เนชั่นทีวี

ข่าว

กกร.-เพื่อนไม่ทน เสนอ “5 เปิด” ดัน กทม.ต้นแบบความโปร่งใส

22 มิ.ย. 2569 | thunchanok_kul

กกร.-เพื่อนไม่ทน เสนอ “5 เปิด” ดัน กทม.ต้นแบบความโปร่งใส

กกร. และเพื่อนไม่ทน Zero Corruption ชูข้อเสนอ “5 เปิด” รณรงค์เลือกตั้งผู้ว่าฯ-ส.ก. 69 เดินหน้าผลักดัน “กทม.ต้นแบบความโปร่งใส”

กกร. และเพื่อนไม่ทน Zero Corruption ชูข้อเสนอ “5 เปิด” รณรงค์เลือกตั้งผู้ว่าฯ-ส.ก. 69 เดินหน้าผลักดัน “กทม.ต้นแบบความโปร่งใส”

KEY

POINTS

  • เสนอพิมพ์เขียว “5 เปิด” รับศึกเลือกตั้ง กทม. 69: คณะทำงาน Zero Corruption กกร. นำโดย นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ แถลงข้อเสนอ “5 เปิด” ต่อผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ ส.ก. ย้ำหลักการ “ผู้ว่าฯ พูดแล้วต้องทำ” เพื่อยกระดับ กทม. สู่เมืองต้นแบบความโปร่งใส
  • ทลายวงจรเงินทอน-ฮั้วประมูล: สาระสำคัญของข้อเสนอเน้นการใช้ระบบฐานข้อมูลเปิด (Open Data) และระบบดิจิทัลในการเปิดสัญญาก่อสร้างทุกขั้นตอน เปลี่ยนการอนุมัติใบอนุญาตเป็นระบบอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมด เพื่อตัดสิทธิ์การใช้ดุลยพินิจมิชอบและสกัดการเรียกรับผลประโยชน์ของเจ้าหน้าที่
  • ชี้ปัญหากรุงไม่ได้ขาดงบประมาณ แต่ขาดระบบที่ประชาชนเข้าถึงได้: ปัญหารถติด น้ำท่วม ขยะ และ PM 2.5 ล้วนผูกโยงกับความโปร่งใส "การเปิดข้อมูลคือการเปิดอำนาจให้ประชาชนตรวจสอบ" และปักหมุดให้วันเลือกตั้ง 28 มิ.ย. 2569 เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของคนเมืองหลวงในการใช้สิทธิ์เลือกผู้นำที่ตั้งใจปราบโกงจริง

22 มิถุนายน 2569 ตามที่ “กกร. และเพื่อนไม่ทน Zero Corruption” ได้ร่วมกันเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชันอย่างยั่งยืนต่อรัฐบาล ด้วยการปฏิรูปกฎหมาย พร้อมยกระดับ 4 หน่วยงานต้นแบบความโปร่งใส ได้แก่ กระทรวงการคลัง กระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกรุงเทพมหานคร เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา นั้น 

นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานคณะทำงาน Zero Corruption กกร. และเพื่อนไม่ทน กล่าวว่า การเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และสมาชิกสภากรุงเทพมหานครที่จะถึงนี้ นับเป็นโอกาสสำคัญในการกำหนดทิศทางการบริหารเมืองหลวงให้โปร่งใส ตรวจสอบได้ และตอบโจทย์ประชาชนอย่างแท้จริง โดยย้ำหลักคิดสำคัญว่า “ผู้ว่าฯ พูดแล้วต้องทำ” กล่าวคือ ผู้บริหาร กทม. ต้องมีความสามารถในการขับเคลื่อนนโยบายให้เกิดผลจริง ทำตามสิ่งที่หาเสียงไว้ และมีระบบเปิดเผยข้อมูลให้ประชาชนติดตามตรวจสอบได้ 

คณะทำงาน Zero Corruption กกร. และเพื่อนไม่ทน จึงได้จัดทำข้อเสนอ “5 เปิด” เพื่อส่งสารถึงผู้สมัครรับเลือกตั้ง และผลักดันให้กรุงเทพมหานครก้าวสู่เป้าหมาย “กรุงเทพมหานครต้นแบบความโปร่งใส” ประกอบด้วย 

1. เปิดข้อมูลเมืองแบบตรวจสอบได้ (Open Data) 

• เปิดข้อมูลการจัดทำงบประมาณ ข้อมูลจัดซื้อจัดจ้าง และข้อมูลสำคัญชุดต่าง ๆ ให้สามารถเข้าถึงได้ง่าย (machine-readable)แล้วพัฒนาให้เป็นฐานข้อมูลเปิดที่ทุกคนใช้ตรวจสอบได้ เชื่อมโยงข้อมูลบริษัท และสัญญาสัมปทาน/ร่วมทุนให้ประชาชนสืบค้นหาและวิเคราะห์ได้ ใช้เทคโนโลยีช่วยตรวจจับโครงการเสี่ยง วิเคราะห์รูปแบบการจัดซื้อผิดปกติ 

2. เปิดการมีส่วนร่วมภาคประชาชนบนแนวทางบริหารงานแบบรัฐบาลเปิด (Open Government) 

• เปิดให้ประชาชนร่วมติดตามโครงการระดับเขตตามแนวทาง Open Government Partnership (OGP) 
สร้างกระดานรวมข้อมูล (Dashboard) ติดตามการใช้จ่ายงบฯ และความคืบหน้าโครงการ ใช้ระบบประเมินความพึงพอใจ (Citizen Feedback)จากประชาชนที่ติดต่อขอรับบริการจากหน่วยงาน กทม. ทุกระดับ และปกป้องผู้แจ้งเบาะแส 

3. เปิดสัญญาจัดซื้อจัดจ้างอย่างโปร่งใส (Open Contracting) 

• เปิดเผยข้อมูลจัดซื้อจัดจ้างทุกขั้นตอนตามมาตรฐานสากล ตั้งแต่จัดทำร่าง TOR กำหนดราคากลาง ผู้เสนอราคา สัญญา การแก้งาน การส่งมอบงาน จัดทำระบบติดตามโครงการก่อสร้างที่เปิดให้ประชาชนตรวจสอบได้ และใช้
ข้อตกลงคุณธรรม (Integrity Pact) กับโครงการขนาดใหญ่ ลดความเสี่ยงฮั้วประมูลและผลประโยชน์ทับซ้อน ด้วยการตรวจสอบและยืนยันตัวตนเจ้าของบริษัทคู่ค้าในทุกสัญญา 

4. เปิดกระบวนการอนุมัติ อนุญาต ลดการใช้ดุลยพินิจที่ไม่จำเป็น (Open Permitting Process) 

• ปรับปรุงกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ ลดอำนาจใช้ดุลพินิจ เพิ่มความชัดเจนในกฎหมายทุกระดับ กระบวนการออกกฎหมายต้องเปิดเผยให้ประชาชนร่วมพิจารณายกร่างได้ ลดและขจัดดุลพินิจที่ไม่จำเป็นของเจ้าหน้าที่รัฐในทุกขั้นตอนการบริการ ด้วยการเปลี่ยนกระบวนการอนุมัติใบอนุญาตต่าง ๆ ให้เป็นมาตรฐานอิเล็กทรอนิกส์ ตัดโอกาสการเรียกรับผลประโยชน์ อีกทั้งมีระบบติดตามตรวจสอบขั้นตอนและผลลัพธ์การออกใบอนุญาตทุกประเภท และเปิดเผยข้อมูลให้สาธารณะเข้าถึงตรวจสอบได้ 

5.เปิดมาตรการกำกับและบริหารจัดการความเสี่ยงด้านทุจริตคอร์รัปชัน (Open Risks Management)

• เพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการบริหารจัดการความเสี่ยงทุจริตคอร์รัปชัน เน้นป้องกันอย่างเป็นระบบที่เปิดเผย ตรวจสอบได้ ตั้งแต่การระบุความเสี่ยง (Identification)การวิเคราะห์ความเสี่ยง (Analysis)ไปจนถึงการป้องกันและปิดความเสี่ยง (Mitigation) รวมถึงระบุแผนงานและความคืบหน้าให้ประชาชนทราบสม่ำเสมอ รวมทั้งกำหนด KPI ด้านความโปร่งใส เปิดเผยผลลัพธ์การทำงานของผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ทุกระดับ 

“ปัญหาของ กทม. หลายเรื่องไม่ได้ขาดงบฯ แต่ขาดระบบตรวจสอบที่ประชาชนเข้าถึงได้ เช่น น้ำท่วม รถติด ขยะ PM 2.5 งบฯ ไม่ตรงกับความต้องการ ฯลฯ ล้วนเกี่ยวข้องกับความโปร่งใส ตราบใดที่ข้อมูลไม่เปิด ประชาชนย่อมตรวจสอบไม่ได้ วันที่ 28 มิ.ย. นี้ จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ กทม. ก้าวเข้าสู่มิติใหม่ของการเป็นมหานครต้นแบบแห่งความโปร่งใสด้วยข้อเสนอ 5 เปิดนี้ เราหวังว่าภาคการเมืองจะตระหนักและรับฟังเสียงของประชาชน และขอให้ผู้มีสิทธิ เลือกตั้งแสดงพลังเลือกผู้สมัครที่มุ่งเน้นสร้าง กทม. โปร่งใส” นายพจน์ กล่าว 

นายมานะ นิมิตรมงคล ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ในฐานะฝ่ายวิชาการของคณะทำงาน กกร. และเพื่อนไม่ทน Zero Corruption กล่าวว่า การบริหารจัดการเมืองตามข้อเสนอ “5 เปิด” นั้น สาระสำคัญที่เป็นจุดร่วมของทุกข้อคือ การเปิดข้อมูลเท่ากับการเปิดอำนาจให้ประชาชนตรวจสอบ 

อย่างไรก็ตาม การที่ กทม. จะกลายเป็นมหานครต้นแบบความโปร่งใสได้ ยังขึ้นอยู่กับผู้นำที่จะต้องมุ่งมั่นจริงจังอย่างน้อย 3 ด้าน ได้แก่ 

“บริหารงานโปร่งใส ตั้งใจปราบโกง เชื่อมโยงประชาชน” ซึ่งจะเป็นเกราะป้องกันการทุจริตที่แข็งแกร่งและยั่งยืนที่สุด

“ข้อเสนอนี้ไม่ใช่เพียงคำประกาศต่อต้านคอร์รัปชัน แต่เป็นการออกแบบระบบตรวจสอบและป้องกันการทุจริตที่เริ่มต้นจากการเปิดข้อมูล และให้อำนาจภาคประชาชนสามารถทำหน้าที่เป็นผู้ตรวจสอบภาคการเมือง ลดการตัดสินใจแบบรวมศูนย์ นี่คือหัวใจของกรุงเทพฯ โปร่งใส” นายมานะ กล่าว 

ทั้งนี้ คณะทำงาน Zero Corruption กกร. และเพื่อนไม่ทน จะเดินหน้าผลักดันข้อเสนอเชิงระบบเพื่อลดความเสี่ยงการทุจริตคอร์รัปชันในหน่วยงานสำคัญของประเทศ โดยเฉพาะกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นเมืองหลวงและเป็น
พื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพชีวิตของประชาชนจำนวนมาก เพื่อให้การบริหารเมืองในอนาคตมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และยึดประชาชนเป็นศูนย์กลางอย่างแท้จริง

ข่าวล่าสุด