ปรากฏการณ์เช่นนี้เป็นที่รู้จักในชื่อ การฟ้องปิดปาก หรือคดี SLAPP (Strategic Lawsuit Against Public Participation) ซึ่งหมายถึงการใช้กระบวนการทางกฎหมายเป็นยุทธศาสตร์ เพื่อสกัดกั้นหรือขัดขวางการมีส่วนร่วมของประชาชนในประเด็นสาธารณะ เช่น การฟ้องหมิ่นประมาทหรือฟ้องเรียกค่าเสียหายสูงๆ เพื่อกดดันและข่มขู่ไม่ให้มีการเคลื่อนไหวหรือเปิดเผยข้อมูลต่อไป
นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม ระบุว่า แม้กฎหมายไทยจะไม่ได้ใช้คำว่าฟ้องปิดปากโดยตรง แต่ในทางปฏิบัติ ศาลยุติธรรมให้น้ำหนักกับหลักการสำคัญเรื่องความสุจริตในการใช้สิทธิฟ้องคดี หากการฟ้องร้องมีลักษณะบิดเบือนข้อเท็จจริง กลั่นแกล้ง เอาเปรียบ หรือมุ่งหวังผลประโยชน์อื่นนอกเหนือจากการขอความเป็นธรรม ศาลอาจพิจารณาได้ว่าเป็นการดำเนินคดีโดยไม่สุจริต ซึ่งมีความหมายสอดคล้องกับแนวคิดการฟ้องปิดปาก
นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม ย้ำประชาชนและสื่อไม่ต้องกลัว เดินทางมาแถลงศาลและขอให้ไต่สวนพยานหลักฐานได้
ความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญเกิดขึ้นเมื่อ ประธานศาลฎีกา ออกคำแนะนำเกี่ยวกับการดำเนินคดีโดยไม่สุจริตในคดีอาญา พ.ศ. 2569 ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 เพื่อใช้เป็นแนวทางเดียวกันแก่ผู้พิพากษาทั่วประเทศในการตรวจสอบคดีที่อาจเข้าข่ายเป็นการใช้สิทธิฟ้องร้องโดยไม่สุจริต
โดยระบุพฤติการณ์บ่งชี้ที่เข้าข่าย อาทิ
1.การกล่าวอ้างว่า มูลคดีเกิดขึ้นหลายท้องที่และยื่นฟ้องคดีต่อศาลในท้องที่ที่ห่างไกลจากภูมิลำเนาหรือสถานที่ทำงานของจำเลย โดยไม่ก่อให้เกิดความสะดวกในการสืบพยาน
2.การฟ้องคดีเพราะเหตุที่จำเลยมีส่วนในการรณรงค์เรียกร้องหรือแสดงความเห็นเพื่อปกป้องสิทธิมนุษยชน ทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม สิทธิผู้บริโภค หรือประโยชน์สาธารณะ
3.การฟ้องคดีเพราะเหตุที่จำเลยเปิดเผยข้อมูลการทุจริตหรือการประพฤติมิชอบ
4.การฟ้องคดีเพราะเหตุที่จำเลยมีหน้าที่รับผิดชอบในการพิจารณาความผิดหรือแสวงหาข้อเท็จจริง
5.การฟ้องคดีที่เกิดจากมูลเหตุเดียวกันเป็นหลายคดีโดยไม่มีเหตุสมควรเพื่อสร้างความยุ่งยากแก่จำเลย
6.การฟ้องคดีโดยจงใจกล่าวอ้างข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสำคัญที่ไม่ถูกต้อง หรือปกปิดข้อเท็จจริง
โฆษกศาลยุติธรรม ย้ำว่า คำแนะนำดังกล่าวช่วยให้กระบวนการกรองคดีของศาลมีความละเอียดรอบคอบมากขึ้น ช่วยป้องกันไม่ให้คดีความถูกใช้เป็นเครื่องมือปิดกั้นการตรวจสอบ พร้อมกันนี้ยังได้ให้คำแนะนำสำหรับผู้ที่ได้รับหมายศาลและเชื่อว่าตนเองกำลังเผชิญกับการฟ้องปิดปากว่า
"อันดับแรกเลยว่าไม่ต้องกลัว ให้มาที่ศาลแล้วมาแถลงให้ศาลทราบว่าที่โจทก์ฟ้องนั้นเข้าข่ายเป็นการฟ้องที่ไม่สุจริตอย่างไรได้บ้าง รวมถึงสามารถขอให้ศาลเรียกพยานบุคคล เอกสาร หรือพยานวัตถุมาไต่สวนประกอบดุลพินิจได้"
ในขณะเดียวกัน ศาลยังเน้นย้ำถึงความสุจริตใจของทั้งสองฝ่าย หากจำเลยใช้สิทธิตามคำแนะนำเพื่อประวิงเวลาให้คดีล่าช้า ผู้พิพากษาเจ้าของสำนวนสามารถดำเนินการไต่สวนและมีคำสั่งได้โดยเร็ว
ทั้งนี้ หากพิสูจน์ได้ว่าการฟ้องร้องเป็นเท็จหรือสร้างความเสียหาย ผู้เสียหายยังสามารถใช้สิทธิดำเนินคดีทั้งทางแพ่งและทางอาญาตามกฎหมายได้อีกทางหนึ่ง การออกคำแนะนำดังกล่าวจึงเป็นการสร้างสมดุลระหว่างสิทธิส่วนบุคคลและประโยชน์สาธารณะ เพื่อไม่ให้กระบวนการยุติธรรมถูกบิดเบือนเป็นเครื่องมือคุกคามสิทธิเสรีภาพของประชาชน
"โชฏิมา จันทร์คง" ทีมข่าวสืบสวนความจริง NationTV22 รายงาน
"สืบสวนความจริง" NationTV22