มหกรรมฟุตบอลโลก 2026 รอบน็อกเอาต์ 32 ทีมสุดท้ายเดินทางมาถึงโปรแกรมเดือดประจำคืนวันพุธที่ 1 กรกฎาคม 2569 มีการแข่งขันพร้อมกันอีก 3 คู่ นำโดยขุนพล "สิงโตคำราม" อังกฤษ แชมป์กลุ่ม L เตรียมเปิดศึกปะทะ ดีอาร์ คองโก ทีมอันดับ 3 ที่ดีที่สุด พ่วงด้วยอีกหนึ่งชาติเจ้าภาพร่วมอย่างทัพ "พญาอินทรี" สหรัฐอเมริกา เตรียมเปิดรังบดบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา และปิดท้ายด้วยยักษ์ใหญ่ "ปีศาจแดงแห่งยุโรป" เบลเยียม เตรียมปะทะความแข็งแกร่งกับ "สิงโตแห่งเตรังกา" เซเนกัล เพื่อแย่งชิงตั๋วใบสำคัญผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย
คู่ที่ 1: อังกฤษ พบ ดีอาร์ คองโก (สนามเมอร์เซเดส-เบนซ์ สเตเดียม, แอตแลนตา)
โธมัส ทูเคิล ผู้จัดการทีมชาติอังกฤษ พาทีมเก็บชัยชนะเหนือปานามา 2-0 คว้าแชมป์กลุ่ม L มาครองด้วยการเล่นที่ยังไม่เสียประตูให้ใครในทัวร์นาเมนต์นี้ สภาพความพร้อมเกมนี้เจอปัญหาวิกฤตในตำแหน่งแบ็กขวาอย่างหนักเมื่อ จาเรลล์ ควอนซาห์ ได้รับบาดเจ็บข้อเท้าเพิ่มต่อจาก รีซ เจมส์ คาดว่า เจด สเปนซ์ ดาวรุ่งจะได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริง แดนกลางวางใจ จู๊ด เบลลิงแฮม ขับเคลื่อนเกมร่วมกับ ดีแคลน ไรซ์ ส่วนแผงแนวรุกใช้ บูคาโย่ ซาก้า และ มาร์คัส แรชฟอร์ด ทำเกมริมเส้นคอยสนับสนุน แฮร์รี่ เคน กัปตันทีมคนเก่งที่กำลังลุ้นทำลายสถิติดาวยิงสูงสุดตลอดกาลในรอบน็อกเอาต์ของ แกรี่ ลินิเกอร์
ทางฝั่ง เซบาสเตียน เดซาเบร กุนซือ ดีอาร์ คองโก สร้างประวัติศาสตร์ผ่านเข้ารอบน็อกเอาต์ฟุตบอลโลกได้เป็นครั้งแรก สภาพความพร้อมเกมนี้สมบูรณ์ปึ้กไร้ปัญหานักเตะบาดเจ็บ คาดว่าเดซาเบรจะปรับระบบกลับมาใช้แผนหลัง 5 ตัว (5-3-2) เพื่อเน้นเกมรับที่รัดกุม นำโดย ชานเซล เอ็มเบมบ้า ปราการหลังกัปตันทีม แดนกลางมี อารอน วาน-บิสซาก้า ประจำการริมเส้น ส่วนแดนหน้าวางใจ โยอัน วิสซ่า ดาวยิงฟอร์มร้อนแรงที่ซัดไปแล้ว 2 ประตูในทัวร์นาเมนต์นี้ จับคู่ล่าตาข่ายร่วมกับ เซดริก บากัมบู กองหน้าจอมเก๋า