เนชั่นทีวี

Nation Story

ARTICLE : รอยเตอร์ตีแผ่! เศรษฐีกัมพูชาเป็น "แลนด์ลอร์ด" อาณาจักรสแกมเมอร์จีนริมชายแดนไทย

19 ก.ค. 2569 | NATESAIY

ARTICLE : รอยเตอร์ตีแผ่! เศรษฐีกัมพูชาเป็น "แลนด์ลอร์ด" อาณาจักรสแกมเมอร์จีนริมชายแดนไทย

รายงานสืบสวนพิเศษชิ้นล่าสุดจากสำนักข่าวรอยเตอร์ (Reuters) ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วภูมิภาค เมื่อมีการแฉหลักฐานชิ้นสำคัญที่เชื่อมโยง "มหาเศรษฐีชาวกัมพูชา" ผู้ทรงอิทธิพล ว่ามีสถานะเป็น "เจ้าของที่ดิน" ปล่อยเช่าอาคารให้แก่กลุ่มมิจฉาชีพและเครือข่ายสแกมเมอร์ชาวจีน เพื่อใช้เป็นฐานปฏิบัติการหลอกลวงระดับโลกและการค้ามนุษย์

🔵 [ซากปรักหักพัง เปิดโปงความลับ]


เรื่องราวนี้ถูกเปิดโปงภายใต้รายงานชื่อ "Cambodian tycoon was landlord to Chinese scammers" ข้อมูลทั้งหมดได้มาจากการลงพื้นที่สำรวจของรอยเตอร์ถึง 2 ครั้งในปีนี้ ในบริเวณกลุ่มอาคารที่ถูกทิ้งร้างหลังเผชิญการโจมตีจากกองทัพไทยช่วงความขัดแย้งระยะสั้นตามแนวชายแดนเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา

สิ่งที่พบคือ "ฉากหลัง" สำหรับการก่ออาชญากรรมไซเบอร์ อาคารเหล่านี้ถูกดัดแปลงให้กลายเป็น "สถานีตำรวจ" และ "สำนักงานธนาคารปลอม" เพื่อใช้ตบตาเหยื่อทั่วโลก นอกจากนี้ยังพบหลักฐานสำคัญคือ "สัญญาเช่า" ลงวันที่ในเดือนมีนาคม 2024 ระบุชัดเจนว่า Lim Heng Group ซึ่งควบคุมโดยมหาเศรษฐีและผู้มีอิทธิพลชาวกัมพูชา ได้ปล่อยเช่าอาคารในพื้นที่ติดกับคาสิโน "Royal Hill" ของบริษัทริมชายแดนไทย-กัมพูชา
 


🔵 [ค่าเช่ามหาโหด... สัญญาณของธุรกิจสีเทา?]


สัญญาเช่าฉบับนี้ระบุการปล่อยเช่าอาคาร 3 หลังภายในพื้นที่โครงการเป็นเวลา 2 ปี ให้กับผู้เช่าชาวจีนที่ถูกสงวนชื่อไว้ ในราคาที่สูงลิ่วถึง 200,000 ดอลลาร์ต่อเดือน ซึ่งเป็นตัวเลขที่แพงเกินจริงไปมากสำหรับเมืองชายแดนที่เงียบเหงา เพราะเมื่อเทียบกับอาคารขนาดใกล้เคียงกันในย่านหรูใจกลางกรุงพนมเปญ กลับมีค่าเช่าเพียงเดือนละ 25,000 ดอลลาร์เท่านั้น
.
เจสัน ทาวเออร์ จาก Global Initiative against Transnational Organized Crime วิเคราะห์ว่า ผู้อยู่เบื้องหลังขบวนการฉ้อโกงชาวจีน มักใช้ธุรกิจ "คาสิโน" เป็นฉากบังหน้าเพื่อฟอกเงินที่ได้มาอย่างผิดกฎหมาย โดยกลุ่มอาคารแห่งนี้มีรั้วสูงติดลวดหนามล้อมรอบ และคาดว่าเป็นที่พักอาศัยของแรงงานกว่า 3,000 คน

🔵 [เหยื่อค้ามนุษย์ และข้ออ้างที่ฟังไม่ขึ้น]


แม้รัฐบาลกัมพูชาจะพยายามออกมาปฏิเสธ และยืนยันซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าคาสิโน Royal Hill เป็นเพียง "โรงแรมธรรมดา" แต่ภาพถ่ายของสถานีตำรวจปลอม บทพูด (Scripts) สำหรับหลอกลวงเหยื่อที่ถูกทิ้งเกลื่อนโต๊ะ และคำให้การของพยาน ต่างชี้ไปในทิศทางเดียวกัน

หนึ่งในเหยื่อคือ "พรเพ็ญ" หญิงชาวไทยที่ถูกหลอกไปทำงานผ่านโฆษณาบน Facebook เธอเล่าว่าถูกบังคับให้สวมรอยเป็นตำรวจเพื่อหลอกลวงเหยื่อ โดยมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยถือกระบองคอยคุม หากทำยอดไม่ได้ตามเป้าจะถูกลงโทษอย่างหนัก ซึ่งข้อมูลนี้สอดคล้องกับรายงานของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ประจำปี 2024 ที่ระบุว่า การละเมิดสิทธิมนุษยชนในขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ยังคง "แพร่หลาย" ในกัมพูชา เนื่องจากกลุ่มผู้มีอิทธิพลในประเทศเป็นผู้ถือครองที่ดินและรับผลประโยชน์ทางการเงิน



🔵 [ความเชื่อมโยงระดับยอดพีระมิด]


รอยเตอร์ระบุว่า ยังไม่พบหลักฐานว่า Lim Heng Group มีส่วนเกี่ยวข้อง "โดยตรง" กับการค้ามนุษย์หรือการฉ้อโกง แต่ ศ.โซฟัล เอียร์ จาก Arizona State University ชี้ว่า คาสิโนในกัมพูชามักถูกควบคุมโดยนักธุรกิจที่มีสายสัมพันธ์ลึกซึ้งทางการเมือง ซึ่งนาย "ลิม เฮง" ก็เคยปรากฏตัวร่วมกับนายทหารระดับสูง ได้รับบรรดาศักดิ์ชั้นสูงและมีประวัติบริจาคเงินก้อนโตให้กองทัพ

ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายและสิทธิมนุษยชนในกัมพูชายืนยันว่า อัยการสามารถตั้งข้อหา "เจ้าของสถานที่" ได้ หากสืบสวนพบว่าพวกเขารับรู้ถึงการใช้ทรัพย์สินเพื่อก่ออาชญากรรมแต่กลับปล่อยปละละเลย ทั้งนี้ ทาง Lim Heng Group และ Royal Hill ปฏิเสธที่จะตอบคำถามของรอยเตอร์ และยังเคยฟ้องร้องสื่อกัมพูชาที่รายงานเรื่องการกักขังชาวต่างชาติในพื้นที่นี้มาแล้ว



🔵 [ฐานที่มั่นอาชญากรรม ที่รอการกวาดล้าง]


การค้นพบครั้งนี้ตอกย้ำภาพลักษณ์ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในฐานะ "ฮับ" ของอาชญากรรมไซเบอร์ โดยสหรัฐฯ ประเมินว่ากลุ่มมิจฉาชีพในภูมิภาคนี้ทำให้ชาวอเมริกันสูญเงินไปแล้วกว่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์ในปีเดียว

ตราบใดที่กลุ่มอาชญากรข้ามชาติยังคงได้รับที่พักพิง และสามารถเช่าพื้นที่จากกลุ่มทุนผู้มีอิทธิพลท้องถิ่นได้ การกวาดล้างแก๊งคอลเซ็นเตอร์และสแกมเมอร์ก็คงเป็นเพียงการไล่จับปลาในมหาสมุทร เพราะตราบใดที่ "แลนด์ลอร์ด" ยังคงเปิดประตูต้อนรับ อาณาจักรแห่งการหลอกลวงก็จะยังคงผุดขึ้นใหม่ได้เสมอ


ที่มา : Casino boss was landlord to Chinese scammers and human traffickers

ข่าวล่าสุด