นอกจากนี้ กกต. ได้ให้เหตุผลสนับสนุนว่า กฎหมายกำหนดขอบเขตอำนาจของศาลฎีกาไว้อย่างจำกัดและเฉพาะเจาะจง ศาลฎีกาไม่มีอำนาจเชิงรุกในการริเริ่มไต่สวนการทุจริตเอง และไม่มีอำนาจเข้ามาทบทวนคำวินิจฉัยของ กกต. นอกเหนือไปจากคำร้องที่ กกต. เป็นผู้ยื่นขอให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งหรือสิทธิเลือกตั้งเท่านั้น การที่ศาลฎีการับคำร้องที่ขอให้ตรวจสอบคุณสมบัติหรือทบทวนคำวินิจฉัยของ กกต. ที่เป็นที่สุดแล้ว จึงเป็นการก้าวล่วงอำนาจ กกต. จึงถือว่ากรณีนี้เป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับการใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญที่เกิดขึ้นแล้ว และขอให้ศาลรัฐธรรมนูญ เร่งพิจารณาวินิจฉัยชี้ขาดเป็นการด่วน
สำหรับรายชื่อ ผู้สมัคร/ผู้มีสิทธิเลือกรวม 5 ราย ที่ศาลฎีการับคำร้องนั้น ประกอบด้วย นายบัลลังค์ ศรีมงคล, นางวรรษมนต์ คุณแสน, นางแดง กองมา, นายสมพาน พละศักดิ์, นางทองเสียน วงษ์ประจันทร์
“เนชั่นออนไลน์” ตั้งข้อสังเกตว่า การที่ กกต. ยื่นศาลรัฐธรรมนูญ ในครั้งนี้ หวังผลอะไร
ประเด็นที่ 1 คือ ตัดจบคดีโต้แย้งคุณสมบัติ “2 สว.อำนาจเจริญ” นางแดง กองมา และ นายสมพาน พละศักดิ์ ซึ่งศาลฎีการับคำฟ้องไว้ไต่สวนอยู่ในขณะนี้ และ ประเด็นที่ 2 คือ ตัดจบ คดีฮั้ว สว.ที่ กกต.ลงมติส่งศาลฎีกา 77 คน จาก 229 ++ ที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหา
นอกจากนั้น ยังเกิดคำถามดังขึ้นมาในสังคมว่า หากการรับสมัครตรวจสอบย้อนหลังไม่ได้ และมติยกคำร้องของ กกต. กลายเป็นที่สุด ศาลตรวจสอบไม่ได้ ไต่สวนเพิ่มไม่ได้ ใครจะตรวจสอบความถูกต้องของการเลือก สว. และ กกต.กำลังใช้ศาลรัฐธรรมนูญรับรองความเป็นที่สุดของการรับสมัคร และมติยกคำร้องของตนใช่หรือไม่
ที่สำคัญถ้าศาล รธน.รับรอง จะตัดจบทุกคดี ทุกคำร้องที่เหลือในขณะนี้ ให้ กกต.ยุติเรื่องได้เองทั้งหมด ใช่หรือไม่
คำร้อง กกต.ที่ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ