เนชั่นทีวี

ข่าว

“พ.ต.อ.ทวี” จี้ รบ.ปัดฝุ่นแผน สมช. รับมือวิกฤต – “นายกอ๋า” ชูโมเดลสากลสำรองเสบียง 72 ชม.

03 พ.ย. 2569 | prisana_tha

“พ.ต.อ.ทวี” จี้ รบ.ปัดฝุ่นแผน สมช. รับมือวิกฤต – “นายกอ๋า” ชูโมเดลสากลสำรองเสบียง 72 ชม.

“พ.ต.อ.ทวี” จี้ รัฐบาลปัดฝุ่นแผน สมช. รับมือวิกฤตความมั่นคง-ภัยสงคราม ขณะที่ “นายกอ๋า” กางยุทธศาสตร์ศูนย์พักพิง-เซฟกลุ่มติดเตียง ชูโมเดลสากลสำรองเสบียง 72 ชม.

“พ.ต.อ.ทวี” จี้ รัฐบาลปัดฝุ่นแผน สมช. รับมือวิกฤตความมั่นคง-ภัยสงคราม ขณะที่ “นายกอ๋า” กางยุทธศาสตร์ศูนย์พักพิง-เซฟกลุ่มติดเตียง ชูโมเดลสากลสำรองเสบียง 72 ชม.

KEY

POINTS

  • ทวี จี้รัฐบาลขับเคลื่อนแผน สมช. เตรียมประชาชนรับมือวิกฤต 72 ชั่วโมงแรก
  • เทศบาลนครยะลา รับมอบอุปกรณ์ 2,600 ชิ้น เตรียมศูนย์พักพิงรองรับผู้ประสบอุทกภัย
  • ยะลา เร่งขุดลอกทางน้ำ ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ พร้อมดูแลผู้ป่วยติดเตียงและกลุ่มเปราะบาง

3 พฤศจิกายน 2569 พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชาติ ในฐานะอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วยแกนนำพรรคประชาชาติ อาทิ นายวรวีร์ มะกูดี รองหัวหน้าพรรคประชาชาติ, นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ส.ส.นราธิวาส เขต 5 พรรคประชาชาติ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร, นายกูเฮง ยาวอหะซัน อดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และคณะ ได้ร่วมกันแสดงความห่วงใยต่อสถานการณ์ความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่ามกลางกระแสการแจ้งเตือนและการเฝ้าระวังภัยสงครามและความไม่สงบในระดับสากล

 

พ.ต.อ.ทวี เปิดเผยถึงแนวทางการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับสถานการณ์ฉุกเฉิน ว่า ประเทศไทยมีกรอบแผนงานความมั่นคงรองรับอยู่แล้ว โดยเฉพาะแผนงานของสภาความมั่นคงแห่งชาติ (แผน สมช.) จัดทำขึ้นตั้งแต่สมัยที่ตนดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี อย่างไรก็ดี เมื่อมีสัญญาณเตือนภัยเกิดขึ้น รัฐบาลจำเป็นต้องนำแผนดังกล่าวออกมาขับเคลื่อนและเตรียมความพร้อมให้กับภาคประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม เช่นเดียวกับหลายประเทศที่มีการซักซ้อมแผนรับมือวิกฤต 72 ชม.แรก

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชาติ

 

หัวหน้าพรรคประชาชาติ ระบุว่า คำว่า "ภัยสงคราม" ในบริบทปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการสู้รบด้วยอาวุธเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงภัยพิบัติทางธรรมชาติ ภัยคุกคามทางไซเบอร์ หรือเหตุขั้นวิกฤต เช่น ระบบสาธารณูปโภคหรือไฟฟ้าดับพร้อมกันทั่วประเทศ การเตรียมการดังกล่าวจึงไม่ใช่การสร้างความตื่นตระหนก แต่เป็นการบริหารความเสี่ยงเชิงรุก

 

"ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เราเผชิญกับความเสี่ยงจากภัยที่ไม่ได้คาดคิดอยู่ตลอดเวลา บทเรียนจากภัยพิบัติที่ผ่านมาสะท้อนให้เห็นชัดเจนว่า เมื่อเกิดเหตุขึ้น ประชาชนจะขาดแคลนทั้งอาหารและสิ่งจำเป็นพื้นฐาน และมักพบความล้มเหลวในการส่งความช่วยเหลือจากรัฐส่วนกลางที่ใช้เวลานานเกินไป ดังนั้น สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องสร้างศักยภาพให้ระดับครัวเรือน ระดับท้องถิ่น และระดับจังหวัด สามารถบริหารจัดการและอยู่รอดให้ได้ด้วยตัวเองอย่างน้อยภายใน 72 ชั่วโมงแรก" พ.ต.อ.ทวี กล่าว

“พ.ต.อ.ทวี” จี้ รบ.ปัดฝุ่นแผน สมช. รับมือวิกฤต – “นายกอ๋า” ชูโมเดลสากลสำรองเสบียง 72 ชม.

 

พ.ต.อ.ทวี กล่าวทิ้งท้ายว่า ท้องถิ่นต้องได้รับการติดอาวุธทางความพร้อม และมีการสื่อสารสร้างความเข้าใจต่อประชาชนว่า เมื่อเกิดเหตุวิกฤตขึ้นจริง ครัวเรือนจะต้องปฏิบัติตัวอย่างไร ซึ่งรัฐบาลควรมีความกระตือรือร้นและมีคำตอบที่ชัดเจนในการแปลงแผนความมั่นคงของ สมช. สู่การปฏิบัติจริงในพื้นที่ ไม่ใช่ปล่อยให้เกิดภาวะสุญญากาศหรือไม่รู้เรื่องเมื่อถูกตั้งคำถามจากสังคม

 

“นายกอ๋า” กางยุทธศาสตร์ศูนย์พักพิง-เซฟกลุ่มติดเตียง ชูโมเดลสากลสำรองเสบียง 72 ชม. ขณะที่ ปชช. ตื่นตัวปรับบ้านสู้ภัย

 

ขณะที่ นายพงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ นายกเทศมนตรีนครยะลา ได้เป็นประธานในพิธีรับมอบอุปกรณ์เครื่องนอนและวัสดุสำหรับจัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราวผู้ประสบอุทกภัย ภายใต้โครงการ “SAVE THE SOUTH ยะลา สู้ Flood 2569” ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มบริษัทแปลน (บริษัท สถาปนิกชุมชนและสิ่งแวดล้อม อาศรมศิลป์ จำกัด, บริษัท แปลน โมทิฟ จำกัด และบุคลากรจากแปลน เฮ้าส์ แบงค็อก) เพื่อยกระดับความพร้อมเชิงรุกในการรับมือฤดูมรสุมและสถานการณ์อุทกภัยปลายปี 2569 ที่อาคารพระเศวตสุรคชาธาร สนามโรงพิธีช้างเผือก เทศบาลนครยะลา จ.ยะลา

 

“พ.ต.อ.ทวี” จี้ รบ.ปัดฝุ่นแผน สมช. รับมือวิกฤต – “นายกอ๋า” ชูโมเดลสากลสำรองเสบียง 72 ชม.

 

นายพงษ์ศักดิ์ เปิดเผยว่า เทศบาลฯ ได้รับมอบสิ่งของสนับสนุนรวมทั้งสิ้น 2,600 ชิ้น ประกอบด้วย เตียงสนาม 100 ชุด, ผ้าห่ม 1,000 ชุด, หมอน 1,000 ชุด และเสื่อขนาดใหญ่ 500 ชุด โดยจะกระจายไปยังศูนย์พักพิงที่เตรียมการไว้ ครอบคลุมโรงเรียนสังกัดเทศบาลนครยะลาทุกแห่ง, อาคารอุทยานการเรียนรู้ (TK Park), อาคารชางลี ศูนย์ราชการ ศอ.บต. และอาคารพระเศวตสุรคชาธาร

 

ทั้งนี้ อาคารพระเศวตสุรคชาธาร จะถูกจัดสรรเป็นพื้นที่เฉพาะสำหรับดูแล “กลุ่มผู้ป่วยติดเตียง” แบบครบวงจร ไม่จำกัดเฉพาะผู้ป่วยในเขตเทศบาลนครยะลาเท่านั้น แต่ยังพร้อมเปิดรับกรณีที่ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ข้างเคียงประสานส่งตัวเข้ามารับการดูแลด้วย ซึ่งขณะนี้ระบบสำรวจและลงทะเบียนความจำนงของประชาชนมีความพร้อมแล้ว และเริ่มมีประชาชนทยอยแจ้งข้อมูลกับศูนย์พักพิงใกล้บ้านอย่างต่อเนื่อง

 

“พ.ต.อ.ทวี” จี้ รบ.ปัดฝุ่นแผน สมช. รับมือวิกฤต – “นายกอ๋า” ชูโมเดลสากลสำรองเสบียง 72 ชม.

 

นายกเทศมนตรีนครยะลา ระบุถึงการรณรงค์ให้ประชาชนสำรองสิ่งของจำเป็นว่า การเตรียมความพร้อมล่วงหน้าคือหัวใจสำคัญของการลดผลกระทบ สอดคล้องกับแนวปฏิบัติในระดับสากล เช่น ในทวีปยุโรปที่มีการเตรียมพร้อมรับมือวิกฤตความมั่นคง และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่รุนแรงสุดขั้ว ด้วยการสำรองสิ่งของจำเป็นสำหรับดำรงชีพตั้งแต่ 72 ชั่วโมง (3 วัน) จนถึง 1 สัปดาห์

 

“พี่น้องประชาชนสามารถเตรียมน้ำดื่มและอาหารแห้งไว้เพื่อความไม่ประมาท โดยไม่ต้องตื่นตระหนก หากผ่านพ้นวิกฤตไปได้ สิ่งเหล่านี้ก็สามารถนำกลับมาบริโภคต่อได้ตามปกติ ในฐานะผู้บริหารท้องถิ่น เทศบาลพร้อมดูแลช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่อยู่แล้ว” นายพงษ์ศักดิ์ ระบุ

 

 

“พ.ต.อ.ทวี” จี้ รบ.ปัดฝุ่นแผน สมช. รับมือวิกฤต – “นายกอ๋า” ชูโมเดลสากลสำรองเสบียง 72 ชม.

สำหรับมาตรการด้านการระบายน้ำ นายพงษ์ศักดิ์ กล่าวว่า เทศบาลฯ ได้ขยายขอบเขตการกำจัดวัชพืชและสิ่งกีดขวางทางน้ำ ครอบคลุม 2 โซนหลัก ได้แก่ ฝั่งแม่น้ำปัตตานี : ดำเนินการตั้งแต่ตำบลหน้าถ้ำ ต่อเนื่องท่าสาป พร่อน ไปจนถึงตำบลยุโป ฝั่งสะเตงนอก-บุดี : ดำเนินการตามแนวริมทางรถไฟเชื่อมไปยังพื้นที่ท่าธง เพื่อเร่งระบายน้ำลงสู่แม่น้ำสายบุรี

 

การขุดลอกคาดว่าจะแล้วเสร็จสมบูรณ์ภายใน 3–4 วันนี้ นอกจากนี้ ภายในวันที่ 7–8 พฤศจิกายน เทศบาลฯ จะนำเครื่องสูบน้ำแรงดันสูง (ปั๊มซิ่ง) ขนาดใหญ่ เข้ามาติดตั้งเสริมจุดเสี่ยงสำคัญในเขตเมือง ขณะเดียวกันได้ดำเนินการยกเครื่องระบบปั๊มน้ำประปาขึ้นที่สูง เพื่อป้องกันน้ำท่วมสถานีสูบน้ำเสร็จสิ้นแล้ว มั่นใจว่าจะสามารถรองรับสถานการณ์ฝนตกหนักได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

ด้านความเคลื่อนไหวภาคประชาชน ร.ต.อ.วิชัย บุญล้ำ อุปนายกสมาคมสื่อมวลชนเพื่อพัฒนาชายแดนภาคใต้ (JSD-South) และอาสาสมัครมรดกทางศิลปวัฒนธรรม สังกัดสำนักศิลปากรที่ 11 กรมศิลปากร ซึ่งอาศัยอยู่ในพื้นที่ ต.หน้าถ้ำ เปิดเผยว่า ปีนี้ชาวบ้านในพื้นที่เริ่มเตรียมการรับมือน้ำท่วมเร็วกว่าทุกปี โดยผู้ที่มีงบประมาณได้ปรับปรุงโครงสร้างบ้านเรือนเพื่อให้อยู่ร่วมกับระดับน้ำได้ โดยไม่ต้องอพยพอย่างที่ผ่านมา ส่วนครัวเรือนที่มีข้อจำกัดด้านงบประมาณ ใช้วิธียกทรัพย์สินขึ้นที่สูงและติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด

 

ร.ต.อ.วิชัย ระบุด้วยว่า จากการที่หลายภาคส่วนร่วมกันขุดลอกและกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำอย่างต่อเนื่อง ทำให้ชาวบ้านคาดหวังว่าการบริหารจัดการและการรับมืออุทกภัยในปีนี้ จะมีความพร้อมและเกิดความสูญเสียน้อยกว่าหลายปีที่ผ่านมา

ข่าวล่าสุด