไปได้สูงที่ผู้โจมตีจะเข้าถึง ระบบลงนามอนุมัติธุรกรรม ของ hot wallet ได้ ในฐานะส่วนหนึ่งของแผนการนี้

แล้วช่องโหว่ที่ว่านี้ ใหญ่แค่ไหนกันแน่
 


⚠️ [จุดอ่อนที่ใหญ่กว่าที่คิด]


Binance ระบุในตอนแรกว่าเชื่อว่าคอมพิวเตอร์พกพาของวิศวกรรายหนึ่งถูกเจาะระบบ จนเกิดการถอนเงินโดยไม่ได้รับอนุญาต แต่ต่อมาพบว่าการโจมตีมีขอบเขตกว้างกว่านั้น

ริชาร์ด เทง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วมของ Binance กล่าวว่า "การสืบสวนเพิ่มเติมของเรา พบจุดที่ระบบถูกเจาะเพิ่มเติม"

ถ้าแม้แต่ตลาดซื้อขายคริปโตรายใหญ่ยังถูกเจาะได้หลายจุด แล้วอนาคตของความปลอดภัยในโลกดิจิทัลจะเป็นอย่างไร


🤖 [เมื่อ AI กลายเป็นอาวุธของแฮกเกอร์]


หากข้อกล่าวหาเหล่านี้เป็นความจริง การโจรกรรมครั้งประวัติการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่าแฮกเกอร์ที่ถูกสงสัยว่าเชื่อมโยงกับเกาหลีเหนือ "มีศักยภาพมากเพียงใด" และเป็นสัญญาณว่าเครื่องมือและเทคนิคด้านการแฮ็กก้าวหน้าไปมาก

ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า การเติบโตของ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ยังเปิดช่องทางใหม่ให้ผู้ก่อภัยคุกคามก่ออาชญากรรมได้ ผ่านระบบอัตโนมัติและวิธีการอื่น ๆ

BBC สรุปว่า ในกรณีนี้มีความเป็นไปได้ว่า AI ถูกใช้เป็นเครื่องมือแทรกซึมเข้าสู่ระบบของ Binance และ Chainalysis ระบุว่าผู้โจมตีใช้รูปแบบการฟอกทรัพย์สินที่ "เราไม่เคยพบเห็นมาก่อน"


💬 [แล้วเราจะรับมืออย่างไร]


เรื่องนี้ไม่ได้เป็นแค่ข่าวต่างประเทศไกลตัว เพราะสินทรัพย์ดิจิทัลอยู่ในมือคนทำงานวัยกลางคนจำนวนไม่น้อย ทั้งเพื่อการลงทุนและเก็บออม เหตุการณ์นี้อาจเป็นบทเรียนให้ทั้งผู้ให้บริการและผู้ใช้งานหันมาทบทวนเรื่องความปลอดภัยอย่างจริงจังมากขึ้น และอาจผลักดันให้ทั่วโลกร่วมมือกันสร้างมาตรฐานป้องกันที่แข็งแรงกว่าเดิม
.
คุณคิดว่า ผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม ควรรับผิดชอบเรื่องความปลอดภัยให้มากกว่านี้ หรือ ผู้ใช้งานเอง ก็ต้องเรียนรู้ที่จะดูแลสินทรัพย์ของตัวเองให้ดีขึ้น
.
แล้วถ้าอาชญากรรมไซเบอร์ระดับรัฐเป็นภัยที่ป้องกันได้ยากขนาดนี้ คุณยังมั่นใจที่จะเก็บเงินไว้ในโลกดิจิทัลอยู่หรือเปล่า

ข่าวล่าสุด