🔵 [“รูบิโอ” คีย์แมนเดินเกมบีบคิวบา]
ทรัมป์เปิดเผยว่า มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศเป็นตัวแทนฝ่ายสหรัฐฯ ในการเจรจากับคิวบา ซึ่งนอกจากเขาจะทำหน้าที่ในฐานะนักการทูตหมายเลข 1 แล้ว รูบิโอยังเป็นลูกของผู้อพยพชาวคิวบาด้วย โดยเขาเรียกร้องให้มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองภายในคิวบาตั้งแต่สมัยยังเป็น สว.รัฐฟลอริดาซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีประชากรที่มีภูมิหลังเกี่ยวข้องกับคิวบามากที่สุดในสหรัฐฯ เนื่องจากระยะห่างระหว่างฟลอริดากับคิวบาเพียง 180 กม. เท่านั้น ดังนั้น นี่จึงไม่ใช่แค่เรื่องของนโยบาย แต่เป็นความต้องการส่วนตัวของรูบิโอเองด้วย
มีรายงานว่าหนึ่งในข้อเรียกร้องหลักในการเจรจาของฝ่ายสหรัฐฯ ก็คือการบังคับให้ประธานาธิบดีดิแอซ-กาเนล วัย 65 ปี ซึ่งสืบทอดตำแหน่งต่อจากราอูล คาสโตรเมื่อ 8 ปีก่อน ต้องลงจากตำแหน่ง โดยไม่ได้ระบุชื่อให้ใครมานั่งเก้าอี้แทน ล่าสุดเขาออกมาโพสต์ตอบโต้ผ่านโซเชียลว่า รัฐบาลทรัมป์กำลังข่มขู่ล้มรัฐบาลคิวบาอย่างเปิดเผย แต่การใช้กำลังใดใดจะต้องเจอกับการต่อต้านที่ยากจะทะลวงได้
🔵 [“วิกฤตไฟดับ” ปลุกกระแสประท้วง]
คิวบาผลิตน้ำมันได้เองเพียง 40% ที่เหลือต้องนำเข้าจากเวเนซุเอลา เม็กซิโก และรัสเซีย หลังจากเวเนฯ โดนสหรัฐฯ โค่นผู้นำ และคำขู่กำแพงภาษี เม็กซิโกได้ตัดสินใจระงับการส่งน้ำมันให้คิวบาเช่นกัน จนตอนนี้เท่ากับว่าคิวบาไม่มีน้ำมันล็อตใหม่เข้ามาเป็นเวลากว่า 3 เดือนแล้ว ปรากฏว่า สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาก็คือ วิกฤตไฟฟ้าดับทั่วเกาะ
เดิมทีระบบไฟฟ้าของคิวบาก็เก่าจนต้องได้รับการลงทุนครั้งใหญ่และเวเนซุเอลาก็ได้ลดการส่งเชื้อเพลิงมาให้ตั้งแต่ก่อนมาดูโรถูกโค่นแล้ว แต่เมื่อถูกซ้ำเติมโดยทรัมป์ ปัญหาไฟดับที่เกิดขึ้นบ่อยๆ แต่ไม่นานนัก ได้กลายมาเป็นไฟดับใหญ่ทั่วประเทศหลายระลอก โดยกินเวลายาวนานที่สุดกว่า 29 ชั่วโมง นอกจากนี้ยังส่งผลต่อการเดินทางทางอากาศด้วย หลังคิวบายอมรับว่าไม่มีน้ำมันพอจะเติมให้เครื่องบินที่ลงจอด โชคดีที่คิวบากำลังจะได้รับน้ำมันล็อตแรกของปีจากรัสเซีย โดยเรือ 2 ลำกำลังเดินทางเข้ามา คาดว่าจะถึงในอีกไม่เกิน 10 วันนี้ แต่ทั้ง 2 ลำสามารถผลิตน้ำมันดีเซลได้ 180,000 และ 200,000 บาร์เรล หรือพอใช้ไม่เกิน 20 วันเท่านั้น
หลังวิกฤตน้ำมันขาดแคลน ไฟดับ อาหารและเวชภัณฑ์ไม่เพียงพอ ชาวคิวบาบางส่วนก็เริ่มแสดงออกด้วยการประท้วงบ้างแล้ว ไล่มาตั้งแต่การทุบหม้อส่งเสียงดังช่วงไฟดับ นักศึกษาที่นั่งประท้วงกลางแดดนานหลายชั่วโมง ไปจนถึงการโจมตีที่ทำการพรรคคอมมิวนิสต์ด้วยการขว้างระเบิดเพลิงและก้อนหิน โดยประธานาธิบดีคิวบาประกาศว่า เป็นที่เข้าใจได้หากประชาชนจะแสดงออกถึงความไม่พอใจ แต่จะไม่ยอมรับความรุนแรงใดใดทั้งสิ้น
🔵 [วัดใจ “ทรัมป์” บุกคิวบา]
สัปดาห์ที่ผ่านมา พลเอกฟรานซิส โดโนแวน ผู้บัญชาการกองทัพภาคใต้ของสหรัฐฯ ที่ดูแลพื้นที่อเมริกากลาง ใต้ และทะเลแคริบเบียนได้เข้าให้การต่อคณะกรรมาธิการของสภาคองเกรส โดยย้ำว่ากองทัพสหรัฐฯ ยังไม่มีแผนบุกคิวบาหรือกำลังเตรียมแผนการใดใดในขณะนี้ แต่พร้อมจะส่งกองกำลังเข้าไปทันที หากมีภัยคุกคามต่อเจ้าหน้าที่สถานทูตสหรัฐฯ หรือฐานทัพที่อ่าวกวนตานาโม รวมถึงกรณีมีคลื่นผู้อพยพจำนวนมาก
ขณะเดียวกันสหรัฐฯ ยังมีข้อตกลงกับสหภาพโซเวียตสมัยสงครามเย็นหลังวิกฤตการณ์ขีปนาวุธคิวบาในปี 2505 ว่าสหรัฐฯ จะไม่บุกหรือสนับสนุนการบุกคิวบา ซึ่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ทุกคนที่ผ่านมาก็ยังคงยึดในข้อตกลงนี้ แต่สำหรับทรัมป์หากเราดูกรณีของอิหร่านเป็นตัวอย่างจะเห็นได้ว่า แม้ในขณะที่มีการเจรจา สหรัฐฯ ยังตัดสินใจโจมตีอิหร่านได้ ดังนั้น แม้ตอนนี้จะมีการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับคิวบาเกิดขึ้น ก็ไม่มีอะไรรับประกันได้เลยว่าทรัมป์จะไม่ตัดสินใจบุกหรือโจมตีคิวบาในอนาคต แต่ที่แน่ๆ นี่กำลังกลายเป็นช่วงเวลาที่สั่นคลอนคิวบาที่สุดในรอบ 67 ปี นับตั้งแต่การปฏิวัติโดยฟิเดล คาสโตร