ครม.เคาะ ร่าง พ.ร.บ.ประกันสังคม ขยายอายุ 65 ปี เพิ่มสิทธิประโยชน์
03 พ.ย. 2569 | titayu_pur

ครม.ไฟเขียว ร่าง พ.ร.บ.ประกันสังคม ขยายอายุผู้ประกันตนมาตรา 33 เป็น 65 ปี รองรับสังคมสูงวัย พร้อมเพิ่มสิทธิประโยชน์กรณีคลอดบุตร ทุพพลภาพ และชราภาพ
ข่าว
03 พ.ย. 2569 | titayu_pur

ครม.ไฟเขียว ร่าง พ.ร.บ.ประกันสังคม ขยายอายุผู้ประกันตนมาตรา 33 เป็น 65 ปี รองรับสังคมสูงวัย พร้อมเพิ่มสิทธิประโยชน์กรณีคลอดบุตร ทุพพลภาพ และชราภาพ
KEY
POINTS
3 พฤศจิกายน 2569 ที่ประชุม ครม. มีมติเห็นชอบ ร่าง พ.ร.บ.ประกันสังคม ฉบับใหม่ ตามที่กระทรวงแรงงานเสนอ เพื่อปรับปรุงกฎหมายรองรับสังคมผู้สูงวัย โดยการ ขยายอายุ 65 ปี สำหรับผู้ประกันตน ม.33 พร้อมยกระดับมาตรการ เพิ่มสิทธิประโยชน์ ทั้งกรณีคลอดบุตร ทุพพลภาพ และเปิดให้ผู้ประกันตนนำเงินชราภาพบางส่วนออกมาใช้ หรือเป็นหลักประกันกู้เงินได้ในกรณีจำเป็น เพื่อสร้างความคุ้มครองแรงงานทั่วประเทศให้สอดคล้องกับสภาพการณ์ปัจจุบัน
ร้อยเอกหญิงภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรีว่า ครม. มีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติประกันสังคม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ตามที่กระทรวงแรงงานเสนอ เพื่อปรับปรุงกฎหมายให้สอดคล้องกับบริบทปัจจุบัน รองรับสังคมสูงวัย และเพิ่มความคุ้มครองแก่ผู้ประกันตนอย่างครอบคลุม เนื่องจากพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ใช้บังคับมานาน มีบทบัญญัติบางประการที่ไม่เหมาะสมและไม่สอดคล้องกับสภาพการณ์ในปัจจุบัน
ร่างดังกล่าวนี้ได้ขยายอายุผู้ประกันตนและเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้ โดยเพิ่มอายุขั้นสูงของลูกจ้างที่เป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 จากเดิม 60 ปี เป็นไม่เกิน 65 ปีบริบูรณ์ เพื่อรองรับแรงงานสูงอายุ พร้อมขยายสิทธิประโยชน์กรณีสงเคราะห์บุตรต่อเนื่องอีก 6 เดือนหลังออกจากงาน พร้อมกันนี้ ยังปรับเพิ่มเงินสงเคราะห์การหยุดงานเพื่อคลอดบุตรให้สอดคล้องกับกฎหมายคุ้มครองแรงงาน และเพิ่มเงินทดแทนการขาดรายได้กรณีทุพพลภาพอันมิใช่จากการทำงานเป็นไม่เกินร้อยละ 70 ของค่าจ้าง (จากเดิมร้อยละ 50)
นอกจากนี้ ยังเปิดให้ผู้ประกันตนที่ส่งเงินสมทบครบ 180 เดือน สามารถเลือกรับเงินบำนาญชราภาพหรือบำเหน็จชราภาพได้เมื่ออายุครบ 55 ปี หรือเมื่อความเป็นผู้ประกันตนสิ้นสุดลง ส่วนผู้ประกันตนที่ส่งเงินสมทบไม่น้อยกว่า 60 เดือน สามารถขอรับเงินชราภาพบางส่วนก่อนอายุ 55 ปีได้ในกรณีเกิดภัยพิบัติร้ายแรงต่อความเป็นอยู่ของผู้ประกันตน หรือนำเงินชราภาพบางส่วนไปเป็นหลักประกันกู้เงินกับสถาบันการเงินที่ทำความตกลงกับสำนักงานประกันสังคม ทั้งนี้ วงเงินไม่เกินร้อยละ 30 ของเงินชราภาพและไม่เกิน 2 เท่าของฐานค่าจ้างขั้นสูง
ร้อยเอกหญิงภัทร์ดารัสมิ์ ระบุเพิ่มเติมว่า ร่างดังกล่าวนี้ยังเปิดทางให้ผู้รับบำนาญชราภาพที่ออกจากงานแต่ยังต้องการความคุ้มครอง (เช่น สิทธิรักษาพยาบาล) สามารถสมัครเป็นผู้ประกันตนต่อได้ โดยรัฐร่วมสมทบ 1 ส่วน ผู้ประกันตนสมทบ 2 ส่วน (คุ้มครองกรณีเจ็บป่วย ทุพพลภาพ และตาย) รวมทั้งยังปรับปรุงบทกำหนดโทษสำหรับนายจ้างที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย (เช่น การไม่ยื่นแบบรายการภายในกำหนด) ให้เปลี่ยนจากโทษทางอาญาเป็นการปรับเป็นพินัยตาม พ.ร.บ. การปรับเป็นพินัย พ.ศ. 2565 เพื่อความเหมาะสมและเป็นธรรม
ทั้งนี้ ครม. ได้รับทราบแผนการจัดทำกฎหมายลำดับรองรวม 18 ฉบับ ซึ่งจะต้องดำเนินการภายใน 60 วันหลังกฎหมายมีผลบังคับใช้ โดยขั้นตอนหลังจากนี้จะส่งร่าง พ.ร.บ. ให้คณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (ปสส.) พิจารณาก่อนเสนอสภาผู้แทนราษฎรต่อไป