svasdssvasds
เนชั่นทีวี

การเงิน-การลงทุน

เปิดโพยหุ้นเด่น ! รับอานิสงส์ "ดิจิทัลวอลเล็ต" - " E-Refund " ตัวไหนแจ่ม

12 พฤศจิกายน 2566
220

โบรกประเมินหุ้นไทยสัปดาห์นี้ฟื้นตัว หลังวงจรดอกเบี้ยสหรัฐฯ เป็นปลายทางคาดเงินเฟ้ออ่อนตัวลงจากราคาน้ำมันดิบร่วง หนุนสินทรัพย์เสี่ยง  ขณะที่นโยบายดิจิทัลวอลเล็ต E-Refund ดึงความเชื่อมั่นเศรษฐกิจไทย เน้นลงทุนหุ้นได้ประโยชน์จากนโยบายรัฐ

นายฐกฤต ชาติเชิดศักดิ์  ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ฝ่ายวิจัย บล. กรุงศรีพัฒนสิน เปิดเผยกับ Nation Onlineว่า  ตลาดหุ้นไทยสัปดาห์นี้ 13-17 พ.ย. คาดฟื้นตัว  ประเมินแนวต้านแรกที่ 1,420 จุด แนวต้านถัดไปที่ 1,432 จุด  แนวรับแรกที่ 1,373 จุด แนวรับถัดไปที่ 1,366 จุด

ภาพใหญ่ยังคงมองวงจรดอกเบี้ยเป็นปลายทาง คาดเงินเฟ้อสหรัฐที่จะประกาศสัปดาห์นี้มีโอกาสอ่อนตัวลง  หลังราคาน้ำมันดิบแกว่งตัวลง  หนุนสินทรัพย์เสี่ยงมีโมเมนตัมบวก ผสานกับภายในประเทศไทย ปลายสัปดาห์ นโยบาย Digital wallet  และนโยบาย E-Refund ที่มีความชัดเจน หนุนความเชื่อมั่นต่อคาดการณ์เศรษฐกิจไทยและกำไรบริษัทจดทะเบียนตั้งแต่งวด 4Q23

ประเด็นสำคัญที่ต้องตามสัปดาห์นี้

- 14 พ.ย. รายงานเงินเฟ้อสหรัฐ เดือน ต.ค. คาด 0.1%m-m 

- 15 พ.ย. ตัวเลขเรษฐกิจจีน ทั้งดัชนีค้าปลีก ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือน ต.ค.

- โค้งสุดท้ายการรายงานผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน หลัก ๆ คือ BDMS, CPF, HANA, PTT, BEM, CRC, IVL ฯลฯ

กลยุทธ์การลงทุน มองหุ้นนำตตลาดคือ กลุ่มอิงภายในประเทศ

หุ้นแนะนำสัปดาห์นี้

  • CRC (TP46.0)  กำไรมี Upside จาก Digital wallet  และนโยบาย E- refund
  • CPALL (TP76.0) )  กำไรมี Upside จาก Digital wallet  และนโยบาย E- refund
  • GULF (TP50.0) หุ้น Deep Discount ได้ประโยชน์จากมุมมองดอกเบี้ยเป็นปลายทาง

    เปิดโพยหุ้นเด่น ! รับอานิสงส์ "ดิจิทัลวอลเล็ต" - " E-Refund " ตัวไหนแจ่ม

นายวทัญ จิตต์สมนึก ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์กลยุทธ์ บล.พาย (PI)  เปิดเผยถึงภาวะตลาดหุ้นไทยสัปดาห์นี้กับ Nation Online ว่า  วันศุกร์ที่ผ่านมารัฐบาลได้เปิดเผยรายละเอียดโครงการเงิน Digital Wallet พบว่า กำหนดผู้รับสิทธิ์ที่อายุ 16 ปีขึ้นไปแต่ต้องมีรายได้ไม่เกิน 7 หมื่นบาทหรือมีเงินฝาก ไม่เกิน 5 แสนบาท โดยสิทธิ์การใช้จะอยู่ในอำเภอตามบัตรประชาชนและสามารถใช้จ่ายได้ในสินค้าที่เกี่ยวข้องกับอาหารและเครื่องดื่ม

รวมไปถึงสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการอุปโภคเท่านั้นไม่สามารถใช้กับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การบริการ และชำระหนี้สิน ซึ่งจะใช้ผ่าน Application เป๋าตัง โดยนายกรัฐมนตรีได้ระบุว่าสามารถใช้กับร้านค้าได้ทุกร้านค้าและมิได้จำกัด แต่ร้านที่อยู่ในระบบภาษี แต่ร้านค้าต่างๆต้องมีการลงทะเบียนรับสิทธิ์

สำหรับเงินเฟ้อของไทยทางรัฐบาลเชื่อว่าจะไม่สร้างผลกระทบอย่างมีนัยยะ เนื่องจากเงินเฟ้อไทยได้ปรับลงมาต่ำอยู่แล้ว โครงการข้างต้นจะใช้เม็ดเงิน 6 แสนล้านบาท แบ่งออกเป็น 5 แสนล้านบาทใช้ใน Digital Wallet และอีก 1 แสนล้านบาทจะนำไปลงทุนโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ

นอกจากนี้ยังได้ออกโครงการ E-Refund ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบายสำหรับคนไม่ได้รับสิทธิ์ 1 หมื่นบาท โดยสามารถนำไปซื้อสินค้าและบริการรวมกันไม่เกิน 5 หมื่นบาท เพื่อนำมาลดหย่อนภาษี แหล่งที่ มาของเงินทุนจะเกิดจากการออก พ.ร.บ. เงินกู้ อิงข้อมูลจากสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะพบว่าปัจจุบันรัฐบาลไทยมีมูลค่าหนี้ทั้งหมดที่ 11.1 ล้านล้านบาทและคาดการณ์มูลค่าทางเศรษฐกิจไว้ที่ 17.9 ล้านล้านบาทหรือคิดเป็น Debt : GDP ที่ 62%

ดังนั้นหากรัฐบาลกู้เงินเพิ่มเติมอีก 6 แสนล้านบาทจะส่งให้มูลค่าหนี้สินเร่งขึ้นเป็น 11.7 ล้านล้านบาท (คิดเป็น Debt : GDP ที่ 65%) ซึ่งยังถือว่าไม่เกินวินัยคลังที่ 70% อย่างไรก็ตาม หากใส่เม็ดเงินเข้าไปในระบบเศรษฐกิจมีความเป็นไปได้ที่ Debt : GDP จะปรับลงมาต่ำกว่าระดับข้างต้นจากการขยายตัวของเศรษฐกิจ

โดยมองปัจจัยข้างต้นเป็นบวกต่อการบริโภคและหุ้นในกลุ่มค้าปลีก (BJC ,CRC, CPALL ,CPAXT ,HMPRO) รวมไปถึงสินค้า IT (COM7, SYNEX) กลุ่มบริการและร้านอาหาร (CPN ,CENTEL, MINT, M)

สัปดาห์นี้ประเมิน SET INDEX เคลื่อนไหวกรอบ 1,370 – 1,410 จุด เชิงกลยุทธ์การลงทุนยังแนะนักลงทุนระยะกลาง – ยาว ทยอยสะสมจากระดับ Valuation ที่ไม่แพงแต่เน้นที่หุ้นขนาดใหญ่และเป็นผู้นำอุตสาหกรรม อาทิ

  • ค้าปลีก (BJC ,CRC, CPALL ,HMPRO)
  • ศูนย์การค้า (CPN) ธนาคารพาณิชย์ (BBL ,KBANK, KTB ,SCB)
  • ท่องเที่ยว (AOT ,MINT) –
  • ส่งออก (TU)
  • กลุ่มการเงิน (SAWAD, TIDLOR)


 สำหรับ Trading ระยะสั้นเลือก

  • กลุ่มน้ำมัน (PTTEP) โรงกลั่น (BCP, SPRC, TOP)  
  • ค้าปลีก (BJC, CRC ,CPALL, HMPRO)

    เปิดโพยหุ้นเด่น ! รับอานิสงส์ "ดิจิทัลวอลเล็ต" - " E-Refund " ตัวไหนแจ่ม