เนชั่นทีวี

Nation Story

STORY: "ซีรีส์แนวตั้ง" ทางหนีรอดวงการทีวีไทย โจทย์ใหม่ที่ กสทช. (อยาก)เคลียร์ปมโฆษณาประกบซ้าย-ขวา

23 เม.ย. 2569

STORY: "ซีรีส์แนวตั้ง" ทางหนีรอดวงการทีวีไทย โจทย์ใหม่ที่ กสทช. (อยาก)เคลียร์ปมโฆษณาประกบซ้าย-ขวา

เมื่อหน้าจอสี่เหลี่ยมผืนผ้าเริ่มเปิดพื้นที่ให้วิดีโอแนวตั้งจากมือถือ แล้วพื้นที่โฆษณาที่เหลืออยู่ด้านข้าง... นั่นคือ “นวัตกรรม” หรือ “ช่องโหว่” ที่ต้องเร่งปิดกันแน่?

กลายเป็นปรากฏการณ์ใหม่ในวงการโทรทัศน์เมืองไทย เมื่อช่อง 3 นำซีรีส์จีนแนวตั้งมาฉายบนทีวี ฉายยาวแบบไร้โฆษณามาคั่น แต่ใช้วิธีแทรกโฆษณาบนพื้นที่ว่างซ้าย-ขวาแทน ก่อนที่ต่อมา ช่องอมรินทร์ทีวี จะเข้าวงการนี้ด้วยการนำซีรีส์แนวตั้งฝีมือคนไทยฉายบนจอทีวีเช่นกัน

นี่เป็นการปรับตัวครั้งใหญ่ท่ามกลางวิกฤตอุตสาหกรรมทีวีดิจิทัล ที่ กสทช. ไม่สามารถสร้างความหวังให้ผู้ประกอบการได้ ทั้งๆ ที่ใกล้เวลาหมดอายุใบอนุญาตอีก 3 ปีข้างหน้า ล่าสุดเมื่อวานนี้ 22 เม.ย. ก็ยังไม่นำวาระโรดแมปทีวีดิจิทัลมาพิจารณา กลายเป็นการเตะถ่วงวาระที่ค้างนานนับปี

แต่หลายคนคงสงสัยว่าการออกอากาศแบบนี้ทำได้จริงๆ ไหม แล้วการนำโฆษณาขึ้นประกบเนื้อหา จะเป็นการรบกวนการรับชมจนสร้างความรำคาญหรือไม่ แล้วจะมีทางออกที่สมดุลนี้อย่างไร



🔵 [ทำไมทีวีถึงต้องเอาซีรีส์แนวตั้งมาฉาย?]


คำตอบอยู่ที่พฤติกรรมเราทุกคนนั่นเอง ทุกวันนี้ผู้คนติดหน้าจอมือถือในแนวตั้ง ไม่ว่าจะเป็น TikTok, YouTube Shorts หรือ Instagram Reels จนซีรีส์สั้นแนวตั้งจากจีนกวาดยอดวิวมหาศาลไปทั่วโลก ทีวีไทยจึงมองเห็นโอกาส ดึงคนกลุ่มนี้กลับสู่หน้าจอหลักในบ้าน

กลยุทธ์สำคัญคือ ฉายยาวต่อเนื่อง 20 นาที โดยไม่มีโฆษณาคั่น แต่แทนที่จะหายรายได้ไป สถานีก็ใช้พื้นที่ว่างซ้าย-ขวาของจอ (ที่ปกติเป็นแค่แถบเทาๆ) ให้กลายเป็นพื้นที่โฆษณา — เปลี่ยน "พื้นที่เสียเปล่า" ให้เป็นรายได้ ขณะที่ผู้ชมไม่ต้องทนรอโฆษณา 3-5 นาทีระหว่างดูเรื่อง

แล้วสิ่งที่สถานีทำอยู่นี้ ผิดกฎหมายหรือไม่?

🔵 [กสทช. เรียกถก หาจุดยืนร่วม]
เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2569 กสทช. ได้เรียกตัวแทนจากสถานีทีวีดิจิทัลมาร่วมหารือ ไม่ใช่เพื่อลงโทษ แต่เพื่อ "กำกับดูแลเชิงรุก" ก่อนที่จะเกิดปัญหาตามมา

ข้อกังวลหลักจาก กสทช. มี 3 เรื่อง ได้แก่

  • หนึ่ง — เรื่องเวลาโฆษณา: กฎหมายกำหนดให้โฆษณาได้ไม่เกิน 12 นาทีต่อชั่วโมง โฆษณาข้างจอที่วิ่งคู่กับเนื้อหานับรวมด้วยหรือเปล่า? ตรงนี้ยังอยู่ในขั้นตรวจสอบ
  • สอง — เรื่องผลกระทบต่อสายตาและสมาธิ: โฆษณาที่เขยิบขยับอยู่ข้างๆ ขณะดูละคร อาจทำให้เหนื่อยตา และรบกวนสมาธิได้
  • สาม — เรื่องสัดส่วนพื้นที่โฆษณา: กฎหมายระบุว่าโฆษณาต้องไม่เกิน 1 ใน 8 ของหน้าจอทั้งหมด

 

ฝั่งผู้ประกอบการชี้แจงว่า ปัจจุบันใช้พื้นที่ไม่เกิน 1 ใน 8 ของหน้าจอ และใช้ภาพนิ่งเท่านั้น ไม่มีการเคลื่อนไหว เพื่อลดความล้าของสายตาผู้ชม อีกทั้งยังเป็นการทดลองโอกาสการหารายได้รูปแบบใหม่


🔵 [ผลสรุปจากโต๊ะประชุม: ไม่ห้าม แต่ต้องระวัง]


ณ ตอนนี้ยังไม่มีประกาศ กสทช. ฉบับใดที่ห้ามออกอากาศเนื้อหาแนวตั้งโดยตรง ทิศทางที่ได้จากการหารือครั้งนี้คือ "กำกับดูแลกันเอง" (Self-Regulation) ภายใต้กรอบกฎหมายที่มีอยู่ เพื่อหาจุดที่เหมาะสมร่วมกัน

ข้อตกลงร่วมที่ได้จากโต๊ะหารือมีดังนี้:

  •  ผู้ประกอบการมองว่า หากยังไม่มีข้อกำหนดในกฎหมาย ก็สามารถทำได้ หากไม่ละเมิด 3 ข้อกังวลข้างต้น
  • กสทช. แนะให้แต่ละช่องแจ้งรูปแบบรายการแนวตั้งที่ประกอบการโฆษณา ให้ทราบและพิจารณาก่อน
  • เสนอให้จัด Workshop เพื่อหามาตรฐานร่วมกันให้ทุกสถานีนำไปปฏิบัติ


นอกจากนี้ กสทช. จะรับฟังความคิดเห็นแยกเป็น 2 กลุ่ม ตามที่ผู้ประกอบการร้องขอ คือ "ผู้ชมทั่วไป" และ "องค์กรคุ้มครองผู้บริโภค" เพื่อให้ได้ภาพสะท้อนที่แม่นยำขึ้น ว่าใครรู้สึกอย่างไรกับการเปลี่ยนแปลงนี้จริงๆ

🔵 [ถ้า กสทช. สั่งห้าม เงินโฆษณาจะไปไหน?]


นี่คือคำถามเชิงนโยบายที่สำคัญมาก เพราะหากภาครัฐเลือกใช้มาตรการห้ามแบบเบ็ดเสร็จ สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือ เม็ดเงินโฆษณาจะไหลออกจากทีวีดิจิทัลไทย ไปสู่แพลตฟอร์มต่างชาติอย่าง Meta, TikTok, YouTube มากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งแปลว่าไม่ใช่แค่สถานีที่เสียหาย แต่รายได้ภาษีและระบบนิเวศสื่อไทยก็สั่นคลอนไปด้วย

ซีรีส์แนวตั้งบนจอทีวีอาจดูเป็นเรื่องเล็กน้อยในชีวิตประจำวัน แต่แท้จริงแล้วมันคือสัญญาณว่าอุตสาหกรรมสื่อไทยกำลังยืนอยู่บนทางแพร่ง — ระหว่างกฎเกณฑ์ที่ตามไม่ทันโลก กับนวัตกรรมที่รอการรับรอง

คำถามสำคัญคือ... ในฐานะผู้ชม เราพร้อมแลกประสบการณ์ดูทีวีแบบใหม่ เพื่อให้สถานีไทยยังอยู่รอดในยุคดิจิทัลได้ไหม?

แล้วคุณคิดอย่างไร ระหว่างการฉายต่อเนื่องไม่มีโฆษณาคั่น แต่มีโฆษณาขนาบข้างตลอดเวลา กับแบบเดิมที่โฆษณาคั่นหลายนาที — แบบไหนรบกวนคุณมากกว่ากัน?