เนชั่นทีวี

Nation Story

STORY : เปิดภาษีส่วนพระองค์ ‘พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3’ หมุดหมายใหม่บักกิงแฮม สู่ยุคผลัดใบที่โปร่งใสและเข้าถึงง่าย

22 มิ.ย. 2569 | nathaorn_som

STORY : เปิดภาษีส่วนพระองค์ ‘พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3’ หมุดหมายใหม่บักกิงแฮม สู่ยุคผลัดใบที่โปร่งใสและเข้าถึงง่าย

สำนักพระราชวังบักกิงแฮมสร้างความสั่นสะเทือนให้หน้าประวัติศาสตร์ราชวงศ์อังกฤษครั้งใหญ่ หลังสมรภูมิความกดดันจากสาธารณชนเรื่องความโปร่งใสทางการเงินพุ่งสูงขึ้น

วันที่ 22 มิถุนายน มีรายงานว่า สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 องค์พระประมุขแห่งสหราชอาณาจักร ทรงตัดสินพระทัยก้าวข้ามกรอบธรรมเนียมเดิมๆ ด้วยการไฟเขียวให้สำนักพระราชวังเปิดเผยข้อมูลการชำระภาษีส่วนพระองค์เป็นครั้งแรก เพื่อยกระดับความโปร่งใส แสดงความรับผิดชอบต่อประชาชน และปรับปรุงภาพลักษณ์ของราชวงศ์ให้เข้าสู่คำว่า "ทันสมัยและพัฒนา" อย่างแท้จริง



🔵 [กางพอร์ต ‘ดัชชีแห่งแลงคาสเตอร์’ ขุมทรัพย์ขับเคลื่อนยอดภาษี]


โครงสร้างการเงินของราชวงศ์อังกฤษแบ่งแยกออกจากกันอย่างชัดเจน ปัจจุบันพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ทรงได้รับเงินปีส่วนพระมหากษัตริย์ (Sovereign Grant) จากรัฐบาลสำหรับการปฏิบัติพระราชกรณียกิจหลัก ทว่า รายได้ส่วนพระองค์ที่นำมาใช้จ่ายส่วนตัว รวมถึงอุปการะสมาชิกราชวงศ์นั้นมาจากพอร์ตการลงทุนส่วนบุคคล

รายงานการเงินประจำปีฉบับใหม่ที่เตรียมจะเผยแพร่ในสัปดาห์หน้า ถือเป็นหมุดหมายครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่จะระบุยอดภาษีส่วนพระองค์ทั้งหมดสำหรับปีงบประมาณ 2024-2025 ออกมาเป็นตัวเลขที่จับต้องได้ ซึ่งครอบคลุมรายได้จาก 3 แหล่งหลัก

➡️ ดัชชีแห่งแลงคาสเตอร์ (Duchy of Lancaster): พอร์ตการลงทุนในที่ดินส่วนบุคคล อสังหาริมทรัพย์ สำนักงาน ร้านค้าปลีก และภาคอุตสาหกรรม ซึ่งทำรายได้ประจำปีให้พระมหากษัตริย์ โดยเมื่อปีที่แล้วมีมูลค่าสูงถึง 26.8 ล้านปอนด์
➡️ การลงทุนส่วนบุคคล: ผลกำไรจากการบริหารจัดการกองทุนและการค้าส่วนพระองค์
➡️ ที่ดินและพระตำหนักส่วนพระองค์: รายได้และเงินออมจากพระตำหนักบัลมอรัลและแซนดริงแฮม

โฆษกสำนักพระราชวังบักกิงแฮมแถลงย้ำว่า แม้จะเป็นครั้งแรกในฐานะกษัตริย์ แต่พระองค์เคยเปิดเผยข้อมูลลักษณะนี้มาแล้วเมื่อครั้งดำรงพระอิสริยยศเป็นเจ้าชายแห่งเวลส์ ซึ่งการตัดสินใจรอบนี้เกิดขึ้นตามพระประสงค์โดยตรงของพระองค์ นับตั้งแต่ขึ้นครองราชย์เป็นต้นมา

 

แต่คำถามที่น่าสนใจก็คือ เหตุใดราชสำนักอังกฤษที่เคยรักษาความลับทางการเงินอย่างเหนียวแน่น จึงต้องยอมหักดิบเปิดเผยตัวเลขภาษีสู่สายตาชาวโลกในเวลานี้? ชนวนเหตุที่แท้จริงอาจไม่ได้มาจากความต้องการปฏิรูปเพียงอย่างเดียว แต่มีกลิ่นอายของ 'วิกฤตศรัทธา' เป็นตัวเร่งปฏิกิริยา

 

🔵 [ชนวนเหตุเร่งปฏิกิริยา: คดีฉาวของพระอนุชา และ ‘โรยัลลอดจ์’ พ่นพิษ]


ปฏิเสธไม่ได้ว่าความมั่งคั่งและสิทธิพิเศษของราชวงศ์อังกฤษถูกสังคมตั้งคำถามและตรวจสอบอย่างเข้มงวดมากขึ้น นับตั้งแต่นายแอนดรูว์ เมาท์แบตเทน-วินด์เซอร์ หรืออดีตเจ้าชายแอนดรูว์ ดยุกแห่งยอร์ก พระอนุชาของพระเจ้าชาร์ลส์ เข้าไปพัวพันกับคดีอื้อฉาวระดับโลกของเจฟฟรีย์ เอปสตีน นักการเงินชาวอเมริกันผู้ล่วงละเมิดทางเพศเด็ก

กระแสสังคมยิ่งปะทุหนักเมื่อสื่อเปิดโปงว่าอดีตดยุกแห่งยอร์กจ่ายค่าเช่าเพียงน้อยนิดสำหรับการพำนักในคฤหาสน์หรู "รอยัลลอดจ์" (Royal Lodge) ในเขตพระราชฐานวินด์เซอร์ จนนำไปสู่การตั้งคณะกรรมาธิการตรวจสอบบัญชีสาธารณะแห่งสภาสามัญชน (PAC) เพื่อเตรียมลุยตรวจสอบการจัดการทรัพย์สินของราชวงศ์ทั้งหมดในเร็วๆ นี้

นอกจากนี้ สปอตไลต์ยังส่องไปถึงสมาชิกราชวงศ์ที่ไม่ได้ปฏิบัติพระราชกรณียกิจหลัก เช่น เจ้าหญิง
เบียทริซและเจ้าหญิงยูจีนี พระธิดาของอดีตเจ้าชายแอนดรูว์ ที่อาศัยในพระราชวังโดยไม่ต้องจ่ายค่าเช่า รวมถึงปัญหาระบบสัญญาเช่าระยะยาวในที่ดินของคราวน์สเตท (Crown Estate) ที่ปล่อยให้สมาชิกบางคนเอาบ้านไปปล่อยเช่าช่วงเพื่อทำกำไรเข้ากระเป๋าตัวเอง รวมไปถึงประเด็นที่ดัชชีแห่งคอร์นวอลล์และดัชชีแห่งแลงคาสเตอร์เคยได้รับสิทธิ์ยกเว้นภาษีจากการปล่อยเช่าพื้นที่ให้หน่วยงานรัฐและองค์กรการกุศล

เมื่อความเคลือบแคลงใจของประชาชนพุ่งขีดสุด สำนักพระราชวังบักกิงแฮมจึงต้องปรับหมากล้อมเพื่อแสดงให้เห็นว่าราชสำนักไม่ใช่ "องค์กรปิด" ที่ตั้งกฎเกณฑ์ขึ้นมาเพื่อผลประโยชน์ของตัวเองอีกต่อไป ทว่าในแง่ของกฎหมายและรัฐธรรมนูญ ตัวพระมหากษัตริย์มีภาระผูกพันอย่างไรกับการเสียภาษีครั้งนี้?



🔵 [ย้อนรอยสัญญาประวัติศาสตร์: การชำระภาษีด้วย ‘ความสมัครใจ’]


หากพลิกดูข้อตกลงดั้งเดิมที่ทำไว้ระหว่างสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 กับกระทรวงการคลังเมื่อปี 2556 จะพบความจริงทางกฎหมายที่น่าทึ่งว่า พระมหากษัตริย์อังกฤษไม่มีหน้าที่ตามกฎหมายในการต้องชำระภาษีเงินได้ ภาษีกำไรจากสินทรัพย์ หรือภาษีมรดก เช่นเดียวกับเจ้าชายแห่งเวลส์ที่ไม่ต้องจ่ายภาษีจากรายได้ของดัชชี

แต่การจ่ายภาษีทั้งหมดที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน คือ "การชำระโดยสมัครใจ" เพื่อรักษาสัมพันธภาพอันดีกับประชาชน

➡️ ปี 2536: ควีนเอลิซาเบธที่ 2 ทรงเริ่มชำระภาษีเงินได้โดยสมัครใจเป็นครั้งแรก
➡️ ยุคเจ้าชายแห่งเวลส์ (ชาร์ลส์): ทรงเปิดเผยค่าใช้จ่ายครัวเรือนและยอดภาษีชัดเจน โดยปีสิ้นสุด 2564 ทรงชำระภาษีไปกว่า 5 ล้านปอนด์ และปีสิ้นสุด 2565 ขยับขึ้นเป็น 5.89 ล้านปอนด์

ความเคลื่อนไหวครั้งนี้ยังส่งไม้ต่อทางยุทธศาสตร์ไปถึงรัชทายาทอันดับหนึ่งอย่าง เจ้าชายวิลเลียม เจ้าชายแห่งเวลส์องค์ปัจจุบัน ซึ่งแม้ก่อนหน้านี้ทางพระราชวังเคนซิงตันจะยืนยันว่าพระองค์ทรงจ่ายภาษีในอัตราที่เหมาะสมแต่ปฏิเสธที่จะเปิดเผยตัวเลขเฉพาะเจาะจง แต่จากการขยับตัวของพระบิดาในครั้งนี้ 
ผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่าเจ้าชายวิลเลียมจะทรงเปิดเผยยอดภาษีส่วนพระองค์ด้วยเช่นกัน ตอกย้ำถึงทิศทางระเบียบใหม่ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตเมื่อพระองค์เสด็จขึ้นครองราชย์



📌 [บทสรุป: สลัดภาพองค์กรปิด สู่การทลายกรอบรัฐธรรมนูญ]


เครก เพรสคอตต์ ผู้เชี่ยวชาญด้านรัฐธรรมนูญจาก Royal Holloway, University of London ให้ความเห็นว่าการตัดสินใจเปิดใบเสร็จภาษีของพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ถือเป็น "การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ไปสู่ความโปร่งใสและเป็นก้าวสำคัญอย่างยิ่งของสถาบัน"

สำนักพระราชวังบักกิงแฮมวางโรดแมปไว้ชัดเจนว่า หลังจากตรวจสอบรายละเอียดปีภาษี 2025-2026 อย่างครบถ้วนแล้ว จะทำการแถลงยอดชำระภาษีทั้งหมดในการประชุมชี้แจงเงินพระราชทานปีหน้า และจะเปิดเผยเป็นประจำทุกปีนับจากนี้

บทสรุปของหน้าประวัติศาสตร์นี้คือสัญญาณชัดเจนว่า ราชวงศ์อังกฤษยอมแลกม่านบังตาเรื่องความมั่งคั่งส่วนตัว เพื่อซื้อ "ความไว้วางใจ" จากสาธารณชนกลับคืนมา การปรับปรุงและพัฒนาการเงินให้ทันสมัยผ่านบริบททางประวัติศาสตร์และรัฐธรรมนูญครั้งนี้ จึงไม่ใช่แค่การแจกแจงตัวเลขทางบัญชี แต่คือยุทธวิธีในการรักษาความมั่นคงและสืบทอดสถาบันกษัตริย์ให้อยู่รอดได้อย่างสง่างามในโลกยุคใหม่สืบไป

ข่าวล่าสุด