เนชั่นทีวี

Nation Story

OPINION : หมอชี้พฤติกรรมเสี่ยง! ไม่สูบ ไม่ดื่ม แต่ทำไมถึงเป็น “มะเร็งตับ” ?

01 ก.ค. 2569 | ปิยวรรณ ประเมษฐะวนิช

OPINION : หมอชี้พฤติกรรมเสี่ยง! ไม่สูบ ไม่ดื่ม แต่ทำไมถึงเป็น “มะเร็งตับ” ?

ความเสียดายอาจนำมาซึ่งโรคร้ายที่ไม่ได้รับเชิญ...พลอยอ่านเจอบทความในเวยป๋อ ที่เขียนโดยแพทย์ชาวจีน คุณหมอจางโหย่วผิง เพื่อเตือนสติเกี่ยวกับภัยเงียบใกล้ตัวที่ผู้สูงอายุ ที่อาจเกิดจากความเสียดายของ จนอาจนำไปสู่โรคมะเร็งตับ นั่นคือ “สารพิษอะฟลาทอกซิน”

คุณหมอเล่าถึงเคสรักษาจริงที่เจอมากับตัว คุณป้าวัย 68 ปีคนหนึ่งถูกลูกสาวพยุงเข้ามาในห้องตรวจ น้ำหนักลดลงไปประมาณ 10 กิโลกรัม กินอะไรเข้าไปก็ถ่ายออกมาหมด ลูกสาวร้องไห้แล้วพูดว่า “แม่ไม่สูบบุหรี่ ไม่ดื่มเหล้ามาตลอดชีวิต ทำไมอยู่ๆ ถึงเป็นมะเร็งตับระยะสุดท้ายได้?”

หมอถามคำถาม 3 ข้อ ข้าวสารหรือแป้งที่ขึ้นรา เสียดายจนไม่กล้าทิ้งใช่ไหม? กับข้าวเหลือเก็บไว้หลายวันยังเอามากินอยู่ใช่ไหม? เขียงที่บ้านใช้มาจำนานกี่ปีแล้ว?

หมอย้ำว่าสิ่งที่ซ่อนเร้นและป้องกันได้ยาก เพียงแค่ 1 มิลลิกรัมก็คร่าชีวิตได้ มันคือ “อะฟลาทอกซิน” สารก่อมะเร็งกลุ่มที่ 1 ที่องค์การอนามัยโลกรับรอง เพียงแค่ 1 มิลลิกรัมก็สามารถกระตุ้นให้เกิดมะเร็งตับได้ ซึ่งปริมาณเท่านี้ เราจะไม่สามารถมองไม่เห็น ไม่ได้กลิ่น และชิมไม่รู้รสเลย


🔵 [อันตรายของ “อะฟลาทอกซิน”]


มันโจมตีตับเป็นหลัก เข้าไปทำลาย DNA ของเซลล์ตับ การกินเข้าไปครั้งเดียวอาจไม่เป็นไร แต่เมื่อสะสมวันแล้ววันเล่า จนระบบภูมิคุ้มกันกำจัดไม่ทัน มะเร็งตับก็จะค่อยๆ เติบโตขึ้นมาอย่างเงียบๆ “อะฟลาทอกซิน” ทนความร้อนสูงได้ ต้องใช้ความร้อนสูงกว่า 260 องศาเซลเซียสถึงจะสลายตัว การต้มน้ำเดือดหรือผัดในกระทะที่บ้าน อย่างมากก็แค่ 200 องศาเซลเซียส ไม่มีทางฆ่ามันได้เลย

“อะฟลาทอกซิน” ยังละลายได้ดีในไขมัน ถ้าคุณกินอาหารที่ปนเปื้อนสารนี้ ร่วมกับการกินของมันๆ อัตราการดูดซึมของมันจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก นี่คือสาเหตุที่ว่าทำไมน้ำมันที่สกัดจากถั่วลิสงขึ้นรา ถึงอันตรายยิ่งกว่าถั่วลิสงขึ้นราเสียอีก



🔵 [สารพิษนี้ซ่อนอยู่ที่ไหนบ้าง?] 

 

  • ของแห้งในตู้เย็น เช่น เห็ดหอมแห้ง เห็ดหูหนูดำแห้ง พริกแห้ง ดอกไม้จีนแห้ง สิ่งเหล่านี้ดูภายนอกเหมือนแห้ง แต่เมื่อมีความชื้น แม้จะมองไม่เห็นสปอร์เชื้อราจากภายนอก แต่เส้นใยของราได้ชอนไชเข้าไปข้างในแล้ว หมอแนะนำว่าของแห้ง ถ้าเก็บเกินครึ่งปีให้ทิ้งทันที ควรเก็บในภาชนะปิดสนิทไว้ในที่แห้งและเย็น อย่าใช้ถุงพลาสติกผูกปากถุงแล้วยัดไว้ในตู้เย็น
  • เขียงไม้ ที่ใช้มาหลายปี ด้านหลังหรือตามรอยแตกแยกจะเต็มไปด้วยคราบเชื้อราสีเขียวเข้มหรือสีดำ เวลาหั่นผักแล้วมีแรงกดจากมีด เชื้อราจะผสมปนเปเข้าสู่อาหารโดยตรง หมอแนะนำว่าควร “เขียง” ใหม่ทุกๆ ครึ่งปีถึงหนึ่งปี หรืออาจเปลี่ยนไปใช้เขียงพลาสติกหรือเขียงสแตนเลสแทน เพราะทำความสะอาดได้ง่ายกว่า
  • น้ำมันพืชที่เสื่อมสภาพ หากเปิดขวดใช้งานเกิน 3 เดือน หรือเริ่มมีกลิ่นหืน แสดงว่าเกิดกระบวนการออกซิเดชันจนเสื่อมสภาพ และอาจมีการปนเปื้อนของอะฟลาทอกซิน หลายคนคิดว่าน้ำมันมันแพง เสียดายไม่กล้าทิ้ง แต่ในความเป็นจริงคือน้ำมันไม่กี่บาทอาจแลกมาด้วยโรคร้าย หมอแนะนำให้ซื้อขวดเล็ก และใช้ให้หมดภายใน 3 เดือนหลังเปิดขวด อย่าตุนน้ำมัน
  • อาหารเหลือ โดยเฉพาะข้าวสวยและผักใบเขียว การวางทิ้งไว้นานๆ ไม่เพียงแต่ทำให้แบคทีเรียเจริญเติบโต แต่ในสภาพแวดล้อมที่ชื้นยังอาจทำให้เกิดเชื้อราได้ หลายคนชอบนำมาอุ่นซ้ำแล้วกินต่อ แต่ความร้อนทั่วไปไม่สามารถทำลายอะฟลาทอกซินได้ ถ้าเป็นไปได้ อาหารเหลือไม่ควรเก็บเกิน 24 ชั่วโมง ก่อนทานต้องอุ่นให้ร้อนจัด แต่ต้องพึงระลึกไว้ว่าการอุ่นร้อนช่วยฆ่าแบคทีเรียได้เท่านั้น แต่ไม่สามารถทำลายอะฟลาทอกซินได้ วิธีที่ดีที่สุดคือ ทำแต่พอดี ไม่ให้เหลือ


บทความนี้อ้างอิงจากประสบการณ์ของแพทย์จีน ไม่ใช่ข้อสรุปทางการแพทย์โดยตรงนะคะ แต่สิ่งที่วงการแพทย์ยืนยันตรงกันคือ “อะฟลาทอกซิน” เป็นสารก่อมะเร็งที่ควรหลีกเลี่ยงอย่างยิ่ง และการลดโอกาสสัมผัสสารชนิดนี้ ถือเป็นหนึ่งในวิธีป้องกันมะเร็งตับที่ทำได้ง่ายที่สุดใชีวิตประจำวันค่ะ

 

อ้างอิง https://weibo.com/1065203750/5304190013541010

ข่าวล่าสุด