ล่าสุด ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการจากโรงพยาบาลถงเหริน มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์เซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ออกมาเตือนว่า แม้คนสุขภาพดีจะสามารถกินของเย็นได้ แต่ก็ต้องกินให้ถูกวิธี เพราะหากกินผิดจังหวะ หรือกินมากเกินไป อาจส่งผลเสียต่อร่างกายได้ไม่น้อย
แม้คนสุขภาพแข็งแรงก็ใช่ว่าจะกินของเย็นได้แบบไม่จำกัดนะคะ ผู้เชี่ยวชาญสรุปหลักง่ายๆ ไว้ จะได้ใส่ใจกันมากขึ้น
เริ่มที่อย่ากิน “ของเย็น” ตอนท้องว่าง ควรกินหลังอาหารประมาณ 2-3 ชั่วโมง และค่อยๆ กินทีละน้อย ไม่ควรรีบกลืนหรือกินรวดเดียว โดยเฉพาะเด็กและผู้สูงอายุ
เพราะถ้ากินตอนที่เราท้องว่าง กระเพาะอาหารจะไม่มีกากอาหารมาช่วยลดอุณหภูมิ ความเย็นจัดจะไปกระทบผนังกระเพาะโดยตรงเลยค่ะ ทำให้เกิดอาการเกร็งตัวเฉียบพลัน นำไปสู่การปวดท้องหรือจุกเสียดได้ง่าย หากเรากินของเย็นหลังอาหาร 2-3 ชั่วโมง เป็นช่วงที่อาหารมื้อหลักย่อยไปเกือบหมดแล้ว ทำให้ร่างกายไม่ต้องทำงานหนักเกินไปในการปรับอุณหภูมิในกระเพาะอาหารซ้ำซ้อน
ที่สำคัญการค่อยๆ กินช่วยให้ร่างกายปรับตัวต่ออุณหภูมิได้ทัน ป้องกันอาการ “สมองแช่แข็ง” (Brain Freeze) หรืออาการหลอดเลือดหดตัวกะทันหัน อาการที่เรามักจะรู้สึก “จี๊ดๆ” ขึ้นสมองเวลากินของเย็นจัดอย่างรวดเร็ว