เนชั่นทีวี

ข่าว

บทบรรณาธิการ : ฮั้ว สว. - กกต.ไม่ยอมจบ ยืมมือศาลรัฐธรรมนูญ ตัดจบคนแย้ง-ตัดอำนาจศาลฎีกา

04 พ.ย. 2569 | natthanan_chu

บทบรรณาธิการ : ฮั้ว สว. - กกต.ไม่ยอมจบ ยืมมือศาลรัฐธรรมนูญ ตัดจบคนแย้ง-ตัดอำนาจศาลฎีกา

บทบรรณาธิการ : ฮั้ว สว. - กกต.ไม่ยอมจบ ยืมมือศาลรัฐธรรมนูญ ตัดจบคนแย้ง-ตัดอำนาจศาลฎีกา

บทบรรณาธิการ : ฮั้ว สว. - กกต.ไม่ยอมจบ ยืมมือศาลรัฐธรรมนูญ ตัดจบคนแย้ง-ตัดอำนาจศาลฎีกา

KEY

POINTS

  • กกต. มติ 5:2 เตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญ: ดันส่งเรื่องชี้ขาดอำนาจหน้าที่ หวังรับรองคำสั่งรับสมัครและมติยกคำร้องถือเป็นที่สุด
  • สกัดศาลฎีกาไต่สวนปม สว.: ตัดตอนการไต่สวนคุณสมบัติ 2 สว. อำนาจเจริญ และสกัดโดมิโนรื้อคดีฮั้วเลือก สว.
  • ภายใน กกต. เสียงแตก-ชะลอยื่น: เสียงข้างน้อยส่งคำท้วงติง ส่อถูกศาลปัดตกหากไร้เอกภาพ เลื่อนยื่น 1 สัปดาห์หาทางออก

4 พฤศจิกายน 2569 ประเด็นที่คนไทยนึกว่าต้องทำใจ และจบกันไปแล้ว นั่นคือ “ฮั้ว สว.” 

 

คณะ 26 แจ้งข้อกล่าวหา 229 ราย ทั้ง สว.ตัวจริง แกนนำพรรคการเมืองระดับรัฐมนตรี สส. ผู้มีบารมี และเครือข่ายการเมืองระดับพื้นที่ 

 

แต่ กกต.ชุดใหญ่ ลงมติส่งศาลฎีกาแค่ 77 คน แม้จะน้อย แต่สังคมไม่รู้จะทำอย่างไร ก็ต้องทำใจ 

 

ที่ผ่านมามีความเคลื่อนไหว 2 ประการ 

 

1.สว.สำรอง ลุยฟ้องตรงต่อศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง มุ่งประเด็นคุณสมบัติ สว.ปัจจุบัน ซึ่งผ่านการรับรองไปแล้ว จึงเป็นการฟ้อง กกต. ให้เพิกถอน สว.เหล่านั้นด้วย ซึ่งหลักฐานที่นำมาใช้ มาจากสำนวนคดีฮั้ว สว.บางส่วน หรือส่วนใหญ่ 

คดีตัวอย่าง เช่น สว.แดง กองมา สว.สมพาน พละศักดิ์ จากอำนาจเจริญ โยงหลักฐานฮั้ว สว.อำนาจเจริญ ที่โยงใยถึง “บิ๊กน้ำเงินระดับจังหวัด” 

 

2.มีความพยายามให้ข้อมูลทางกฎหมายว่า แม้ กกต.เสียงข้างมากจะลงมติส่งศาลฎีกา 77 ราย จาก 229 รายที่ถูกกล่าวหา 

 

แต่ตามรัฐธรรมนูญ และกฎหมายลูก ศาลฎีกามีอำนาจไต่สวนเพิ่มเติม จึงมีการสร้างกระแสว่า “คนผิดอาจขยายวง” ไม่จบแค่ 77 คน 

หลายคนหวังกระบวนการ “ตุลาการภิวัฒน์” แนวๆ “ความปรากฏต่อศาล” เกิดปรากฏการณ์เหมือนคดีชั้น 14 ส่งอดีตนายกฯทักษิณ “นายใหญ่” ต้องเข้าเรือนจำ 

ความเคลื่อนไหว 2 ประการนี้ ทำให้ กกต.หนาวๆ ร้อนๆ เพราะ กกต.เสียงแตก ไม่เป็นเอกภาพ มีรอยร้าวและความขัดแย้งภายในอย่างชัดเจน และมีหลายฝ่ายจองกฐิน ฟ้อง กกต.ฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ โดยอาศัยแนวทางร้องผ่าน ป.ป.ช. และเตรียมยื่นฟ้องตรงต่อศาลอาญาคดีทุจริตฯ 

 

งานนี้ กกต.จึงหาทางตัดจบ ปิดเกมแบบถาวร 

 

ล่าสุด กกต. มีมติ 5:2 (อีกแล้ว) เตรียมยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ให้วินิจฉัย 2 ประเด็น 

 

1. เมื่อเจ้าหน้าที่รับสมัครและประกาศชื่อผู้สมัคร สว. แล้ว ถือเป็นที่สุดหรือไม่ 

ความหมาย คือ นายอำเภอรับรองคุณสมบัติผู้สมัคร ถือว่ามีสิทธิสมัคร เมื่อมีคำร้องคัดค้านขณะสมัคร เป็นอำนาจนายอำเภอ ส่วนการร้องคัดค้านภายหลัง เป็นอำนาจ กกต. 

 

อำนาจนี้เป็นที่สุดหรือไม่ หรือฟ้องได้อีก เหมือนที่ สว.สำรอง ฟ้องศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งกันอยู่ขณะนี้ 

 

2. เมื่อ กกต. วินิจฉัยยกคำร้องกรณีเลือก สว.แล้ว ศาลฎีกาจะตรวจสอบหรือทบทวนได้อีกหรือไม่

 

ความหมายโยงถึงคดีฮั้ว สว. ที่ กกต.ส่งฟ้อง 77 คนต่อศาลฎีกา จากทั้งหมด 229 คน 

 

กกต. หวังผลอะไร

 

ประเด็นที่ 1 ตัดจบคดีโต้แย้งคุณสมบัติ “2 สว.อำนาจเจริญ” นางแดง กองมา และนายสมพาน พละศักดิ์ ซึ่งศาลฎีการับคำฟ้องไว้ไต่สวนอยู่ในขณะนี้ 

 

ประเด็นที่ 2 ตัดจบคดีฮั้ว สว.ที่ กกต.ลงมติส่งศาลฎีกา 77 คน จาก 229 คน ที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหา

 

และก็มีคำถามถึง กกต. 

 

คำถามที่ 1 คือ หากการรับสมัครตรวจสอบย้อนหลังไม่ได้ และมติยกคำร้องของ กกต. กลายเป็นที่สุด ศาลตรวจสอบไม่ได้ ไต่สวนเพิ่มไม่ได้ แล้วใครจะเป็นผู้ตรวจสอบความถูกต้องของการเลือก สว. 

และ คำถามที่ 2 คือ กกต.กำลังใช้ศาลรัฐธรรมนูญรับรองความเป็นที่สุดของการรับสมัคร และมติยกคำร้องของตนใช่หรือไม่ 

 

ถ้าศาลรัฐธรรมนูญรับรองอำนาจ กกต. ก็จะตัดจบทุกคดี ทุกคำร้องที่เหลือในขณะนี้ ให้ กกต.ยุติเรื่องได้เองทั้งหมด 

แปลว่า กกต.กำลังใช้ศาลรัฐธรรมนูญเป็นเครื่องมือหรือไม่ 

 


กกต. เสียงแตกเอง ยังกล้าส่งศาลรัฐธรรมนูญ


มีรายงานเพิ่มเติมว่า เมื่อวานนี้มีการประชุม กกต.ชุดใหญ่ และโต้เถียงกันเรื่องนี้ โดยเสียงข้างน้อย 2 เสียง สงวนสิทธิ์โต้แย้ง ส่งคำท้วงติงไปยังศาลรัฐธรรมนูญ หากมีการส่งคำร้องไปที่ศาลจริง

 

กกต.ยังหาข้อสรุปไม่ได้ เพราะการส่งคำร้องให้ศาลวินิจฉัย ในลักษณะ “ให้ตีความอำนาจหน้าที่” ฝ่ายที่ส่งคำร้อง คือ กกต. ไม่ควรเสียงแตก แต่ควรส่งคำร้องด้วยเสียงเอกฉันท์ เป็นเอกภาพ ไม่ใช่ทะเลาะกันเอง หากส่งไปแบบมีเสียงข้างน้อยท้วงติง จะเป็นช่องให้ศาลไม่รับวินิจฉัย

ข่าวแจ้งว่า มีการชะลอการยื่นคำร้องออกไปอีก 1 สัปดาห์ เพื่อหาทางออกร่วมกัน 


 

ข่าวล่าสุด