สำหรับผู้ใหญ่ แนะนำให้เลือกรับแดดในช่วงที่แดดไม่แรงจนเกินไป และเปิดผิวหนังบริเวณแขนหรือท่อนแขนให้สัมผัสแสงแดดประมาณ 10-30 นาทีต่อวัน ซึ่งโดยทั่วไปถือว่าเพียงพอสำหรับการสร้างวิตามินดีที่ร่างกายต้องการ
ส่วนในเด็กและวัยรุ่นผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้มีกิจกรรมกลางแจ้งอย่างน้อยวันละ 2 ชั่วโมง ไม่ใช่เพียงเพื่อเรื่องวิตามินดีเท่านั้น แต่ยังช่วยส่งเสริมสุขภาพกาย สุขภาพจิต และช่วยลดความเสี่ยงของภาวะสายตาสั้นได้อีกด้วย
แต่ในระหว่างทำกิจกรรมกลางแจ้ง ก็ควรป้องกันผิวจากการถูกแดดเผา เช่น สวมหมวก ใส่เสื้อผ้าปกป้องผิว ใช้ครีมกันแดดตามความเหมาะสม
- อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ...ไม่ใช่ทุกคนจะสร้าง “วิตามินดี” จากแดดได้เท่ากัน!
ผู้เชี่ยวชาญอธิบายว่า คนที่มีสีผิวเข้มกว่าจะมีเม็ดสีเมลานินมากกว่า ซึ่งสามารถลดการทะลุผ่านของรังสี UVB ได้ ทำให้ประสิทธิภาพในการสร้างวิตามินดีลดลง
นอกจากนี้ ยังมีอีกหลายกลุ่มที่อาจมีภาวะขาดวิตามินดี แม้จะได้รับแสงแดดบ้างก็ตาม เช่น คนที่ทำงานในอาคารตลอดวัน คนที่ไม่ค่อยออกจากบ้าน คนที่ป้องกันแสงแดดอย่างเข้มงวดเป็นประจำ หรือผู้ที่ตรวจพบว่าขาดวิตามินดีอยู่แล้ว สำหรับกลุ่มเหล่านี้ การตากแดดเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ และควรปรึกษาแพทย์เพื่อพิจารณาการเสริมวิตามินดีอย่างเหมาะสม
สรุปคือ “แดด” ช่วยเรื่องวิตามินดี และวิตามินดีช่วยเรื่องแคลเซียมอีกทอดหนึ่ง แต่ถ้าอยากให้กระดูกแข็งแรงจริงๆ ต้องดูแลทั้งเรื่องอาหาร การออกกำลังกาย และการรับแสงแดดอย่างพอดีไปพร้อมกัน
อ้างอิง : “晒太阳能补钙,晒得越多越好”是否正确?国家卫生健康委新闻发布会上专家解答