อย่างไรก็ตาม ในแง่ของการบริหารจัดการงบประมาณ ดร.การดี เลียวไพโรจน์ ได้แสดงความชื่นชมที่ภาครัฐยอมรับฟังข้อเสนอแนะในการปรับโมเดลการชำระเงินมาเป็นแบบ "จ่ายตามจำนวนผู้ใช้งานจริง" (Pay-per-Active User) ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงเรื่องงบประมาณรั่วไหลได้ระดับหนึ่ง แต่เธอยังฝากการบ้านชิ้นใหญ่ถึงผู้จัดทำว่า จำเป็นต้องมีเกณฑ์วัดผลที่โปร่งใส ตรวจสอบจำนวนผู้ใช้งานได้จริง และมีการกำหนดราคาต่อหัวที่เหมาะสมเพื่อความคุ้มค่าสูงสุด
🔵[ความโปร่งใสและความปลอดภัย: โจทย์ใหญ่ที่สังคมต้องคิดต่อ]
นอกเหนือจากเรื่องฟีเจอร์อันล้ำสมัย อีกหนึ่งประเด็นที่สังคมมองข้ามไม่ได้คือ "ความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล" (Data Privacy) ซึ่งทางทีมพัฒนาระบุว่าได้มีการจัดตั้ง War Room เพื่อรับฟีดแบ็กและปรับปรุงระบบอย่างต่อเนื่อง การเปิดประตูกว้างให้กลุ่มชุมชนคนไอที (Tech Community) เข้ามาทดสอบและวิพากษ์วิจารณ์ระบบก่อนการเปิดตัวจริง จึงถือเป็นนิมิตหมายที่ดีที่แสดงถึงความพยายามในเรื่องความโปร่งใส
🔵 [บทสรุป: ก้าวแรกสู่สิทธิขั้นพื้นฐานดิจิทัล]
ในท้ายที่สุด โครงการ AI Passport อาจไม่ใช่เพียงแค่การแจกเครื่องมือดิจิทัลตามกระแสนิยม แต่คือความพยายามในการ "ติดอาวุธทางปัญญา" ให้คนไทยในยุคเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยี ตั้งแต่นักเรียน พนักงานออฟฟิศ ไปจนถึงผู้ประกอบการรายย่อย ให้มีโอกาสเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลอย่างเท่าเทียม
เมื่อกำแพงด้านค่าใช้จ่ายถูกทลายลง คำถามสำคัญในวันนี้อาจไม่ใช่แค่ภาครัฐจะให้อะไรแก่เราบ้าง แต่คือ "พวกเราในฐานะคนไทย จะดึงศักยภาพของนวัตกรรมเหล่านี้ มายกระดับขีดความสามารถของตัวเองและประเทศชาติให้ก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมๆ ได้อย่างไร?"