หุ้นเด่นตัวต่อมาคือ SSP ราคาเป้าหมาย 6.50 บาท แม้กำไร 3Q66 ไม่เด่น จากต้นทุนการเงินที่สูงขึ้น และผลกระทบเชิงฤดูกาล เราคาดกำไรปกติที่ 204 ลบ. ลดลง -22% YoY และ -14% QoQ หากออกมาใกล้กับคาด จะส่งผลให้กำไร 9M66 คิดเป็น 71% ของกำไรทั้งปี จึงไม่ส่งผลให้ประมาณการกำไรปี 2566 มี Downside
ขณะที่แนวโน้ม 4Q66 คาดกำไรกลับเร่งตัวขึ้นทั้ง YoY และ QoQ เป็น 250 ลบ. จากค่าใช้จ่าย SG&A ลดลง และส่วนแบ่งกำไรโครงการลมในไทยและเวียดนามเพิ่มขึ้น QoQ ความน่าสนใจในการลงทุนอยู่ที่กำไรปีหน้าคาดเติบโตสูงถึง 30% หลังรวมกำไรส่วนเพิ่มจากการถือหุ้นเพิ่มในโครงการวินชัย จะส่งผลให้ PER2567 ลดลงเหลือเพียง 7.0 เท่า
หุ้นเด่นอีกตัวคือ OSP ราคาเป้าหมาย 25 บาท เราคาดว่าจะเห็นแรงเก็งไรหุ้นงบ 3Q66 เด่น หลังผ่านพ้นปัจจัยสำคัญ คือ การประชุมเฟดแล้วในคืนวันพุธที่ผ่านมา เนื่องจากเข้ากำลังจะเข้าสู่ 2 สัปดาห์สุดท้ายของการรายงานผลประกอบการ 3Q66 ประเมินกำไร 3Q66 ที่ 584 ลบ. (คาดรายงานงบวันที่ 8 พ.ย.) เติบโต +139% YoY และ +584% QoQ จากการฟื้นตัวของธุรกิจเครื่องดื่มชูกำลัง และ Gross Margin เพิ่มขึ้นจากต้นทุนพลังงานที่ลดลง ฐานะการเงินแข็งแร่ง Net Cash และมี Upside จากการทำ M&A ที่ยังไม่รวมไว้ในประมาณการกำไรปี 2567
หุ้นเด่นตัวสุดท้ายคือ KBANK ราคาเป้าหมาย 135 บาท ภาพทางเทคนิค แนวต้าน 135.00 บาท แนวรับ 132.00 บาท และ Stop loss หากต่ำกว่า 130.50 บาท ราคากำลังขึ้นทดสอบเส้นค่าเฉลี่ย 200 วัน หาก Breakout ผ่านได้จะเป็นสัญญาณบวก มีเป้าหมายถัดไปที่บริเวณ 135.00 บาท
บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ ระบุว่า คาด SET ชะลอตัว จากแรงขายลดความเสี่ยงก่อนรายงานตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐในคืนนี้ และเพื่อลดความร้อนแรงในระยะสั้นของสัญญาณเทคนิค โดยมีกรอบบนจำกัดที่แนวต้าน 1,406 จุด และ 1,415 จุด ตามลำดับ ด้านกรอบล่างอยู่ที่แนวรับ 1,390 จุด และ 1,380 จุด ตามลำดับ
หุ้นเด่นตัวแรกคือ CPALL ราคาเป้าหมาย 78 บาท มองเป็นหุ้น Undervalued ซึ่งราคาปรับลงมาจนเข้าเขต Oversold โดยปัจจุบันซื้อขายที่ PER 66F ระดับ 30 เท่า (-1S.D. จาก PE เฉลี่ย 10 ปี) ขณะที่ 3Q66 คาดจะมีกำไรปกติเติบโต 11%YoY ดีสุดในกลุ่มพาณิชย์
หุ้นเด่นตัวต่อมาคือ PTTEP ราคาเป้าหมาย 194 บาท ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น ตาม war premium ที่เกิดจากความไม่สงบในตะวันออกกลาง เป็น Upside สำหรับราคาขายเฉลี่ยใน 4Q66 ผู้บริหารคาดปริมาณขายใน 4Q66 คาดจะเพิ่มขึ้น 2-3% QoQ และคาดจะเพิ่มขึ้นต่อปีก 10% YoY ในปี 2567ขณะที่อัตรากำไรวัดจาก EBITDA margin คาดจะยืนสูงกว่า 70% แม้ต้นทุนต่อหน่วยจะสูงขึ้น