เนชั่นทีวี

Nation Story

OPINION : “ศึกอลาสกา” ป่วนโค้งสุดท้าย “เลือกตั้งกลางเทอม”

01 พ.ย. 2569 | กิตติดิษฐ์ ธนดิษฐ์สุวรรณ

OPINION : “ศึกอลาสกา” ป่วนโค้งสุดท้าย “เลือกตั้งกลางเทอม”

อีก 2 วันเท่านั้น ในที่สุดศึกเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ก็จะเปิดฉากขึ้นแล้ว แม้การเลือกตั้งจะไม่ใช่การเลือกประธานาธิบดีโดยตรง แต่การเลือก สส.ทั้งสภาและ สว. 35 ที่นั่งก็มักถูกเปรียบเป็นการลง “ประชามติ” ต่อผลงานครึ่งแรกในสมัยที่ 2 ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งกำลังเผชิญศึกหนักจากหลายปัจจัยกดดัน ไม่ว่าจะเป็นสงครามอิหร่าน วิกฤตพลังงาน ไปจนถึงดาต้าเซ็นเตอร์

ยิ่งใกล้ถึงวันเลือกตั้งเท่าไหร่ ดูเหมือนผลโพลและตลาดทำนายผลจะยิ่งเห็นตรงกันว่าพรรคเดโมแครตมีโอกาสจะครองเสียงข้างมากเหนือพรรครีพับลิกันทั้งในสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ซึ่งหากเราย้อนดูผลการเลือกตั้งกลางเทอม 4 ครั้งที่ผ่านมาจะพบว่า ประธานาธิบดีทุกคนล้วนแต่เสียสภาล่างไปให้พรรคคู่แข่งทั้งสิ้น ทั้งรัฐบาลบารัก โอบามา 1-2, รัฐบาลโจ ไบเดน, และรัฐบาลทรัมป์ 1 เพราะต้องยอมรับความจริงว่า รัฐบาลที่อยู่ในอำนาจมา 2 ปี ย่อมมีแผล ตกเป็นเป้าโจมตี และเริ่มสร้างความเบื่อหน่ายให้ประชาชนไม่น้อย


🔵[เจาะสนาม “วุฒิสภา”]


ปัจจุบันพรรคริพับลิกันครองเสียงข้างมากในวุฒิสภาที่ 53 ต่อ 47 ที่นั่ง แต่ในการเลือกตั้งครั้งนี้คาดว่ามีอย่างน้อย 6 สนามที่ผู้ท้าชิงจากพรรคเดโมแครตมีโอกาสที่จะล้มแชมป์เก่าได้ ได้แก่ แคนซัส, เมน, นอร์ทแคโรไลนา, โอไฮโอ, ไอโอวา, เท็กซัส, และอลาสกา ในทางกลับกันหลายสนามก็มีโอกาสที่ผู้สมัครจากรีพับลิกันจะคว้าชัยเหนือเดโมแครตเช่นกัน ได้แก่ จอร์เจีย, มิชิแกน, และนิวแฮมเชียร์

ในช่วงกว่า 30 ปีที่ผ่านมา เท็กซัสถูกมองว่าเป็น “รัฐสีแดง” เพราะไม่มีผู้สมัครจากพรรคเดโมแครตคนใดที่คว้าชัยชนะในการเลือกตั้งระดับรัฐมาตั้งแต่ปี 2537 และในการเลือกตั้งใหญ่เมื่อ 2 ปีที่แล้ว ทรัมป์ก็ชนะในรัฐนี้ด้วยคะแนนนำคามาลา แฮร์ริสถึง 14 จุด แต่ครั้งนี้ผู้สมัครเดโมแครตและสมาชิกสภารัฐเท็กซัสที่มีชื่อว่า เจมส์ ทาลาริโค มีโอกาสชนะ เคน แพ็กซ์ตัน อัยการประจำรัฐจากรีพับลิกัน โดยผลโพลล่าสุดพบว่า ทาลาริโคมีคะแนนนำอยู่เล็กน้อย แม้ฝ่ายรีพับลิกันจะมีผู้สนับสนุนรายสำคัญชื่อ “อีลอน มัสก์” ก็ตาม ซึ่งปัจจุบันมัสก์อาศัยอยู่และย้ายสำนักงานใหญ่ของบริษัทเขาหลายแห่งมาตั้งอยู่ในรัฐเท็กซัส

🔵[ไม่บังเอิญ? ผู้สมัคร “ชื่อซ้ำกัน”]


อีกหนึ่งสนามที่กำลังถูกจับตามองอย่างมากก็คือ สว.รัฐอลาสกา ระหว่างแชมป์เก่า แดน ซัลลิแวน กับอดีต สส. แมรี เพลโตลา จากเดโมแครต โดยเพลโตลามีคะแนนนำเล็กน้อยในช่วงโค้งสุดท้าย แต่ปรากฎว่างานนี้ยังมีผู้สมัครโนเนมอีก 2 คนที่เบียดเข้ามาในการแข่งขัน และอาจเข้ามาตัดคะแนนฝ่ายรีพับลิกันได้

คนแรกคือ “แดน ซัลลิแวน” ผู้ที่มีชื่อเดียวกันกับแชมป์เก่า และถูกพรรครีพับลิกันกล่าวหาว่าเป็น “ตัวหลอก” ที่พรรคเดโมแครตส่งมา อย่างไรก็ตามชื่อที่ปรากฎบนบัตรเลือกตั้งจะขึ้นรายละเอียดให้ผู้ใช้สิทธิแยกออกว่าใครเป็นใคร โดยแชมป์เก่าจะปรากฎชื่อว่า “ซัลลิแวน, แดน เอส. (รีพับลิกัน) ผู้ดำรงตำแหน่งปัจจุบัน” ในลำดับที่ 3 จากผู้สมัคร 4 ราย ขณะที่ซัลลิแวนอีกคนจะปรากฎชื่อว่า “ซัลลิแวน, แดเนียล เจ. จูเนียร์.” ในลำดับที่ 2

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมานิวยอร์กไทมส์รายงานว่า ผู้ช่วยของเพลโทลาได้ชักชวนซัลลิแวนที่เป็นครูเกษียณอายุให้เข้าร่วมลงสนามเลือกตั้ง นำไปสู่การที่ทรัมป์เรียกร้องให้ดำเนินคดีกับเพลโทลา โดยกระทรวงยุติธรรมได้ขอให้ผู้พิพากษาระงับการรับรองผลการเลือกตั้งหากผู้สมัครจากรีพับลิกันแพ้ไปอย่างเฉียดฉิว ขณะที่ไมค์ ดันลีวี ผู้ว่าการรัฐอลาสกาสั่งเปิดการสอบสวน แต่ทั้งซัลลิแวนและฝ่ายเดโมแครตต่างปฏิเสธว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง

ส่วนอีกคนคือ “เจอรัลด์ ไฮค์ส” ที่ถูกระบุว่าเป็นผู้สมัครจากรีพับลิกันเช่นกัน ปรากฎว่ามีคณะสนับสนุนที่ในสหรัฐฯ เรียกกันว่า PAC ซึ่งทำหน้าที่ช่วยเหลือทางการเงินให้กับผู้สมัครคนใดคนหนึ่งหรือหลายคนก็ได้ ได้ทุ่มทุนเกือบ 4 ล้านดอลลาร์ในช่วง 2 สัปดาห์สุดท้ายสนับสนุนไฮค์สและผู้สมัครโนเนมอีกคนในรัฐโอไฮโอ โดยยังไม่ทราบว่าคณะดังกล่าวคือใครเนื่องจากอาศัยช่องโหว่ของกฎหมายเลือกตั้งที่ระบุว่า สามารถเปิดชื่อหลังการเลือกตั้งได้หากเป็นการบริจาคในช่วง 2 สัปดาห์ก่อนเลือกตั้ง
 


🔵[ส่อลุ้นยาว! ผลเลือกตั้ง “อลาสกา”]


สมมติว่าผลเลือกตั้ง สว.ระหว่าง 2 พรรคเป็นไปอย่างสูสี แล้วสนามรัฐอลาสกาเป็นตัวตัดสินว่าพรรคไหนจะครองเสียงข้างมาก เป็นไปได้ที่เราอาจต้องรอลุ้นกันนานถึง 2 สัปดาห์เนื่องจาก 2 เหตุผล คือ หนึ่ง อลาสกาเป็นรัฐที่กว้างใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ และใหญ่กว่าประเทศไทย 3 เท่า ดังนั้น ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ห่างไกลจึงต้องมีการขนส่งบัตรลงคะแนนผ่านทางเครื่องบินเพื่อนำไปนับรวมกัน ขณะที่กฎหมายของรัฐให้เวลา 10-15 วัน สำหรับการส่งบัตรเลือกตั้งทางไปรษณีย์ไปยังสำนักงาน กกต.

เหตุผลที่สองก็คือ รัฐอลาสกาใช้ระบบการลงคะแนนแบบ “จัดลำดับความชอบ” ไม่ใช่การเลือกแค่คนใดคนหนึ่ง ซึ่งหากมีผู้สมัครคนใดได้รับคะแนนเสียง 50% ในการลงคะแนนรอบแรกก็ถือว่าจบ แต่หากไม่มีก็จะทยอยนำคะแนนของผู้ที่ได้ลำดับสุดท้ายมาแจกจ่ายให้กับผู้สมัครที่เหลือ โดยดูว่าบัตรลงคะแนนเหล่านั้นเลือกให้ใครอยู่ในลำดับที่ 2 บ้าง แบบนี้ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะมีผู้ได้คะแนนเกินกึ่งหนึ่ง

นอกจากนี้ กฎหมายของรัฐยังอนุญาตให้ผู้สมัครที่แพ้สามารถคัดค้านผลการเลือกตั้งได้ ในกรณีที่มีการประพฤติมิชอบ ฉ้อโกง หรือการทุจริตที่ทำให้ผลการเลือกตั้งเปลี่ยนแปลงไป แต่ก็ไม่ง่าย เพราะต้องมีหลักฐานอย่างชัดเจนว่ามากพอจนสามารถเปลี่ยนแปลงผลการเลือกตั้งได้ ไม่ใช่แค่ไม่กี่คะแนนเท่านั้น

นับถอยหลังอีก 2 วัน เดี๋ยวเราคงได้รู้กันว่ารัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะกลายเป็น “รัฐบาลเป็ดง่อย” หรือไม่ แม้ขณะนี้โพลส่วนใหญ่คาดว่าจะแพ้ แต่อย่าลืมว่าทรัมป์เคยหักปากกาเซียนมาแล้วนักต่อนักในการเลือกตั้งใหญ่ 2 สมัยที่ผ่านมาครับ

ข่าวล่าสุด