เนชั่นทีวี

Nation Story

OPINION: “น้ำหวาน” วันละแก้ว! เพิ่มเสี่ยง “มะเร็งกระเพาะ” 2 เท่า?

02 พ.ย. 2569 | nathaorn_som

OPINION: “น้ำหวาน” วันละแก้ว! เพิ่มเสี่ยง “มะเร็งกระเพาะ” 2 เท่า?

น้ำอัดลมหนึ่งกระป๋องตอนกลางวัน ชาหวานอีกแก้วตอนบ่าย หรือเครื่องดื่มเกลือแร่หลังออกกำลังกาย…หลายคนอาจคิดว่า “วันละแก้วคงไม่เป็นไร” แต่งานวิจัยล่าสุดกำลังชวนให้เรากลับมามองน้ำตาลที่ดื่มเข้าไปทุกวันอย่างจริงจังขึ้นค่ะ

นักวิจัยจาก Mass General Brigham Cancer Institute และ Harvard T.H. Chan School of Public Health วิเคราะห์ข้อมูลของผู้ใหญ่กว่า 112,000 คน จากโครงการศึกษาสุขภาพระยะยาวสองโครงการในสหรัฐอเมริกา

ตลอดช่วงติดตามหลายสิบปี มีผู้ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งกระเพาะอาหาร 278 คน ผลการวิเคราะห์พบว่า ผู้ที่ดื่มเครื่องดื่มเติมน้ำตาลอย่างน้อยวันละหนึ่งหน่วยบริโภค มีความเสี่ยงมะเร็งกระเพาะอาหารประมาณ 2.45 เท่า เมื่อเทียบกับผู้ที่ดื่มน้อยกว่าเดือนละครั้ง  

เครื่องดื่มที่งานวิจัยจัดอยู่ในกลุ่มเติมน้ำตาล ได้แก่ น้ำอัดลม พันช์ เลมอนเนด และเครื่องดื่มสำหรับนักกีฬา โดยหนึ่งหน่วยบริโภคอยู่ที่ประมาณ 8 ออนซ์ หรือราว 240 มิลลิลิตร ซึ่งเล็กกว่าเครื่องดื่มแก้วใหญ่ที่คนไทยคุ้นเคยเสียอีก

 

🔵 เสี่ยง 2.45 เท่า ไม่ได้แปลว่าดื่มแล้วจะเป็นมะเร็ง?!


พลอยขอย้ำตรงนี้ก่อนค่ะ งานวิจัยเป็นการศึกษาแบบสังเกต จึงพบได้เพียง “ความสัมพันธ์” แต่ยังพิสูจน์ไม่ได้ว่าเครื่องดื่มหวานเป็นสาเหตุโดยตรงของมะเร็งกระเพาะอาหาร

จำนวนผู้ป่วยที่พบก็มีเพียง 278 คนจากผู้เข้าร่วมกว่าแสนคน อีกทั้งผู้เข้าร่วมส่วนใหญ่เป็นคนผิวขาว และมีข้อมูลเรื่องการติดเชื้อ H. pylori กับประวัติมะเร็งในครอบครัวอย่างจำกัด ผลลัพธ์จึงยังต้องได้รับการยืนยันในประชากรกลุ่มอื่น รวมถึงคนเอเชียด้วย

ที่สำคัญ งานวิจัยในประเทศญี่ปุ่นเมื่อปี 2023 ไม่พบความสัมพันธ์แบบเดียวกัน แสดงให้เห็นว่า ปัจจัยเสี่ยงของมะเร็งกระเพาะอาหารในแต่ละประเทศอาจแตกต่างกัน

 

🔵 น้ำตาลอาจเกี่ยวข้องอย่างไร?


นักวิจัยยังตอบไม่ได้แน่ชัด แต่ตั้งสมมติฐานว่า การได้รับน้ำตาลจำนวนมากเป็นประจำอาจส่งเสริมภาวะดื้อต่ออินซูลิน ทำให้ระดับน้ำตาลและอินซูลินในร่างกายสูงผิดปกติ ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับกระบวนการเกิดมะเร็ง

อีกสมมติฐานคือ เครื่องดื่มหวานอาจรบกวนสมดุลของจุลินทรีย์ในระบบทางเดินอาหาร ส่วนการได้รับฟรุกโตสรวมในปริมาณสูงก็สัมพันธ์กับการเกิดมะเร็งกระเพาะอาหารมากขึ้นในการศึกษานี้

แต่ไม่ได้หมายความว่าต้องกลัวฟรุกโตสจากผลไม้สดนะคะ เพราะผลไม้มีทั้งใยอาหาร วิตามิน และสารอาหารอื่นๆ แตกต่างจากน้ำหวานที่ส่งน้ำตาลเข้าสู่ร่างกายอย่างรวดเร็วโดยแทบไม่มีใยอาหาร สำหรับเครื่องดื่มที่ใช้สารให้ความหวานแทนน้ำตาล งานวิจัยนี้ไม่พบความเสี่ยงมะเร็งกระเพาะอาหารเพิ่มขึ้น แต่ก็ยังไม่ใช่หลักฐานว่าเครื่องดื่มประเภทดังกล่าวไม่มีผลต่อสุขภาพในด้านอื่น

 

🔵 ใกล้ตัวคนไทยกว่าที่คิด!


ในชีวิตประจำวันของเรา น้ำตาลไม่ได้อยู่เฉพาะในน้ำอัดลม แต่ยังซ่อนอยู่ในชาเย็น กาแฟปรุงสำเร็จ ชานม น้ำผลไม้เติมน้ำตาล และเครื่องดื่มพร้อมดื่มอีกหลายชนิด แม้เครื่องดื่มเหล่านี้ไม่ได้ถูกศึกษาครบทุกประเภทในงานวิจัยฉบับนี้ แต่การลด “น้ำตาลเติมเพิ่ม” โดยรวมยังเป็นทางเลือกที่ดีต่อทั้งน้ำหนัก ระดับน้ำตาลในเลือด สุขภาพฟัน และระบบเผาผลาญ

วิธีเริ่มต้นอาจไม่ต้องหักดิบ เพียงค่อยๆ เปลี่ยนจากหวานปกติเป็นหวานน้อย สลับบางมื้อเป็นน้ำเปล่า ชาไม่เติมน้ำตาล หรือน้ำโซดาที่ไม่มีน้ำตาล และอย่าลืมนับเครื่องดื่มสำหรับออกกำลังกายด้วย เพราะถ้าออกกำลังไม่หนักหรือนานมาก เราอาจไม่จำเป็นต้องเติมน้ำตาลกลับเข้าไปทุกครั้งค่ะ

นอกจากนี้ เชื้อแบคทีเรีย H. pylori ยังเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญของมะเร็งกระเพาะอาหาร หากมีอาการปวดหรือแสบท้องเรื้อรัง อิ่มเร็ว คลื่นไส้ น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ ถ่ายดำ หรืออาเจียนเป็นเลือด ถ้าใครมีอาการเหล่านี้ควรพบแพทย์เพื่อประเมิน ไม่ควรสรุปเองว่าเป็นเพียงโรคกระเพาะ

น้ำหวานหนึ่งแก้วอาจดูเล็กน้อย แต่เมื่อกลายเป็นสิ่งที่ดื่มซ้ำทุกวัน ผลต่อสุขภาพก็อาจสะสมโดยที่เราไม่ทันสังเกต ไม่จำเป็นต้องรอให้เลิกได้ทุกแก้วค่ะ แค่เริ่มจากลด “แก้วประจำวัน” ให้กลายเป็น “แก้วพิเศษนานๆ ครั้ง” ร่างกายก็ได้รับน้ำตาลน้อยลงมากแล้ว.

ข่าวล่าสุด