svasdssvasds
เนชั่นทีวี

Nation Story

OPINION : นับถอยหลัง! “โดนัลด์ ทรัมป์” ล็อคเป้ายึด “คิวบา”

22 มี.ค. 2569

ปีที่ 1 กับปีที่ 2 ในการเป็นประธานาธิบดีสมัยที่ 2 ของโดนัลด์ ทรัมป์ ต่างกันราวฟ้ากับเหว ในขณะที่ปีที่แล้ว ทรัมป์ทำภารกิจไล่ล่ารางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ โดยอ้างผลงานสงบศึกทั่วโลกรวมถึงระหว่างไทย-กัมพูชา มาปีนี้ทั้งที่เริ่มต้นมายังไม่ครบ 3 เดือนเต็ม ทรัมป์กลับเปลี่ยนเป้าหมายจากสันติภาพมาเป็นสงคราม เริ่มจากเวเนซุเอลา มาต่อที่อิหร่าน และกำลังจะตามมาด้วยคิวบาในเร็วๆ นี้

ในขณะที่สงครามกับอิหร่านยังไม่รู้จะจบลงเมื่อไหร่ คิวบาก็กำลังถูกสหรัฐฯ บีบให้จนมุม ด้วยการแบนการส่งน้ำมันโดยเฉพาะจากเวเนซุเอลาที่สหรัฐฯ เข้าไปควบคุมการบริหารประเทศ ส่งผลให้เกิดไฟดับไปทั่วประเทศหลายรอบ เริ่มสร้างความไม่พอใจให้กับประชาชนที่เริ่มเห็นการออกมาชุมนุมประท้วงกันแล้ว แต่ในเวลาเดียวกันในเบื้องหลังก็กำลังมีการเจรจาเกิดขึ้นระหว่าง 2 ฝ่าย

🔵 [ล้างผลงาน “โอบามา”]


อดีตประธานาธิบดีบารัก โอบามา คือศัตรูทางการเมืองของทรัมป์ ทรัมป์คือหนึ่งในแกนนำสำคัญที่คอยวิจารณ์โอบามาสมัยที่เป็นผู้นำสหรัฐฯ อยู่เสมอ แม้กระทั่งเรื่องสูติบัตรที่ทรัมป์อ้างว่าโอบามาไม่ได้เกิดในสหรัฐฯ และทำให้เป็นประธานาธิบดีไม่ได้

ขณะที่ในด้านการต่างประเทศ โอบามาซึ่งคว้าโนเบลสันติภาพมาตั้งแต่ปีแรกที่รับตำแหน่งก็เน้นกลยุทธ์การทูตนำการทหาร เห็นได้จากข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่านหรือ JCPOA และการเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนแรกในรอบกว่า 90 ปี ที่เดินทางเยือนกรุงฮาวานาของคิวบา โดยได้พบกับประธานาธิบดีราอูล คาสโตรในขณะนั้น ส่งผลให้ทั้ง 2 ประเทศกลับมาสานสัมพันธ์ เปิดสถานทูตในเมืองหลวงของกันและกันอีกครั้ง

แต่พอทรัมป์เข้ามาเป็นผู้นำสมัยแรก เขาก็ได้พาสหรัฐฯ ถอนตัวจากข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่าน และกลับมาออกข้อจำกัดการเดินทางและการทำธุรกิจกับคิวบา รวมทั้งประกาศให้คิวบากลับมาเป็นกลุ่มประเทศผู้สนับสนุนการก่อการร้ายอีกครั้ง จนกระทั่งมาในสมัยที่ 2 ทรัมป์ก็ได้โจมตีอิหร่านและกำลังเพิ่มแรงกดดันขั้นสูงสุดกับคิวบา

🔵 [“ทรัมป์” ล็อคเป้าคิวบา]


ทรัมป์เริ่มพูดถึงคิวบาอย่างจริงจังนับตั้งแต่ช่วงปีใหม่เป็นต้นมา หลังปฏิบัติการบุกจับประธานาธิบดี
นิโคลัส มาดูโรซึ่งเป็นพันธมิตรที่ใกล้ชิดกับคิวบา โดยเวเนซุเอลากับคิวบามีความใกล้ชิดและต่างพึ่งพากันและกัน เวเนซุเอลาในฐานะผู้ผลิตน้ำมันได้รับประกันความมั่นคงทางพลังงานให้กับคิวบา ในขณะที่คิวบาตอบแทนด้วยการส่งหมอ ครู และเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงไปยังเวเนซุเอลา รวมถึงหน่วยอารักขาของมาดูโรด้วย เห็นได้จากปฏิบัติการของสหรัฐฯ ที่ทำให้ทหารคิวบาเสียชีวิตไปถึง 32 นาย

หลังสหรัฐฯ โค่นมาดูลงจากตำแหน่งในสำเร็จ ทรัมป์ก็ได้ออกมาตรการตัดท่อน้ำเลี้ยงที่ส่งเงินและน้ำมันไปยังคิวบาทันที พร้อมออกมาตรการกำแพงภาษีกับประเทศใดก็ตามที่ส่งน้ำมันไปยังคิวบาด้วย โดยทรัมป์ประเมินว่า คิวบากำลังจะล่มสลายในเร็วๆ นี้ หากไม่รีบทำข้อตกลงกับสหรัฐฯ

ปรากฏว่าหลังจากนั้นไม่นาน ทรัมป์ก็เปิดเผยว่ากำลังอยู่ระหว่างเจรจากับบุคคลระดับสูงสุดของคิวบา โดยไม่ได้เปิดเผยว่าหมายถึงประธานาธิบดีมิเกล ดิอาซ-กาเนล หรือใครกันแน่ แต่มีการคาดการณ์ว่าอาจเป็นราอูล กิเยร์โม โรดริเกซ คาสโตร หลานชายของราอูล คาสโตร หลังเขาปรากฎตัวในการแถลงข่าวผ่านโทรทัศน์ของประธานาธิบดีดิอาซ-กาเนล ทั้งที่ไม่ได้มีตำแหน่งทางการเมืองอย่างเป็นทางการ
 
ในสัปดาห์ที่ผ่านมาทรัมป์เริ่มกดดันคิวบาหนักขึ้น โดยพูดถึงขั้นว่าเขาจะทำอะไรก็ได้กับคิวบา และถือเป็นเกียรติอย่างยิ่งถ้าเขาจะได้ยึดคิวบาหรือปลดปล่อยคิวบาในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง แต่ขอเขาเสร็จสิ้นจากภารกิจอิหร่านก่อน

🔵 [“รูบิโอ” คีย์แมนเดินเกมบีบคิวบา]


ทรัมป์เปิดเผยว่า มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศเป็นตัวแทนฝ่ายสหรัฐฯ ในการเจรจากับคิวบา ซึ่งนอกจากเขาจะทำหน้าที่ในฐานะนักการทูตหมายเลข 1 แล้ว รูบิโอยังเป็นลูกของผู้อพยพชาวคิวบาด้วย โดยเขาเรียกร้องให้มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองภายในคิวบาตั้งแต่สมัยยังเป็น สว.รัฐฟลอริดาซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีประชากรที่มีภูมิหลังเกี่ยวข้องกับคิวบามากที่สุดในสหรัฐฯ เนื่องจากระยะห่างระหว่างฟลอริดากับคิวบาเพียง 180 กม. เท่านั้น ดังนั้น นี่จึงไม่ใช่แค่เรื่องของนโยบาย แต่เป็นความต้องการส่วนตัวของรูบิโอเองด้วย

มีรายงานว่าหนึ่งในข้อเรียกร้องหลักในการเจรจาของฝ่ายสหรัฐฯ ก็คือการบังคับให้ประธานาธิบดีดิแอซ-กาเนล วัย 65 ปี ซึ่งสืบทอดตำแหน่งต่อจากราอูล คาสโตรเมื่อ 8 ปีก่อน ต้องลงจากตำแหน่ง โดยไม่ได้ระบุชื่อให้ใครมานั่งเก้าอี้แทน ล่าสุดเขาออกมาโพสต์ตอบโต้ผ่านโซเชียลว่า รัฐบาลทรัมป์กำลังข่มขู่ล้มรัฐบาลคิวบาอย่างเปิดเผย แต่การใช้กำลังใดใดจะต้องเจอกับการต่อต้านที่ยากจะทะลวงได้

🔵 [“วิกฤตไฟดับ” ปลุกกระแสประท้วง]


คิวบาผลิตน้ำมันได้เองเพียง 40% ที่เหลือต้องนำเข้าจากเวเนซุเอลา เม็กซิโก และรัสเซีย หลังจากเวเนฯ โดนสหรัฐฯ โค่นผู้นำ และคำขู่กำแพงภาษี เม็กซิโกได้ตัดสินใจระงับการส่งน้ำมันให้คิวบาเช่นกัน จนตอนนี้เท่ากับว่าคิวบาไม่มีน้ำมันล็อตใหม่เข้ามาเป็นเวลากว่า 3 เดือนแล้ว ปรากฏว่า สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาก็คือ วิกฤตไฟฟ้าดับทั่วเกาะ

เดิมทีระบบไฟฟ้าของคิวบาก็เก่าจนต้องได้รับการลงทุนครั้งใหญ่และเวเนซุเอลาก็ได้ลดการส่งเชื้อเพลิงมาให้ตั้งแต่ก่อนมาดูโรถูกโค่นแล้ว แต่เมื่อถูกซ้ำเติมโดยทรัมป์ ปัญหาไฟดับที่เกิดขึ้นบ่อยๆ แต่ไม่นานนัก ได้กลายมาเป็นไฟดับใหญ่ทั่วประเทศหลายระลอก โดยกินเวลายาวนานที่สุดกว่า 29 ชั่วโมง นอกจากนี้ยังส่งผลต่อการเดินทางทางอากาศด้วย หลังคิวบายอมรับว่าไม่มีน้ำมันพอจะเติมให้เครื่องบินที่ลงจอด โชคดีที่คิวบากำลังจะได้รับน้ำมันล็อตแรกของปีจากรัสเซีย โดยเรือ 2 ลำกำลังเดินทางเข้ามา คาดว่าจะถึงในอีกไม่เกิน 10 วันนี้ แต่ทั้ง 2 ลำสามารถผลิตน้ำมันดีเซลได้ 180,000 และ 200,000 บาร์เรล หรือพอใช้ไม่เกิน 20 วันเท่านั้น

หลังวิกฤตน้ำมันขาดแคลน ไฟดับ อาหารและเวชภัณฑ์ไม่เพียงพอ ชาวคิวบาบางส่วนก็เริ่มแสดงออกด้วยการประท้วงบ้างแล้ว ไล่มาตั้งแต่การทุบหม้อส่งเสียงดังช่วงไฟดับ นักศึกษาที่นั่งประท้วงกลางแดดนานหลายชั่วโมง ไปจนถึงการโจมตีที่ทำการพรรคคอมมิวนิสต์ด้วยการขว้างระเบิดเพลิงและก้อนหิน โดยประธานาธิบดีคิวบาประกาศว่า เป็นที่เข้าใจได้หากประชาชนจะแสดงออกถึงความไม่พอใจ แต่จะไม่ยอมรับความรุนแรงใดใดทั้งสิ้น

🔵 [วัดใจ “ทรัมป์” บุกคิวบา]


สัปดาห์ที่ผ่านมา พลเอกฟรานซิส โดโนแวน ผู้บัญชาการกองทัพภาคใต้ของสหรัฐฯ ที่ดูแลพื้นที่อเมริกากลาง ใต้ และทะเลแคริบเบียนได้เข้าให้การต่อคณะกรรมาธิการของสภาคองเกรส โดยย้ำว่ากองทัพสหรัฐฯ ยังไม่มีแผนบุกคิวบาหรือกำลังเตรียมแผนการใดใดในขณะนี้ แต่พร้อมจะส่งกองกำลังเข้าไปทันที หากมีภัยคุกคามต่อเจ้าหน้าที่สถานทูตสหรัฐฯ หรือฐานทัพที่อ่าวกวนตานาโม รวมถึงกรณีมีคลื่นผู้อพยพจำนวนมาก

ขณะเดียวกันสหรัฐฯ ยังมีข้อตกลงกับสหภาพโซเวียตสมัยสงครามเย็นหลังวิกฤตการณ์ขีปนาวุธคิวบาในปี 2505 ว่าสหรัฐฯ จะไม่บุกหรือสนับสนุนการบุกคิวบา ซึ่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ทุกคนที่ผ่านมาก็ยังคงยึดในข้อตกลงนี้ แต่สำหรับทรัมป์หากเราดูกรณีของอิหร่านเป็นตัวอย่างจะเห็นได้ว่า แม้ในขณะที่มีการเจรจา สหรัฐฯ ยังตัดสินใจโจมตีอิหร่านได้ ดังนั้น แม้ตอนนี้จะมีการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับคิวบาเกิดขึ้น ก็ไม่มีอะไรรับประกันได้เลยว่าทรัมป์จะไม่ตัดสินใจบุกหรือโจมตีคิวบาในอนาคต แต่ที่แน่ๆ นี่กำลังกลายเป็นช่วงเวลาที่สั่นคลอนคิวบาที่สุดในรอบ 67 ปี นับตั้งแต่การปฏิวัติโดยฟิเดล คาสโตร