เนชั่นทีวี

ข่าว

จับตาโค้งสุดท้ายตรวจสอบ "ประธาน กสทช." ม.ดัง เมินแจงเอกสารลาออก

22 มิ.ย. 2569 | กองบรรณาธิการ Nation TV

จับตาโค้งสุดท้ายตรวจสอบ "ประธาน กสทช." ม.ดัง เมินแจงเอกสารลาออก

จับตาโค้งสุดท้ายตรวจสอบคุณสมบัติ "ประธาน กสทช." 26 มิ.ย. นี้ วงในแฉ ม.ดัง เมินเข้าให้ข้อมูลชี้แจงปมเอกสารลาออก สังคมกังขาเอื้อปกปิด – หวั่นกระทบประมูลทีวีดิจิทัลรอบใหม่

จับตาโค้งสุดท้ายตรวจสอบคุณสมบัติ "ประธาน กสทช." 26 มิ.ย. นี้ วงในแฉ ม.ดัง เมินเข้าให้ข้อมูลชี้แจงปมเอกสารลาออก สังคมกังขาเอื้อปกปิด – หวั่นกระทบประมูลทีวีดิจิทัลรอบใหม่

KEY

POINTS

  • 26 มิ.ย. นี้ ลุ้นบอร์ดสรรหาสรุปคุณสมบัติประธาน กสทช.: การตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของ ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ เดินทางมาถึงโค้งสุดท้าย
  • มหาวิทยาลัยต้นสังกัดเดิมเมินแจง ยิ่งทำสังคมคาใจเจตนาปกปิด: วงในรัฐสภาเปิดเผยว่ามหาวิทยาลัยชื่อดังที่เป็นอดีตต้นสังกัดของ นพ.สรณ ไม่ให้ความร่วมมือส่งหลักฐานการลาออกให้คณะกรรมการสรรหาฯ และยังไม่เข้าชี้แจงต่อ กมธ.พัฒนาการเมืองฯ สภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 18 มิ.ย. 2569 ที่ผ่านมา 
  • จี้เปิดหลักฐานใบลาออก: หากประธาน กสทช. ไม่แสดงหลักฐานการลาออกก่อนการโปรดเกล้าฯ ตาม มาตรา 18 พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ จะถือว่าสละสิทธิ์ทันที

22 มิถุนายน 2569 ความคืบหน้ากรณีการตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของ ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ล่าสุดได้เข้าสู่ขั้นตอนสุดท้ายของคณะกรรมการสรรหา กสทช. แล้ว ท่ามกลางกระแสข่าวลือสะพัดถึงความไม่โปร่งใสในการตรวจสอบเอกสารหลักฐานสำคัญจากหน่วยงานต้นสังกัดเดิม
 
รายงานข่าวจากวุฒิสภา เปิดเผยว่า ในกระบวนการพิจารณาตรวจสอบคุณสมบัติครั้งนี้ คณะกรรมการสรรหาฯ ได้มีหนังสือเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูลประกอบการพิจารณา รวมถึง มหาวิทยาลัยชื่อดัง ซึ่งเป็นต้นสังกัดเดิมของ ศ.คลินิก นพ.สรณ ในช่วงก่อนเข้ารับตำแหน่ง

ที่ผ่านมา มหาวิทยาลัย และผู้เกี่ยวข้องไม่ได้ให้ความร่วมมือในการให้ข้อมูล หรือส่งมอบหลักฐานแก่คณะกรรมการสรรหาฯ แต่อย่างใด หรืออย่างล่าสุด เมื่อวันที่ 18 มิ.ย. 2569 ก็ไม่ปรากฏตัวแทนจากมหาวิทยาลัยเข้าชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร พฤติการณ์ดังกล่าวทำให้เกิดข้อสงสัยอย่างกว้างขวางในหมู่วุฒิสภาว่า ทางมหาวิทยาลัยและผู้บริหารมีเจตนาปกปิดข้อมูลที่อาจเกี่ยวข้องกับการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่
 
ทั้งนี้ มาตรา 18 แห่ง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 (และที่แก้ไขเพิ่มเติม) บัญญัติไว้ชัดเจนว่า ผู้ได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภาให้เป็น กสทช. ซึ่งยังมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 8 (1) (2) หรือ (3) อยู่ ต้องแสดงหลักฐานว่าได้ลาออก หรือเลิกประกอบอาชีพหรือวิชาชีพดังกล่าวแล้วต่อประธานวุฒิสภาภายในเวลาที่กำหนด และต้องเป็นเวลาก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง
 
หากไม่ได้แสดงหลักฐานภายในกำหนดเวลา ให้ถือว่าผู้นั้นสละสิทธิ และให้ดำเนินการสรรหาใหม่ โดยผู้ได้รับความเห็นชอบในครั้งนี้จะเข้ารับการสรรหาในครั้งใหม่ไม่ได้

การที่มหาวิทยาลัยไม่เข้าให้ข้อมูล เปิดเผยหลักฐานหรือเอกสารที่แสดงถึงการลาออก หรือการเลิกประกอบอาชีพ/วิชาชีพของ ศ.คลินิก นพ.สรณ ในช่วงเวลาดังกล่าว จึงทำให้สังคมเกิดความกังขาว่า ประธาน กสทช. มีคุณสมบัติที่ถูกต้องแท้จริงตามกฎหมายตั้งแต่แรกก่อนการโปรดเกล้าฯ หรือไม่ และเหตุใดหน่วยงานการศึกษาชั้นนำของประเทศยังคงนิ่งเฉยต่อการตรวจสอบนี้
 
อย่างไรก็ตาม ความไม่ชัดเจนด้านสถานะทางกฎหมายของประธาน กสทช. ไม่เพียงแต่กระทบต่อความเชื่อมั่นในตัวบุคคลเท่านั้น แต่กำลังส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการดำเนินงานของ กสทช. ในปัจจุบัน ซึ่งมีวาระสำคัญระดับชาติค้างคาอยู่มากมาย โดยเฉพาะ "การประมูลใบอนุญาตทีวีดิจิทัลรอบใหม่" ที่กำลังจะเกิดขึ้น
 
หลายฝ่ายจึงเรียกร้องให้มหาวิทยาลัยออกมาแสดงความโปร่งใส โดยเร่งเข้าให้ข้อมูล หรือแสดงหลักฐานการลาออกของ ศ.คลินิก นพ.สรณ ต่อสาธารณชนและคณะกรรมการสรรหาฯ โดยเร็วที่สุด เพื่อล้างข้อครหาและป้องกันไม่ให้วิกฤตศรัทธาครั้งนี้ลุกลามจนสร้างความเสียหายต่อผลประโยชน์ของประเทศชาติต่อไป

ข่าวล่าสุด