เนชั่นทีวี

Nation Story

ARTICLE : รอยร้าวริมทะเลสาบ! เมื่อ "ทรัมป์" เยือนเวที G7 ท่ามกลางพันธมิตรที่กลายเป็น "สนามอารมณ์"

16 มิ.ย. 2569 | เนตรทราย อัมพชาติ

ARTICLE : รอยร้าวริมทะเลสาบ! เมื่อ "ทรัมป์" เยือนเวที G7 ท่ามกลางพันธมิตรที่กลายเป็น "สนามอารมณ์"

ความสวยงามของ "เอวิยอง-เลส์-แบงส์" (Evian-les-Bains) เมืองตากอากาศและสปาชื่อดังระดับโลกของฝรั่งเศส อาจดูสงบเงียบและผ่อนคลาย แต่อุณหภูมิบนเวทีการประชุมสุดยอดผู้นำ G7 กลับเดือดพล่านและเต็มไปด้วยความอึดอัด เมื่อประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ต้องมาเผชิญหน้ากับเหล่าผู้นำมหาอำนาจ... ที่เพิ่งถูกเขาใช้เป็นที่ระบายอารมณ์มาหมาดๆ!

ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ทรัมป์ได้เปิดฉากสาดน้ำลายและโพสต์ข้อความดูหมิ่นผู้นำกลุ่ม G7 ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทั้งการขุดคุ้ยความบาดหมางเก่า และจุดชนวนความขัดแย้งใหม่ แม้กระทั่งกับผู้นำที่เคยมีทีท่าว่าจะลงรอยกันได้ดี 


🔵 [ชนวนร้าวข้ามทวีป: ดีลเดือด "อิหร่าน"] 


ต้นตอของความไม่พอใจที่สั่งสมจนระเบิดออกมาเป็นพายุอารมณ์ของทรัมป์ คือความหงุดหงิดที่บรรดาผู้นำ G7 ปฏิเสธการเข้าร่วมทัพใน "สงครามอิหร่าน" ซึ่งมีสหรัฐฯ และอิสราเอลเป็นหัวหอกสำคัญ ประเด็นนี้กลายเป็นวาระร้อนแรงที่สุดของการประชุม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อทรัมป์เพิ่งประกาศกร้าวว่า สหรัฐฯ บรรลุข้อตกลงกับอิหร่านได้แล้ว และเตรียมจะจรดปากกาลงนาม MOU กันในวันศุกร์ที่ 19 มิถุนายนนี้ 

ความตึงเครียดระหว่างทรัมป์และพันธมิตรไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ในอดีตผู้นำโลกมักจะเลือกใช้วิธี "กลืนเลือด" และมองข้ามคำพูดเสียดสีของเขา ทว่าในวงประชุมรอบนี้ สถานการณ์เปลี่ยนไปเมื่อหลายชาติเริ่มลุกขึ้นมาตอบโต้ 

ลองมาเช็กบิลความบาดหมาง ที่ทรัมป์ทิ้งไว้กับผู้นำแต่ละชาติกัน



➡️ ฝรั่งเศส: เอ็มมานูเอล มาครง (โฮสต์ผู้สับสน) 


ความสัมพันธ์ที่ยาวนานและซับซ้อนที่สุด วันหนึ่งทรัมป์อาจยกย่องมาครง แต่รุ่งขึ้นเขากลับโพสต์เหน็บแนมเรื่องชีวิตสมรสของผู้นำฝรั่งเศสหน้าตาเฉย จากที่มาครงเคยภูมิใจว่าตัวเองมีศิลปะในการรับมือกับทรัมป์ ตอนนี้ดูเหมือนเขาจะเหลืออดกับความเอาแน่เอานอนไม่ได้ของผู้นำอเมริกันรายนี้เต็มที

➡️ แคนาดา: มาร์ค คาร์นีย์ (รัฐที่ 51?)


แม้ตอนแรกจะดูราบรื่นกว่ายุคของ จัสติน ทรูโด แต่เมื่อคาร์นีย์ขึ้นเวทีดาวอสและแสดงจุดยืนเรื่องการค้าที่แข็งเกล้า ทรัมป์ก็พลิกบทบาททันที เขาสวนกลับด้วยการเรียกผู้นำแคนาดาว่า "ผู้ว่าการคาร์นีย์" ซึ่งเป็นการเสียดสีเชิงข่มขู่ว่า แคนาดาเป็นเพียง "รัฐที่ 51 ของสหรัฐฯ" เท่านั้น 



➡️ อังกฤษ: เคียร์ สตาร์เมอร์ (คนที่ไม่ใช่เชอร์ชิลล์) 


ไม่มีผู้นำยุโรปคนไหนพยายามเอาใจทรัมป์หนักเท่าสตาร์เมอร์อีกแล้ว ซึ่งมันดูจะเวิร์กมาตลอดทั้งปี... จนกระทั่งอังกฤษปฏิเสธที่จะส่งทหารร่วมรบในอิหร่าน ความสัมพันธ์ก็ขาดสะบั้นลงทันที พร้อมวาทกรรมเจ็บๆ จากทรัมป์ที่ตราหน้าสตาร์เมอร์ว่า "คุณไม่ใช่วินสตัน เชอร์ชิลล์" 



➡️ เยอรมนี: ฟรีดริช เมอร์ซ (จากลูกรักสู่ลูกชัง) 


เมอร์ซเคยทำคะแนนนำโด่งในการไปเยือนทำเนียบขาวครั้งแรก ด้วยการพก "ใบเกิด" ของปู่ทรัมป์ที่เกิดในเยอรมนีไปฝาก แต่คะแนนพิศวาสก็ปลิวหายไปในพริบตา เมื่อเขาตั้งคำถามถึงความชอบธรรมในสงครามอิหร่าน และวิจารณ์ว่าสหรัฐฯ กำลังถูกผู้นำอิหร่านลูบคม 



➡️ อิตาลี: จอร์เจีย เมโลนี (ผู้ออกรับแทนโป๊ป) 


แม้จะเป็นผู้นำสายอนุรักษ์นิยมที่ดูน่าจะคุยกับทรัมป์รู้เรื่องที่สุด แต่เมโลนีก็หนีไม่พ้นหางเลข เมื่อเธอเซย์โนกับสงครามอิหร่าน ซ้ำยังกล้าตำหนิทรัมป์ว่า การพูดจาล่วงเกินสมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 เป็นเรื่องที่ "ยอมรับไม่ได้" ผลคือทรัมป์ฟาดงวงฟาดงาใส่เธออย่างเกรี้ยวกราด 



➡️ ญี่ปุ่น: ซานาเอะ ทาคาอิจิ (มุกตลกร้ายเพิร์ลฮาร์เบอร์) 


แม้จะเป็นผู้นำใหม่ล่าสุดที่พยายามสานต่อสายสัมพันธ์อันดีผ่านคอนเนกชันของ ชินโซ อาเบะ ผู้ล่วงลับ แต่ทรัมป์ก็ไม่ไว้หน้า เขาวิจารณ์จุดยืนเรื่องอิหร่านของญี่ปุ่น และที่ตลกร้ายที่สุดคือการนำโศกนาฏกรรม "เพิร์ลฮาร์เบอร์" มาเล่นเป็นมุกตลกกลางห้องทำงานรูปไข่ สร้างความขุ่นเคืองให้รัฐบาลโตเกียวอย่างรุนแรง

 📌 [บทสรุป: มิตรภาพบนเส้นด้าย] 


ปรากฏการณ์ทั้งหมดนี้ สะท้อนให้เห็นถึงสไตล์การทูตแบบ "ตาต่อตา ฟันต่อฟัน" ของทรัมป์ ที่พร้อมจะเปลี่ยนพันธมิตรที่ใกล้ชิดที่สุดให้กลายเป็นศัตรูได้ในชั่วข้ามคืน หากพวกเขาไม่ยอม "ตามน้ำ" นโยบายของรัฐบาลวอชิงตัน 

การประชุม G7 ที่เอวิยอง-เลส์-แบงส์ ครั้งนี้ จึงไม่ใช่แค่การหารือเรื่องเศรษฐกิจโลก แต่เป็นบททดสอบความอดทนครั้งใหญ่ของผู้นำโลก ว่าจะรับมือกับพายุอารมณ์และนโยบายเอาแต่ใจของผู้นำสหรัฐฯ ได้นานแค่ไหน ท่ามกลางนาฬิกานับถอยหลังสู่ดีลสันติภาพ “สหรัฐ-อิหร่าน” ที่กำลังจะมาถึงในวันศุกร์นี้

ข่าวล่าสุด