ปัจจัยที่มีผลต่อตลาดหุ้นไทย
• 31 ต.ค. – 1 พ.ย. ติดตามการประชุม FOMC (ทราบผลเช้า 2 พ.ย.) ตลาดคาดคงดอกเบี้ยที่ 5.25-5.5% และแนะนำติดตามมุมมองเงินเฟ้อ, เศรษฐกิจ
• 31 ต.ค. ความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐฯ เดือน ต.ค. ดัชนี PMI ภาคผลิต (ISM)
• 31 ต.ค. PMI ผลิต และบริการของจีน เดือน ต.ค. และการประชุม Financial Policy Commission ในส่วนมาตรการกระตุ้นเพิ่ม
• 31 ต.ค. ติดตามการประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่นหรือบีโอเจ ตลาดคาด คงดอกเบี้ยและยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงนโยบาย Yield Curve Control
• 3 พ.ย. การจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐฯ เดือนต.ค. ตลาดคาด 1.68 แสนตำแหน่ง จากเดิมอยู่ที่ 3.36 แสน อัตราการว่างงาน ต.ค. ตลาดคาด 3.8% ทรงตัว
• 3 พ.ย. ดัชนี PMI สหรัฐฯ ภาคบริการ (ISM) ตลาดคาด 53 ลดลงจาก prev. ที่ 53.6
• ติดตามสถานการณ์สงครามอิสราเอล – กลุ่มฮามาส
• ความคืบหน้านโยบาย Digital Wallet
• SET EPS: กำไรตลาดอิง BB อยู่ที่ 86.4 บาท จากเดิมอยู่ที่ 86.8 บาท กลุ่มปรับลง คือ ปิโตรเคมี แพ็คเกจจิ้ง อาหาร กลุ่มปรับขึ้น คือ พลังงาน สื่อสาร ค้าปลีก
หุ้นเด่นสัปดาห์นี้ :
• CPALL (TP76): ภาคบริโภคเร่งขึ้น 4Q23 และ Digital Wallet ใกล้มีข้อสรุป
• IVL (TP36.5) : หุ้น Deep Discount ขณะที่เศรษฐกิจจีนฟื้นตัวต่อหนุน
• SCGP (TP42): หุ้น Deep Discount ขณะที่เศรษฐกิจจีนฟื้นตัวต่อหนุน