svasdssvasds
เนชั่นทีวี

Nation Story

OPINION : "เรียนซ้ำชั้น" กลับมาแล้ว! โรงเรียนระยองประกาศชัด — นี่คือสัญญาณที่การศึกษาไทยรอมานานหรือเปล่า?

18 ก.พ. 2569

เมื่อโรงเรียนแห่งหนึ่งในระยองกล้าประกาศว่า "ที่นี่มีเรียนซ้ำชั้น" — ชาวเน็ตแห่เห็นด้วย แต่คำถามที่ตามมาใหญ่กว่านั้น ที่ผ่านมา การปล่อยให้เด็กผ่านชั้นโดยไม่พร้อม มันช่วยใครกันแน่?

เมื่อโรงเรียนแห่งหนึ่งในระยองกล้าประกาศว่า "ที่นี่มีเรียนซ้ำชั้น" — ชาวเน็ตแห่เห็นด้วย แต่คำถามที่ตามมาใหญ่กว่านั้น ที่ผ่านมา การปล่อยให้เด็กผ่านชั้นโดยไม่พร้อม มันช่วยใครกันแน่?

KEY

POINTS

ท่ามกลางดรามาการเมืองที่ยังไม่มีข้อสรุป มีโพสต์หนึ่งแทรกขึ้นมาในฟีดแล้วทำให้หลายคนหยุดคิด

โพสต์นั้นมาจาก โรงเรียนมาบยางพรวิทยาคม อ.ปลวกแดง จ.ระยอง และข้อความในนั้นเรียบง่ายแต่ตรงไปตรงมา

"โรงเรียนมาบยางพรวิทยาคมแห่งนี้ เป็นโรงเรียนที่มีระบบการเรียนซ้ำชั้น หากนักเรียนไม่ประสงค์จะตั้งใจเรียนจริง ไม่ควรสมัครเข้ามาเรียน แต่หากมีความตั้งใจเรียนจริง โรงเรียนแห่งนี้พร้อมจะให้ความรู้และดูแลนักเรียนอย่างดีที่สุด"

บางคนอาจมองว่า "แรงไป" แต่คอมเมนต์ในโพสต์นั้นส่วนใหญ่กลับเห็นด้วย และมีหนึ่งความเห็นที่สะท้อนใจได้ชัดมากที่สุด

"โรงเรียนไม่ได้อยากคัดคนออก แต่โรงเรียนคือสถานที่ของคนอยากเรียน อยากมีการศึกษา อยากมีวุฒิเพื่อต่อยอดชีวิต แต่ถ้าเข้ามาเพราะการเรียนภาคบังคับ ก็ควรทำเต็มที่ ให้สมกับเป็นหน้าที่ที่ต้องทำ"

แล้ว "เรียนซ้ำชั้น" มันหายไปจากระบบการศึกษาไทยตั้งแต่เมื่อไหร่?

🔵 [เมื่อ "ผ่านไปก่อน" กลายเป็นบรรทัดฐาน]
สำหรับใครที่เติบโตมาในยุคที่การ "ซ้ำชั้น" คือเรื่องที่เกิดขึ้นได้ คงพอจำได้ว่ามันหมายถึงอะไร — เพื่อนขึ้น ป.2 ไปแล้ว แต่เราต้องเรียน ป.1 ซ้ำอีกปี เพราะผลการเรียนไม่ผ่านเกณฑ์

แต่หลังจากที่มีการปรับหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานในปี 2548 และนโยบายของภาครัฐในขณะนั้น ระบบการเรียนซ้ำชั้นก็ถูกละทิ้งไป เด็กสามารถขึ้นชั้นเรียนได้พร้อมเพื่อน ไม่ว่าผลการเรียนจะเป็นอย่างไรก็ตาม

ผลที่ตามมาคือ ข่าว "เด็กไทยอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้" เริ่มโผล่ให้เห็นเป็นระยะ และทุกครั้งที่ข่าวนี้ขึ้น ก็มักจะมีดรามาตามมา

ที่เจ็บปวดที่สุดคือกรณีที่ครูออกมาโพสต์ระบายเมื่อปี 2567 เล่าว่าเจอนักเรียนที่ไม่ตั้งใจเรียน ไม่ใฝ่รู้ ไม่รับผิดชอบ บางคนถึงกับพูดต่อหน้าตรงๆ ว่า "ไม่ทำ ไม่ส่ง เพราะยังไงก็ผ่านอยู่แล้ว" ประโยคสั้นๆ แต่บอกอะไรหลายอย่างเกี่ยวกับระบบที่เราสร้างขึ้นมา

แล้วปัญหานี้ ใครต้องเป็นคนแก้?

🔵 [โทษครู? โทษระบบ? หรือโทษทั้งคู่?]
เวลามีข่าวการศึกษาพัง เสียงส่วนใหญ่มักจะพุ่งไปที่ครูก่อนเสมอ ว่าต้องปรับวิธีสอน ต้องเปลี่ยนวิธีประเมินผล ซึ่งไม่ใช่ว่าผิด แต่ลองนึกถึงภาระที่ครูไทยต้องแบกในแต่ละวันดูบ้าง ทั้งงานสอน งานเอกสาร กิจกรรมโรงเรียน และอื่นๆ อีกมากมาย

คำถามคือ ยังมีแรงเหลือพอที่จะดูแลนักเรียนรายคนได้จริงหรือไม่?

ที่น่าคิดกว่านั้นคือ กระทรวงศึกษาธิการได้รับงบประมาณสูงที่สุดเป็นลำดับต้นๆ ในบรรดากระทรวงทั้งหมด ทุกปี แต่ผลลัพธ์ที่เห็นกลับดูไม่สมดุลกับเม็ดเงินที่ทุ่มลงไป

แต่ก็ต้องพูดให้ครบด้วยว่า ปัญหาการศึกษาไม่ได้จบแค่ที่โรงเรียนหรือครู ครอบครัว และตัวเด็กเองก็เป็นส่วนสำคัญที่ขาดไม่ได้ในสมการนี้

🔵 [เรียนซ้ำชั้น ไม่ใช่การลงโทษ แต่คือหลักเกณฑ์ที่มีอยู่แล้ว]
หลายคนอาจไม่รู้ว่า จริงๆ แล้ว สพฐ. มีแนวปฏิบัติเรื่องการเรียนซ้ำชั้นมาตั้งแต่ปี 2559 และมีขั้นตอนที่ชัดเจน ไม่ใช่การตัดสินใจตามอารมณ์ของใครคนเดียว

ก่อนจะถึงขั้นซ้ำชั้น ระบบกำหนดให้มีการสอนซ่อมเสริม และสอบแก้ตัวก่อน และหากยังไม่ผ่าน ก็จะพิจารณาให้เรียนซ้ำรายวิชา หรือเปลี่ยนรายวิชาในส่วนของวิชาเพิ่มเติม จนกว่าจะถึงขั้นต้องซ้ำชั้นจริงๆ ซึ่งมีเกณฑ์กำกับไว้ด้วย

ระดับประถมศึกษา เรียนซ้ำชั้นเมื่อ
ไม่ผ่านรายวิชาเกินครึ่งหนึ่งตามโครงสร้างเวลาเรียน หรือนักเรียน ป.1–ป.2 ที่ผ่านการประเมินแล้วยังอ่านหนังสือไม่ออก เขียนไม่ได้ และคิดเลขไม่ได้

ระดับมัธยมศึกษา เรียนซ้ำชั้นเมื่อ
เกรดเฉลี่ยในปีการศึกษานั้นต่ำกว่า 1.00 และมีแนวโน้มเป็นปัญหาต่อการเรียนในระดับที่สูงขึ้น หรือมีผลการเรียน 0, ร, มส เกินครึ่งหนึ่งของรายวิชาที่ลงทะเบียนในปีนั้น

ทั้งหมดนี้อยู่ในอำนาจของคณะกรรมการของโรงเรียนแต่ละแห่ง และต้องชี้แจงเหตุผลให้ผู้ปกครองและนักเรียนรับทราบด้วย

กล่าวคือ หลักเกณฑ์มีมานานแล้ว เพียงแต่ที่ผ่านมาหลายโรงเรียนอาจไม่ได้บังคับใช้อย่างจริงจัง

🔵 [ประกาศนี้คือการ "ไล่เด็ก" หรือคือ "คำมั่นสัญญา"?]
มุมหนึ่งอาจมองว่านโยบายแบบนี้ดูเหมือนการประกาศคัดกรองตั้งแต่ต้น แต่อีกมุมหนึ่ง การที่โรงเรียนกล้าประกาศชัดเจนแบบนี้ มันคือการบอกว่า "เราพร้อมพัฒนาผู้เรียนทุกคนให้ถึงจุดหมาย เพียงแค่ขอให้นักเรียนพร้อม และผู้ปกครองก็ต้องพร้อมด้วย"

เพราะสุดท้ายแล้ว เด็กคนหนึ่งจะเติบโตได้ดีแค่ไหน ไม่ได้ขึ้นอยู่กับครูหรือโรงเรียนเพียงฝ่ายเดียว แต่ขึ้นอยู่กับว่าทุกฝ่ายในชีวิตของเด็ก ทั้งโรงเรียน ครอบครัว และตัวเด็กเอง พร้อมจะเดินไปด้วยกันหรือไม่

การศึกษาคือจุดเริ่มต้น และจุดเริ่มต้นนั้นสำคัญเกินกว่าจะปล่อยให้ผ่านไปแบบไม่มีความหมาย

ในยุคที่ประเทศเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน สิ่งที่แน่นอนที่สุดอย่างหนึ่งที่เราทำได้คือ ลงทุนกับการศึกษาของเด็กอย่างจริงจัง

ไม่ใช่แค่ในเชิงงบประมาณ แต่ในเชิงของการ "ใส่ใจ" ว่าเด็กคนนั้นพร้อมจะก้าวต่อไปจริงๆ หรือยัง?

คุณคิดว่าการกลับมาของ "ระบบเรียนซ้ำชั้น" จะช่วยแก้ปัญหาการศึกษาไทยได้จริงไหม? หรือสิ่งที่ต้องเปลี่ยนคือเรื่องอื่นที่ใหญ่กว่านั้น?