ดร.ทองอยู่ ระบุว่า รัฐบาลมีเวลาประมาณ 60 วัน ในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคม เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาตามข้อเรียกร้อง โดยย้ำว่ามาตรการช่วยเหลือต้องครอบคลุมประชาชนทั้งประเทศ ไม่ใช่เฉพาะผู้ประกอบการขนส่งและโลจิสติกส์ หากรัฐบาลเสนอความช่วยเหลือเฉพาะกลุ่มขนส่ง ทางสหพันธ์ฯ จะไม่รับ เพราะต้องการให้ประชาชนทุกภาคส่วนได้รับประโยชน์อย่างทั่วถึง
ส่วนมาตรการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน B20 และ E20 รวมถึงการถอดต้นทุนสมมติออกจากโครงสร้างราคาน้ำมันนั้น มองว่ายังไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ และประชาชนอาจไม่ได้รับประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลตรวจสอบกลุ่มทุนพลังงานและผู้ที่เกี่ยวข้องกับปัญหาการกักตุนน้ำมันอย่างจริงจัง
ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกฯ ยังฝากถึงนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ให้เพิ่มความกล้าในการดำเนินการกับกลุ่มทุนพลังงาน โดยยืนยันว่าข้อเรียกร้องทั้ง 10 ข้ออยู่บนพื้นฐานความเป็นจริง และรัฐบาลสามารถดำเนินการได้
พร้อมเตือนว่า หากครบกำหนดแล้วยังไม่มีความคืบหน้า จะพิจารณายกระดับการชุมนุม โดยอาจประสานกับกลุ่มผู้ชุมนุมอื่น หรือจัดขบวนรถบรรทุกในเครือข่ายจำนวน 500-1,000 คัน เคลื่อนเข้าสู่กรุงเทพมหานคร แม้ไม่ต้องการสร้างผลกระทบต่อการจราจร แต่ยืนยันว่าจะยกระดับการเคลื่อนไหวอย่างแน่นอน หากรัฐบาลยังไม่ดำเนินการแก้ไขปัญหา
สำหรับการยื่นหนังสือในวันนี้มี น.ส.ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และนายพงศ์พล ยอดเมืองเจริญ โฆษกกระทรวงพลังงาน ออกมารับเรื่อง
สำหรับกิจกรรมวันนี้มีนายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส.แบบบัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ และ ม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ และนักวิชาการด้านพลังงาน ร่วมปราศรัยด้วย
ด้านนางสาวฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ซึ่งออกมารับหนังสือข้อเรียกร้อง พร้อมชี้แจงว่า ขณะนี้กระทรวงได้รับข้อมูลจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอแล้ว และอยู่ระหว่างดำเนินคดีกับผู้ต้องสงสัยที่มีพฤติการณ์กักตุนและเก็งกำไรน้ำมันในช่วงเดือนมีนาคม จำนวน 24 ราย โดยในจำนวนนี้มีผู้ประกอบการตามมาตรา 7 รวมอยู่ด้วย ซึ่งมีผู้ถูกแจ้งข้อกล่าวหาแล้ว 6 ราย
ทั้งนี้ กระทรวงพลังงานเตรียมหารือร่วมกับดีเอสไอในสัปดาห์หน้า เพื่อตรวจสอบว่ามีข้อมูลหรือเอกสารส่วนใดที่ต้องเพิ่มเติม เพื่อเร่งรัดการดำเนินคดีและติดตามผู้ที่เกี่ยวข้องมารับผิดชอบ โดยยืนยันว่าจะเดินหน้าตรวจสอบเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง