เนชั่นทีวี

Nation Story

WORLD: สื่อคู่อริของซัสเซ็กซ์ เปิดหลักฐานในห้องเก็บของ "โทมัส มาร์เคิล" พ่อของเมแกน ถูกแจ้ง FBI สอบสวน

02 พ.ย. 2569 | กองบรรณาธิการ Nation STORY

WORLD: สื่อคู่อริของซัสเซ็กซ์ เปิดหลักฐานในห้องเก็บของ "โทมัส มาร์เคิล" พ่อของเมแกน ถูกแจ้ง FBI สอบสวน

หลายคนอาจคุ้นกับภาพ Daily Mail ที่งัดข้อกับ "ดยุกและดัชเชสแห่งซัสเซ็กซ์" มาหลายยก แถมยังเป็นฝ่ายชนะคดีที่ถูกเจ้าชายแฮร์รีฟ้องร้องมาแล้วด้วย แต่ครั้งนี้ เรื่องที่แท็บลอยด์อังกฤษรายนี้ขุดขึ้นมา ไม่ใช่เรื่องดรามาในราชวงศ์ หากแต่เป็นข้อกล่าวหาร้ายแรงที่พาดพิง "โทมัส มาร์เคิล" พ่อบังเกิดเกล้าของ "เมแกน มาร์เคิล" และเรื่องนี้ถึงมือ FBI แล้ว

คำถามคือ ในห้องเก็บของเล็กๆ ที่ถูกปล่อยทิ้งร้างในเม็กซิโก มีอะไรซุกซ่อนอยู่กันแน่?


🔎 [ห้องเก็บของเล็กๆ ที่ไม่มีใครมาเปิดนานหลายปี]


Daily Mail ส่งทีมงานไปที่เมืองโรซาริโต บีช (Rosarito Beach) ประเทศเม็กซิโก หลังได้รับแจ้งว่า โทมัส มาร์เคิล เคยเช่าห้องเก็บของไว้แห่งหนึ่งแล้วปล่อยทิ้งร้าง

เอกสารการชำระเงินที่สื่อรายนี้ได้รับมา ระบุว่า เขาเช่าห้องขนาด 5x10 ฟุต ไว้ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2560 (ค.ศ. 2017) ซึ่งเป็นเวลา 6 ปีหลังย้ายมาอยู่ที่นี่ ห่างจากพรมแดนสหรัฐฯ ราว 10 ไมล์

ทีมงานได้รับอนุญาตให้เข้าไปดูข้างใน เพราะค่าเช่าค้างชำระมานาน 2 ปีแล้ว

แล้วในห้องนั้นมีอะไร?

📦 [ของที่พบ ตามรายงานของ Daily Mail]
นอกจากของส่วนตัวอย่างของที่ระลึกครอบครัว ภาพถ่าย จดหมาย และฟิล์มเนกาทีฟ 35 มม. แล้ว Daily Mail ระบุว่า พบสิ่งที่น่ากังวลอย่างยิ่งอีกหลายอย่าง ได้แก่

  • หนังสือและนิตยสารที่เกี่ยวข้องกับสื่อลามกอนาจารเด็ก รวมถึงนิตยสารที่พิมพ์ในเอเชีย
  • ภาพถ่ายขาวดำขนาด 10x8 นิ้ว จำนวน 31 ภาพ ซึ่งมีภาพเด็กหญิงอยู่ในสภาพที่ไม่เหมาะสม
  • วิดีโอเทปกว่า 50 ม้วน ซึ่งยังไม่ทราบเนื้อหาแน่ชัด
  • ฮาร์ดไดรฟ์ 7 ลูก ที่ถูกถอดออกจากเครื่องคอมพิวเตอร์ พร้อมแฟลชไดรฟ์ 4 อัน และกล้องอีกหลายตัว
  • คอมพิวเตอร์เครื่องเก่าที่มีโน้ตแปะว่า "Overheated… Virus!" และคำแนะนำใช้โปรแกรม WinCleaner ซึ่งเป็นโปรแกรมลบข้อมูลทั้งหมดในฮาร์ดไดรฟ์ พร้อมรหัสเปิดใช้งาน
  • จานกระดาษใบหนึ่งที่เขียนว่า "DARK WEB" ด้วยหมึกสีแดง พร้อมรายการที่อยู่เว็บไซต์

ทั้งนี้ Daily Mail ระบุด้วยว่า ไม่มีหลักฐานบ่งชี้ว่า มาร์เคิลมีเพศสัมพันธ์กับเด็กหญิงในภาพถ่ายเหล่านั้น และยังไม่ทราบว่าอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ยังมีข้อมูลหลงเหลืออยู่หรือไม่

(เราขอไม่ลงรายละเอียดของภาพและชื่อสิ่งของบางรายการ เพื่อความเหมาะสมและเพื่อไม่ให้ตกเป็นเนื้อหาที่ล่อแหลม)

แต่ที่น่าสนใจคือ ห้องเก็บของแห่งนี้ ไม่ใช่จุดเดียวที่ตำรวจกำลังตรวจสอบ


🇵🇭 [ต้นเรื่องจริงๆ อยู่ที่ฟิลิปปินส์]


การสอบสวนเริ่มจาก โทมัส มาร์เคิล จูเนียร์ ลูกชายของเขา ซึ่งพบสิ่งของน่าสงสัยในกล่อง 4 ใบ ที่พ่อทิ้งไว้ที่เมืองเซบู ประเทศฟิลิปปินส์ หลังเดินทางไปรักษาตัวที่ฟลอริดาเมื่อเดือนพฤษภาคม

เขาเล่าว่า พบภาพที่เข้าข่ายสื่อลามกอนาจารเด็กจำนวนหลายร้อย หรืออาจถึงหลายพันภาพ จึงตัดสินใจแจ้งตำรวจแห่งชาติฟิลิปปินส์และ FBI ซึ่งตอนนี้ทั้งสองหน่วยงานกำลังสอบสวนอยู่

ฝั่งฟิลิปปินส์ ตำรวจกำลังขอหมายศาลเพื่อตรวจสอบกล่องดังกล่าว และ จอนวิค เรมุลลา เจ้าหน้าที่ทางการฟิลิปปินส์ ให้ความเห็นว่า อดีตช่างเทคนิคด้านแสงในฮอลลีวูดวัย 82 ปีรายนี้ อาจเป็น "ผู้กระทำความผิดทางเพศในระดับที่เลวร้ายที่สุด" และมี "สัญญาณทุกอย่าง" ว่ามีอาชญากรรมร้ายแรงเกิดขึ้น

หากถูกตั้งข้อหาและศาลตัดสินว่ามีความผิดจริง มาร์เคิลอาจต้องโทษจำคุก 10 ถึง 12 ปี

แล้วเจ้าตัวว่าอย่างไร?

🗣️ [เสียงจากสองฝั่ง พ่อปฏิเสธ ลูกชายเลือกยืนอีกด้าน]


มาร์เคิลปฏิเสธว่าไม่ได้กระทำความผิดใดๆ

เขายอมรับว่าเคยจ่ายเงินเพื่อมีเพศสัมพันธ์ในฟิลิปปินส์สมัยที่ยังเป็นโสด แต่ยืนยันว่า "ผมไม่เคยมีเพศสัมพันธ์กับใครที่อายุต่ำกว่า 18 ปี ผมชอบผู้หญิงเอเชีย แต่นั่นไม่ใช่ความผิดทางอาญา"

เขายังปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ว่าดาวน์โหลดภาพลามกอนาจารเด็กไว้ในคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์ ซึ่งเจ้าหน้าที่ยึดไปตรวจสอบแล้ว โดยบอกว่านั่นเป็น "สิ่งที่เลวร้ายที่สุดเท่าที่ใครจะกล่าวหาผมได้" และปฏิเสธว่าไม่ใช่ตัวเขาในภาพถ่ายบางภาพที่มีการรายงานด้วย

ขณะที่โทมัส จูเนียร์ ผู้ดูแลพ่อมาโดยตลอด พูดถึงการตัดสินใจครั้งนี้ว่า "ตอนที่ผมพบหลักฐานเหล่านี้ ผมรู้สึกตกใจและหวาดกลัวมาก จนไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องแจ้งความพ่อของตัวเอง"

และยังกล่าวถึงเมแกนว่า "ผมเสียใจจริงๆ เมแกน ตอนนี้ผมรู้แล้วว่าตลอด 9 ปีที่ผ่านมา ผมปกป้องคนผิดมาโดยตลอด"

จากนี้ไป เขาบอกว่าจะไม่พูดกับพ่ออีก เว้นแต่ถูกเรียกไปให้การเป็นพยาน

คำถามที่หลายคนอาจสงสัยต่อคือ ชีวิตของชายคนนี้ที่เม็กซิโกเป็นอย่างไร?
.
🏚️ ["เหมือนฤาษี" ชีวิตเงียบๆ ที่เม็กซิโก]
หลังย้ายมาเม็กซิโก อดีตผู้กำกับแสงของรายการอย่าง General Hospital และ Married… with Children ใช้ชีวิตสันโดษในบ้านเช่าภายในหมู่บ้านจัดสรรย่านซานอันโตนิโอ เดล มาร์ (San Antonio del Mar)
.
ชาวบ้านบอกว่า แทบไม่มีใครเห็นเขา นานๆ ครั้งจะเห็นที่บาร์สำหรับชาวต่างชาติ ร้านสะดวกซื้อ หรือห้างวอลมาร์ท หนึ่งในชาวบ้านบอกว่า "เขาใช้ชีวิตราวกับฤาษี ตลอดหลายปีที่เขาอยู่ที่นี่ ไม่มีใครรู้จักเขาจริงๆ เลยสักคน"
.
ในช่วงปีแรกๆ ที่เช่าห้องเก็บของ เขาแวะไปเดือนละสองสามครั้ง ครั้งสุดท้ายที่มีผู้พบเห็นคือเดือนมีนาคม พ.ศ. 2567 (ค.ศ. 2024) ตอนที่ต่อสัญญาเช่าออกไปอีก 3 เดือน จากนั้นก็ไม่มีใครเห็นเขาอีก ลูกชายก็ไม่เคยไปที่นั่นเช่นกัน

เมื่อเทียบกับความสัมพันธ์กับลูกสาว ภาพนี้ยิ่งน่าสนใจ
 


💔 [ความสัมพันธ์พ่อลูกที่แตกหักมานาน]


ช่วงที่อยู่เม็กซิโก เป็นช่วงที่ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับเมแกนแตกหัก ก่อนงานแต่งงานของเมแกนในปี พ.ศ. 2561 (ค.ศ. 2018) เขาถูกจับได้ว่าแอบร่วมมือกับช่างภาพปาปารัสซี่จัดฉากถ่ายภาพ ทั้งที่เจ้าชายแฮร์รีเรียกร้องให้สื่อเว้นระยะห่างจากว่าที่พ่อตา

ปัจจุบัน เขาพักรักษาตัวอยู่ที่สถานฟื้นฟูในรัฐฟลอริดา กำลังฝึกเดินใหม่ หลังสูญเสียขาซ้ายจากการผ่าตัดที่ฟิลิปปินส์เมื่อ 11 เดือนก่อน

Daily Mail ระบุว่า ไม่นานหลังการผ่าตัด มาร์เคิลได้รับจดหมายจากเมแกน ซึ่งตัดขาดเขาจากชีวิตของหลานๆ คือ อาร์ชี วัย 7 ขวบ และลิลิเบต วัย 5 ขวบ โดยข้อความในจดหมายระบุว่า เธอทราบว่าพ่อของเธอเคยล่วงละเมิดเด็กหญิงตัวเล็กๆ

เรื่องนี้เมแกนรู้มานานแค่ไหน?


📜 [แถลงการณ์ของเมแกน]


หลังเรื่องถูกเปิดเผย เมแกนออกแถลงการณ์ว่า เธอรับทราบข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการล่วงละเมิดทางเพศเด็กมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2562 (ค.ศ. 2019) หลังได้รับการติดต่อจากตำรวจอังกฤษ

เธอได้รับคำยืนยันว่าข้อกล่าวหาที่ "น่ากังวลและสร้างความไม่สบายใจ" เหล่านั้นอยู่ระหว่างการสอบสวน และได้รับคำแนะนำว่า การออกมาพูดในตอนนี้อาจส่งผลเสียต่อกระบวนการทางกฎหมาย

ทั้งหมดนี้ยังเป็นเพียง ข้อกล่าวหาและการรายงานของสื่อ ยังไม่มีการตั้งข้อหาหรือคำพิพากษาของศาล และมาร์เคิลยังปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา


🤔 [แล้วเราจะมองเรื่องนี้อย่างไร?]


เรื่องนี้เตือนใจเราได้หลายอย่าง ทั้งความสำคัญของการให้กระบวนการยุติธรรมทำงานโดยไม่ตัดสินล่วงหน้า และการที่สังคมต้องเอาจริงกับการปกป้องเด็กจากการถูกล่วงละเมิดและแสวงหาประโยชน์

ลูกชายตัดสินใจแจ้งความพ่อของตัวเอง ทั้งที่ดูแลกันมาเกือบทศวรรษ การตัดสินใจแบบนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่อาจเป็นสิ่งที่ช่วยให้ความจริงปรากฏ และหากข้อกล่าวหาเป็นจริง ก็อาจเป็นก้าวสำคัญของความยุติธรรมสำหรับผู้เสียหาย

คุณคิดว่าอย่างไร? ถ้าเป็นคุณ เมื่อพบสิ่งผิดปกติในคนใกล้ชิด จะตัดสินใจแจ้งเจ้าหน้าที่เหมือนโทมัส จูเนียร์หรือไม่?
เราในฐานะสังคม ทำอะไรได้บ้างเพื่อให้เด็กๆ ปลอดภัยมากขึ้น ทั้งในโลกจริงและโลกออนไลน์?

ข่าวล่าสุด