เนชั่นทีวี

Nation Story

STORY : วันนี้กรุงเทพฯ ของคุณ “มองเห็น” ไปได้ไกลแค่ไหน?

25 ก.ย. 2569 | TEERAWAT

STORY : วันนี้กรุงเทพฯ ของคุณ “มองเห็น” ไปได้ไกลแค่ไหน?

ตึกสูงที่เคยมองเห็นชัดๆ จากระยะไกล วันนี้ค่อยๆ เลือนหายไปหลังม่านฝน ถนนที่เคยใช้เวลาเท่าเดิมทุกวัน วันนี้อาจต้องเผื่อเวลาเพิ่มอีกหน่อย และหลายคนที่กำลังจะออกจากบ้าน ต้องเปิดแอปเช็กเรดาร์ฝนก่อนเปิดประตูบ้านเสียด้วยซ้ำ

วันนี้ (25 กันยายน 2569) กรุงเทพฯ กำลังเจอฝนที่ไม่ใช่แค่ “ตกแล้วก็หยุด” แต่กรมอุตุนิยมวิทยาออกมาเตือนแล้วว่า ช่วงฝนหนักรอบนี้ยังต้องจับตาต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 27 กันยายน

หลังฝนตกต่อเนื่องหลายชั่วโมง หลายพื้นที่ในกรุงเทพฯ เปลี่ยนไปทันตา เมฆฝนที่หนาแน่นทำให้มองเห็นอะไรได้ไม่ไกลเหมือนเดิม ตึกสูงบางแห่งที่เคยเห็นชัดเจนกลับถูกม่านฝนบดบังจนแทบไม่เห็น

ถ้าคุณอยู่บนตึกสูง ภาพแบบนี้อาจดูเป็นแค่บรรยากาศเมืองอีกแบบหนึ่งเท่านั้น แต่ถ้าคุณเป็นคนที่ต้องอยู่บนถนนจริงๆ ทัศนวิสัยที่ลดลงแบบนี้ หมายถึงต้องเพิ่มความระมัดระวังในการเดินทางมากขึ้นกว่าเดิม

และที่สำคัญคือ... ฝนวันนี้อาจยังไม่ใช่ตอนจบของเรื่องนี้


🔵 [วันนี้ กรุงเทพฯ มีโอกาสฝนตกสูงถึง 80%]


กรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์อากาศตั้งแต่ 06.00 น. วันนี้ ถึง 06.00 น. วันพรุ่งนี้ไว้ว่า กรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนองสูงถึง 80% ของพื้นที่ และบางจุดอาจมีฝนตกหนักถึงหนักมาก อุณหภูมิต่ำสุดอยู่ที่ 22–24 องศาเซลเซียส ส่วนลมมีทิศทางแปรปรวน ความเร็ว 10–25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
.
แต่ตัวเลข “80%” แบบนี้ อาจยังไม่ทำให้เห็นภาพชัดเท่ากับสิ่งที่คนกรุงเทพฯ ต้องเจอจริงในแต่ละวัน เพราะฝนแค่วันเดียว กลับกลายเป็นคำถามเล็กๆ มากมายที่ผุดขึ้นในหัวตั้งแต่เช้า

▪️ วันนี้ควรออกจากบ้านกี่โมงดี?
▪️ รถจะติดหนักตรงไหนบ้าง?
▪️ เส้นทางที่ใช้ทุกวัน มีน้ำท่วมขังรอระบายหรือเปล่า?
▪️ มอเตอร์ไซค์จะฝ่าไปต่อได้ไหม?
▪️ แล้วถ้าฝนลงหนักตอนเลิกงานพอดี วันนี้จะได้กลับถึงบ้านกี่โมงกันแน่?

คำถามเหล่านี้อาจฟังดูเล็กน้อย แต่ก็สะท้อนให้เห็นว่าฝนตกหนักในเมืองใหญ่ ส่งผลต่อชีวิตประจำวันของคนเรามากกว่าที่คิด แล้วสถานการณ์ฝนรอบนี้จะยืดเยื้อแค่ไหน?


🔵 [ไม่ใช่แค่ “วันนี้ฝนตก” แต่ต้องจับตาต่อเนื่องถึง 27 ก.ย.]


ประกาศเตือนภัยฉบับที่ 8 ของกรมอุตุนิยมวิทยาระบุชัดว่า ช่วงวันที่ 25–27 กันยายนนี้ หลายพื้นที่ทั่วประเทศไทยยังมีโอกาสเจอฝนตกหนักถึงหนักมากต่อเนื่อง ครอบคลุมทั้งภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง (รวมกรุงเทพฯ และปริมณฑล) ภาคตะวันออก และภาคใต้

สาเหตุหลักมาจากหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงที่ปกคลุมบริเวณประเทศกัมพูชา ซึ่งเคลื่อนตัวตามแนวร่องมรสุม ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่กำลังมีแรงมากขึ้นในช่วงนี้พอดี

ดังนั้นสิ่งที่ต้องระวังจริงๆ ไม่ใช่แค่ฝนที่กำลังตกอยู่ตรงหน้าเราในตอนนี้ แต่คือ “ฝนสะสม” ที่ตกต่อเนื่องหลายวัน กรมอุตุนิยมวิทยาเตือนถึงความเสี่ยงที่อาจตามมา ทั้งน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขา พื้นที่ใกล้ทางน้ำ พื้นที่ลุ่มต่ำ และจุดที่เคยมีปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากอยู่แล้ว

เมื่อฝนไม่ได้ตกแค่ที่กรุงเทพฯ แล้วพื้นที่อื่นๆ ทั่วไทยกำลังเจอสถานการณ์แบบไหนกันบ้าง?

🔵 [หลายพื้นที่ทั่วไทย กำลังเจอฝนชุดเดียวกัน]


▪️ ภาคกลางและภาคตะวันออก: โอกาสฝนฟ้าคะนอง 80% และมีฝนตกหนักในหลายพื้นที่
▪️ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน): โอกาสฝน 70%
▪️ ภาคเหนือ: โอกาสฝน 60%
▪️ สำหรับชาวเรือ ต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 2–3 เมตร กรมอุตุนิยมวิทยาแนะนำให้เรือเล็กงดออกจากฝั่งไปจนถึงวันที่ 27 กันยายน

จะเห็นได้ว่านี่ไม่ใช่ฝนที่ส่งผลกระทบแค่คนถือร่มเดินอยู่ในกรุงเทพฯ เท่านั้น แต่เป็นสภาพอากาศชุดเดียวกันที่กำลังเปลี่ยนแปลงชีวิตประจำวันของผู้คนในหลายพื้นที่ทั่วประเทศไปพร้อมๆ กัน


🔵 [ฝนตกเหมือนกัน แต่ละคนกลับเจอไม่เหมือนกัน]


นี่คือส่วนที่ตัวเลขในพยากรณ์อากาศบอกเราไม่ได้ทั้งหมด เพราะฝน 80% ที่อยู่ในรายงานฉบับเดียวกัน กลับมีความหมายต่างกันไปตามชีวิตของแต่ละคน

▪️ สำหรับบางคน อาจแค่นั่งมองสายฝนจากหน้าต่างออฟฟิศเฉยๆ
▪️ สำหรับอีกคน อาจต้องลุยน้ำเพื่อไปขึ้นรถเมล์ให้ทัน
▪️ สำหรับไรเดอร์ คือการต้องทำงานบนถนนที่มองเห็นเส้นทางได้ยากขึ้นกว่าเดิม
▪️ สำหรับพ่อค้าแม่ค้า คือวันที่ไม่รู้เลยว่าลูกค้าจะยอมออกจากบ้านมาซื้อของหรือเปล่า
▪️ และสำหรับคนที่บ้านอยู่ในพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซาก เสียงฝนที่ตกไม่หยุดอาจทำให้ต้องคอยมอง “ระดับน้ำหน้าบ้าน” มากกว่ามองท้องฟ้าเสียอีก

เพราะคำว่า “ฝนตกหนัก” ในรายงานสภาพอากาศฉบับเดียวกัน กลับมีความหมายไม่เท่ากันเลยสำหรับแต่ละคน แล้วในพื้นที่ของคุณตอนนี้เป็นแบบไหนกันบ้าง?

ถึงแม้สถานการณ์ฝนรอบนี้จะต้องเฝ้าระวังกันต่อไป แต่การรู้ล่วงหน้าแบบนี้ ก็ช่วยให้เราเตรียมตัวและวางแผนการเดินทางได้ทันท่วงทีมากขึ้น ยิ่งเรามีข้อมูลและช่วยกันแจ้งเตือนกันเร็วเท่าไหร่ ก็ยิ่งลดความเสี่ยงและผ่านช่วงฝนนี้ไปด้วยกันได้ง่ายขึ้นเท่านั้น

ข่าวล่าสุด