ประเด็นนี้กลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ทันที เมื่อมีกระแสข่าวลือหนาหูในโซเชียลมีเดียถึงการ "วัดพลัง" กันในจังหวัดภูเก็ต โดยมีแฮชแท็กพาดพิงไปถึงคนใกล้ชิดของ "รองผู้ว่าฯ ซีฟู้ด" ว่ามีพฤติกรรมบุกรุกพื้นที่สาธารณะ และมีการปล่อยข่าวข่มขู่ว่าจะดำเนินการ "ย้าย" หรือ "ปลด" นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตให้พ้นจากเกาะ
ดรามานี้ไม่ได้เป็นแค่เรื่องรอยร้าวในศาลากลางจังหวัด แต่ชวนให้คนที่ติดตามข่าวสารบ้านเมืองอย่าวเราๆ ต้องตั้งคำถามว่า... ตกลงแล้วตำแหน่ง "ผู้ว่าราชการจังหวัด" ที่เปรียบเสมือน CEO ของพื้นที่นั้น สามารถถูกใครสั่งปลดหรือสั่งย้ายได้ง่ายๆ ด้วยอิทธิพลท้องถิ่นจริงหรือ?
Nation STORY ชวนมาถอดรหัสข้อกฎหมายกันแบบเข้าใจง่าย ว่าอำนาจหน้าที่ที่แท้จริงอยู่ที่ใคร และต้องผ่านด่านอะไรบ้าง!
🔵 [ด่านที่ 1: การ "ย้าย" ผู้ว่าฯ ต้องผ่านมติ ครม.]
หลายคนอาจจะคุ้นชินกับระบบบริษัทที่รองประธานอาจเลื่อยขาเก้าอี้ประธานได้ แต่ในระบบราชการไทย ตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด คือข้าราชการพลเรือนสามัญ ตำแหน่ง "ประเภทบริหารระดับสูง" ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 การจะสั่งย้ายผู้ว่าราชการจังหวัดไปอยู่จังหวัดอื่นหรือเรียกเข้ากรุ ไม่ใช่อำนาจของรองผู้ว่าฯ หรือผู้มีอิทธิพลคนใดจะชี้เป็นชี้ตายได้
ผู้ที่มีอำนาจตัวจริงในการพิจารณาเสนอเรื่องย้ายคือ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ตามอำนาจของผู้สั่งบรรจุในมาตรา 57 แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 แต่ปลัดกระทรวงฯ ก็สั่งย้ายเองทันทีไม่ได้ ต้องนำเรื่องไปขอความเห็นชอบจาก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เสียก่อน และสเต็ปสุดท้ายที่สำคัญที่สุดคือ ต้องนำรายชื่อเสนอเข้าที่ประชุม คณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณาอนุมัติ หาก ครม. ไฟเขียว จึงจะเข้าสู่ขั้นตอนการนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งต่อไป