เนชั่นทีวี

ข่าว

กกต. ชนศาลฎีกา ยื่นศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาดอำนาจปม คุณสมบัติผู้สมัคร สว.

03 พ.ย. 2569 | prisana_tha

กกต. ชนศาลฎีกา ยื่นศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาดอำนาจปม คุณสมบัติผู้สมัคร สว.

กกต. ยื่นศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาดอำนาจศาลฎีกา ห้ามก้าวล่วงคำวินิจฉัยกรณีคุณสมบัติผู้สมัคร สว. ชี้เป็นที่สิ้นสุด หวังตัดจบคดีโต้แย้งคุณสมบัติ “2 สว.อำนาจเจริญ” หรือไม่

กกต. ยื่นศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาดอำนาจศาลฎีกา ห้ามก้าวล่วงคำวินิจฉัยกรณีคุณสมบัติผู้สมัคร สว. ชี้เป็นที่สิ้นสุด หวังตัดจบคดีโต้แย้งคุณสมบัติ “2 สว.อำนาจเจริญ” หรือไม่

KEY

POINTS

  • กกต.มีมติ 5:2 ยื่นศาลรัฐธรรมนูญ ชี้ขาดอำนาจตรวจสอบคดีเลือก สว.
  • กกต.ขอให้วินิจฉัยคำสั่งรับสมัคร และมติยกคำร้องเป็นที่สุด ห้ามศาลฎีกาทบทวนซ้ำ
  • จับตาผลคำร้อง อาจกระทบคดีคุณสมบัติ 2 สว.อำนาจเจริญ และคดีฮั้ว สว. 77 ราย

3 พฤศจิกายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติ 5:2 ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อขอให้พิจารณาวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่ และอำนาจของ กกต. ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 210 (2) ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการจัดให้มีการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) โดยสาเหตุหลักของการยื่นคำร้อง เกิดจากการที่ศาลฎีกามีคำสั่งรับคำร้องจำนวน 3 คดี เป็นการขอให้ศาลตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้สมัคร สว. รวมทั้งขอให้ทบทวนคำวินิจฉัยของ กกต.

 

โดย ทาง กกต. เห็นว่าการที่ศาลฎีกา รับคำร้องดังกล่าวกระทบต่ออำนาจการจัดการเลือก สว. และอำนาจการวินิจฉัยของ กกต. อย่างร้ายแรง เนื่องจากผู้สมัครในคดีดังกล่าวได้ผ่านการตรวจสอบและได้รับการประกาศรายชื่อแล้ว อีกทั้ง กกต. ได้มีคำวินิจฉัยยกคำร้องเรื่องคุณสมบัติของบุคคลเหล่านั้นไปแล้ว กกต. จึงขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยชี้ขาดใน 2 ประเด็นสำคัญ ดังนี้

ประเด็นที่หนึ่ง ขอให้วินิจฉัยว่า กรณีที่ผู้อำนวยการเลือกระดับอำเภอ ระดับจังหวัด และระดับประเทศ มีคำสั่งรับสมัครและประกาศรายชื่อผู้สมัคร สว. ที่มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามนั้น คำสั่งดังกล่าวถือว่ามีความเป็นที่สุด โดยไม่อาจถูกตรวจสอบได้อีก เว้นแต่จะเป็นกรณีตามมาตรา 63 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 ซึ่งเป็นอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญที่กฎหมายบัญญัติไว้โดยเฉพาะเท่านั้น

 

ประเด็นที่สอง ขอให้วินิจฉัยว่า คำวินิจฉัยของ กกต. ตามมาตรา 60 วรรคสอง และ มาตรา 62 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 ถือเป็นที่สุด และไม่อาจมีการยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา เพื่อขอให้ตรวจสอบหรือทบทวนคำวินิจฉัยของ กกต. ซ้ำอีกได้

นอกจากนี้ กกต. ได้ให้เหตุผลสนับสนุนว่า กฎหมายกำหนดขอบเขตอำนาจของศาลฎีกาไว้อย่างจำกัดและเฉพาะเจาะจง ศาลฎีกาไม่มีอำนาจเชิงรุกในการริเริ่มไต่สวนการทุจริตเอง และไม่มีอำนาจเข้ามาทบทวนคำวินิจฉัยของ กกต. นอกเหนือไปจากคำร้องที่ กกต. เป็นผู้ยื่นขอให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งหรือสิทธิเลือกตั้งเท่านั้น การที่ศาลฎีการับคำร้องที่ขอให้ตรวจสอบคุณสมบัติหรือทบทวนคำวินิจฉัยของ กกต. ที่เป็นที่สุดแล้ว จึงเป็นการก้าวล่วงอำนาจ กกต. จึงถือว่ากรณีนี้เป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับการใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญที่เกิดขึ้นแล้ว และขอให้ศาลรัฐธรรมนูญ เร่งพิจารณาวินิจฉัยชี้ขาดเป็นการด่วน

 

สำหรับรายชื่อ ผู้สมัคร/ผู้มีสิทธิเลือกรวม 5 ราย ที่ศาลฎีการับคำร้องนั้น ประกอบด้วย นายบัลลังค์ ศรีมงคล, นางวรรษมนต์ คุณแสน, นางแดง กองมา, นายสมพาน พละศักดิ์, นางทองเสียน วงษ์ประจันทร์

 

“เนชั่นออนไลน์” ตั้งข้อสังเกตว่า การที่ กกต. ยื่นศาลรัฐธรรมนูญ ในครั้งนี้ หวังผลอะไร

 

ประเด็นที่ 1 คือ ตัดจบคดีโต้แย้งคุณสมบัติ “2 สว.อำนาจเจริญ” นางแดง กองมา และ นายสมพาน พละศักดิ์ ซึ่งศาลฎีการับคำฟ้องไว้ไต่สวนอยู่ในขณะนี้ และ ประเด็นที่ 2 คือ ตัดจบ คดีฮั้ว สว.ที่ กกต.ลงมติส่งศาลฎีกา 77 คน จาก 229 ++ ที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหา

 

นอกจากนั้น ยังเกิดคำถามดังขึ้นมาในสังคมว่า หากการรับสมัครตรวจสอบย้อนหลังไม่ได้ และมติยกคำร้องของ กกต. กลายเป็นที่สุด ศาลตรวจสอบไม่ได้ ไต่สวนเพิ่มไม่ได้ ใครจะตรวจสอบความถูกต้องของการเลือก สว. และ กกต.กำลังใช้ศาลรัฐธรรมนูญรับรองความเป็นที่สุดของการรับสมัคร และมติยกคำร้องของตนใช่หรือไม่

 

ที่สำคัญถ้าศาล รธน.รับรอง จะตัดจบทุกคดี ทุกคำร้องที่เหลือในขณะนี้ ให้ กกต.ยุติเรื่องได้เองทั้งหมด ใช่หรือไม่

 

คำร้อง กกต.ที่ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ

ข่าวล่าสุด