เนชั่นทีวี

ข่าว

ผ่าตัดระบบราชการ! “ปกรณ์” ชง ครม.ตุลาฯ ฟรีซคน-แลกบำนาญเงินเดือนสูง

18 ก.ค. 2569 | titayu_pur

ผ่าตัดระบบราชการ! “ปกรณ์” ชง ครม.ตุลาฯ ฟรีซคน-แลกบำนาญเงินเดือนสูง

เจาะลึก! พิมพ์เขียวปฏิรูปราชการไทย “ปกรณ์” กางแผนผ่าตัดใหญ่รื้อระบบจ้างงาน-ดึง AI เสียบแทนคน สกัดงบปี 70 พุ่งแตะระดับวิกฤต

เจาะลึก! พิมพ์เขียวปฏิรูปราชการไทย “ปกรณ์” กางแผนผ่าตัดใหญ่รื้อระบบจ้างงาน-ดึง AI เสียบแทนคน สกัดงบปี 70 พุ่งแตะระดับวิกฤต

KEY

POINTS

  • ล็อกตายกำลังพล-ใช้เทคโนโลยีทดแทน: ฟรีซอัตรากำลังทั่วประเทศให้ปัจจุบันเป็นเพดานสูงสุด เกษียณแล้วทุบตำแหน่งทิ้งทันที พร้อมสั่ง ก.พ.-ก.พ.ร. นำระบบดิจิทัลเข้ามาทดแทนงานรูทีนที่ซ้ำซ้อน
     
  • ทางเลือกข้าราชการนิวเจน เงินเดือนสูงแลกบำนาญ: เปิดออปชันให้ข้าราชการรุ่นใหม่ที่มีความรู้ทางการเงิน เลือกรับเงินเดือนสูงเทียบเท่าเอกชนแต่ไม่มีบำนาญ เพื่อให้นำเงินไปบริหารจัดการออมและลงทุนเอง
     
  • ดึงประกันเอกชนคุมค่ายา บล็อกงบประเทศบานปลาย: แก้พฤติกรรมเดินสายหาหมอซ้ำซ้อน (Shopping Doctor) โดยรัฐจ่ายเบี้ยประกันสุขภาพพื้นฐานให้เข้า รพ.เอกชน เพื่อจำกัด (Cap) งบประมาณรักษาพยาบาลสวัสดิการข้าราชการ

18 กรกฎาคม 2569 จากสถานการณ์งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 ที่สัดส่วนรายจ่ายด้านบุคลากรภาครัฐ พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อสัดส่วนงบประมาณปี 2570 ที่จะนำไปลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน และการพัฒนาเศรษฐกิจ จน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 14 ก.ค. 69 ให้เร่งดำเนินการปฏิรูปราชการ และปรับโครงสร้างราชการครั้งใหญ่ โดยมอบหมายให้ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีด้านกฎหมาย ในฐานะประธานกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ เป็นแกนนำร่วมกับ 5 หน่วยงานหลัก (ก.พ., ก.พ.ร., คลัง, สำนักงบประมาณ และสภาพัฒน์) เพื่อจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายรื้อระบบการจ้างงานและค่าตอบแทนใหม่ทั้งหมด 


ล่าสุด นายปกรณ์ เปิดเผยกับเนชั่นออนไลน์ว่า ระบบราชการไทยปัจจุบันเปรียบเสมือนกำลังอยู่ใน “ภาวะไอซียู” เนื่องจากใช้กฎหมายและรูปแบบการทำงานเดิมมานานหลายทศวรรษ สวนทางกับบริบทโลกที่เปลี่ยนแปลงไป หากรัฐบาลมีงบประมาณถึง 70% เป็นค่าจ้างบุคลากร และเหลือเงินลงทุนเพียง 20% เปรียบเป็นบริษัทเอกชนก็ย่อมเผชิญกับภาวะล้มละลาย

 

ดังนั้น โจทย์ใหญ่ครั้งนี้คือการ “ลดไขมันและลีนโพรเซส” เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

 

 

นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีด้านกฎหมาย  

กางพิมพ์เขียว 6 ข้อ: ปฏิวัติโครงสร้าง-ดึง AI แทนที่คน
 

แผนการผ่าตัดใหญ่ที่เตรียมเสนอเข้าสู่ที่ประชุม ครม. ภายในเดือนตุลาคมนี้ ประกอบด้วยมาตรการหลักที่เข้มข้น ดังนี้:
 

  • ฟรีซอัตรากำลังพล: กำหนดให้จำนวนข้าราชการที่มีอยู่ปัจจุบันเป็น “เพดานสูงสุด” และจะไม่มีการเพิ่มอัตรากำลังใหม่อีกเด็ดขาด
     
  • เกษียณอายุต้องยุบเลิก: ตำแหน่งของข้าราชการที่เกษียณอายุหรือออกจากราชการจะถูกยุบเลิกทันที ยกเว้นสายงานที่จำเป็นเร่งด่วน เช่น แพทย์ หรือพยาบาล
     
  • ดิจิทัลเสียบแทนตำแหน่งงาน: มอบหมายให้ ก.พ. และ ก.พ.ร. ตรวจสอบตำแหน่งงานที่เทคโนโลยี AI และระบบดิจิทัลสามารถเข้ามาทำหน้าที่แทนได้ เช่น งานด้านธุรการ เพื่อลดการพึ่งพากำลังคน
     
  • รื้อเกณฑ์จ้างงาน: ปรับเปลี่ยนจากการจ้างงานตลอดชีพ (Lifetime Employment) มาเป็นการจ้างงานตามภารกิจ (Contract-based) ให้มากขึ้นเพื่อให้สอดคล้องกับหน้างานจริง
     
  • เปิดออปชันเออร์ลี่รีไทร์: เปิดทางเลือกให้ข้าราชการอายุ 40 ปีขึ้นไปลาออกโดยสมัครใจพร้อมมาตรการจูงใจ เพื่อออกไปเติบโตในภาคเอกชน
     
  • ปรับสวัสดิการตามเจเนอเรชัน: มอบหมายกรมบัญชีกลางออกแบบแพ็กเกจค่าตอบแทนที่ยืดหยุ่นตามความต้องการของคนแต่ละรุ่น

 

 

หนังสือคำสั่งให้ปรับโครงสร้างราชการจากสำนักนายกฯ  

ทางเลือกใหม่นิวเจน: “เงินเดือนสูง” แลก “บำนาญ”

 

หนึ่งในประเด็นที่ถูกจับตามองคือการปรับเปลี่ยนระบบบำนาญ ซึ่งนายปกรณ์ยืนยันว่า ไม่ได้มีการตัดสิทธิ์ข้าราชการเก่า แต่จะใช้แนวคิด “One size does not fit all” สำหรับข้าราชการรุ่นใหม่ โดยรัฐอาจเสนอทางเลือกเป็น “เงินเดือนสูงเทียบเท่าเอกชน” แต่ไม่มีระบบบำนาญ เพื่อให้คนรุ่นใหม่ที่มีความรู้ทางการเงินนำเงินก้อนไปบริหารจัดการออมและลงทุนด้วยตัวเอง ซึ่งจะช่วยลดภาระงบประมาณผูกพันระยะยาวของรัฐบาล

 

ล้างระบบ “ชอปปิ้งหมอ” คุมงบรักษาพยาบาลบานปลาย

 

นายปกรณ์ยังได้ชี้ถึงปัญหา “เบี้ยหัวแตก” ในงบรักษาพยาบาลข้าราชการ โดยเฉพาะพฤติกรรม “ชอปปิ้งด็อกเตอร์” หรือการเดินสายหาหมอหลายแห่งในโรคเดียว กันจนเกิดการจ่ายยาซ้ำซ้อน จึงมีแนวคิดเสนอระบบประกันสุขภาพภาคสมัครใจ โดยรัฐจะจ่ายเบี้ยประกันพื้นฐานให้ข้าราชการเพื่อเข้าโรงพยาบาลเอกชน ซึ่งจะช่วย “แคปงบประมาณ” (Cap budget) ในแต่ละปีให้ชัดเจน และลดความแออัดในโรงพยาบาลรัฐ

 

เสียงสะท้อนความเจ็บปวด: “เงินเดือนตัน 6 ปี” กับคำมั่นไม่กลัวดราม่า

 

นายปกรณ์ ยังได้หยิบยกประสบการณ์ตรงในฐานะอดีตข้าราชการระดับสูง ที่เงินเดือนตันมานานถึง 6 ปี แม้จะต้องรับผิดชอบงานสำคัญระดับประเทศ เพื่อสะท้อนถึงความเหลื่อมล้ำในระบบค่าตอบแทนปัจจุบัน พร้อมย้ำว่า ไม่กังวลต่อกระแสต่อต้านหรือการสูญเสียคะแนนนิยมทางการเมือง เพราะนี่คือการแก้ปัญหาเพื่อบ้านเมือง

 

“ทุกคนพูดหมดว่าต้องปฏิรูป แต่พอจะทำกลับบอกว่ากลัวเสียคะแนนเสียง? ปัญหามันสะสมมาถึงวันนี้ ผมก็ต้องแก้ ผมจะไม่ยอมให้ฝีแตกในรัฐบาลชุดนี้” นายปกรณ์กล่าว

 

ทั้งนี้ แผนปฏิรูประบบราชการฉบับนี้ กำลังอยู่ในขั้นตอนรวบรวมความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน และผู้มีส่วนได้เสีย ก่อนจะนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุม ครม. ภายในเดือนตุลาคม 2569 เพื่อให้มีผลบังคับใช้อย่างเป็นรูปธรรมในปีงบประมาณถัดไป 

 

 

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี

 

ข่าวล่าสุด