svasdssvasds
เนชั่นทีวี

การเงิน-การลงทุน

หุ้นไทยฟื้นตัวจำกัด ! ไร้ปัจจัยใหม่หนุน คัด 6 หุ้นหลบภัย

01 พฤศจิกายน 2566
เกาะติดข่าวสาร >> Nation Story
logoline

บล.หยวนต้ามองหุ้นไทยแกว่งไซด์เวย์ในกรอบ 1,375-1,385 จุด จับตาประชุมเฟดคืนนี้ส่งสัญญาณนโยบายการเงิน-เศรษฐกิจ ขณะที่บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ประเมินหุ้นไทยฟื้นตัวจำกัด เหตุสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออก กลาง- ตลาดขาดปัจจัยหนุน คัด 6 หุ้นหลบภัย

บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ระบุว่า บรรยากาศการลงทุนของตลาดหุ้นเอเชียวานนี้ถูกกดดันจากการรายงานตัวเลข PMI สำหรับเดือน ต.ค. ของจีนทั้งในภาคการผลิตที่รายงาน 49.5 จุด ต่ำกว่าคาดที่ 50.2 จุด และภาคการบริการที่ 50.6 จุด ต่ำกว่าคาดที่ 51.8 จุด ทั้งนี้ เราประเมินการปรับตัวลดลงของดัชนี PMI ในเดือน ต.ค. เป็นผลมาจากปัจจัยเชิงฤดูกาลที่มักเกิดขึ้นทุกปีเนื่องจากมีวันหยุดยาวคือ Golden Week

อย่างไรก็ตาม จีนยังได้รับผลกระทบเชิงลบ จากการรายงานตัวเลขภาคอสังหาฯ คือยอดขายบ้านเดือน ต.ค. ที่แม้ปรับเพิ่มขึ้น +0.6% MoM แต่ยังปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญกว่า -27.5% YoY ซึ่งการประชุม Central Financial Work Conference ในวันที่ 30-31 ต.ค. ประธา นาธิบดีจีนได้กล่าวถึงความสำคัญในการเร่งแก้ปัญหาสภาพคล่องของผู้ประกอบการพัฒนาอสังหาฯ คาดการฟื้นตัวของตลาดหุ้นจีนยังต้องรอความชัดเจนของปัจจัยดังกล่าวและมาตรการกระตุ้นที่เข้มข้นมากยิ่งขึ้น

ส่วนการปรับตัวลดลงของ SET Index วานนี้ที่ -14.02 จุด (-1.00%) ปิดตัวที่ 1,381.83 จุด เป็นอัตราการปรับลงที่มากกว่าค่าเฉลี่ยของภูมิภาคจากแรงกดดันของหุ้นที่มีความเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจจีน อาทิ ปิโตรเคมีและชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึง กลุ่มพลังงานต้นน้ำ ค้าปลีก สื่อสาร และการเงิน ที่ส่วนใหญ่คาดเป็นผลจากกระแสเงินทุนต่างชาติที่มีสถานะขายสุทธิ 2.3 พันล้านบาท

หุ้นไทยฟื้นตัวจำกัด ! ไร้ปัจจัยใหม่หนุน คัด 6 หุ้นหลบภัย


ด้านปัจจัยมหภาคสำคัญวานนี้ คือ การประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) โดยภาพรวมยังคงการดำเนินนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายด้วยการคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ  -0.1% และคงเป้าหมายอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล 10 ปีไว้ที่ 0.0% ขณะที่ Yield Curve Control มีการปรับเปลี่ยนเพียงการกำหนดระดับ 1.0% ว่าเป็น “Reference Point" หรือจุดอ้างอิงแทนที่จะเป็นระดับที่ควบคุมอย่างเข้มงวดผ่านการเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลในตลาดการเงิน ปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้สกุลเงินเยนอ่อนค่าที่สุดในรอบปีที่ 151.50 เยนต่อดอลลาร์สหรัฐฯ


สำหรับ SET Index วันนี้เคลื่อนไหว Sideways ในกรอบ 1,375-1,385 จุด แม้วานนี้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ จะฟื้นตัวขึ้นเล็กน้อย จากการรายงานดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคจาก CB ที่ดีกว่าคาด และตลาดหุ้นยุโรปคือ Euro STOXX 50 ที่ปรับตัวขึ้น +0.81% หลังเงินเฟ้อ EU ออกมาต่ำกว่าคาด

แต่ Swing Factor หลักที่จะกำหนดทิศทางการเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นในช่วงที่เหลือของสัปดาห์คือการประชุม FOMC คืนนี้ ตลาดคาด Fed คงดอกเบี้ยที่ 5.25-5.50%  ดังนั้นควรติดตามมุมมองจากประธาน Fed ต่อแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินและแนวโน้มสภาวะเศรษฐกิจในระยะถัดไป  แนะนำรอติดตามประเด็นดังกล่าวก่อนกลับมาเพิ่มน้ำหนักการลงทุน

หุ้นเด่นวันนี้แนะนำ TRUE  ราคาเป้าหมาย 6.40 บาท เราคาดว่าราคาหุ้นตอบรับเชิงลบมากเกินไปวานนี้ ขณะที่ปัจจัยลบ ได้แก่ ศาลปก ครองสูงสุดรับคำฟ้องวินิจฉัยกสทช.เพื่อให้เพิกถอนการควบรวมระ หว่าง DTAC-TRUE และอนุญาโตตุลาการตัดสินให้ชำระค่า IC ให้กับ NT รวมเงินต้นและดอกเบี้ยราว 1.1 หมื่นลบ.ทั้ง 2 เรื่องคาดว่าจะใช้เวลาอีกนานกว่าจะได้ข้อสรุป 

ขณะที่ ADVANC รายงานกำไร 3Q66 ออกมาดี และ ARPU ขยับขึ้นทั้งธุรกิจมือถือและ Internet Broadband เรามองว่าเป็นบวกต่อหุ้นทุกบริษัทในอุตสาหกรรม แม้งบ 3Q66 ของ TRUE คาดว่าจะยังขาดทุน แต่คาดว่าจะเห็นพัฒนาที่ดีขึ้นมากตั้งแต่ปี 2567 เป็นต้นไป

หุ้นเด่นตัวต่อมาคือ AUCT ราคาเป้าหมาย 10.50  บาท คาดว่าบริษัทได้ประโยชน์โดยตรงจากปริมาณรถยึดของสถาบันการเงินที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้รายได้ค่าธรรมเนียมธุรกิจลานประมูลและขนย้ายรถยนต์เร่งตัวขึ้น เราคาดกำไร 3Q66 ที่ 87 ลบ. เติบโต +30% YoY และ +33% QoQ

ส่วนแนวโน้มกำไร 4Q66 คาดดีขึ้น QoQ และเป็นกำไรรายไตรมาสูงสุดในปีนี้ เนื่องจากเป็น High Season ของสถาบันการเงินที่จะเร่งระบายรถยึดใน 4Q66 ของทุกปี ผลจากแนวโน้มธุรกิจที่ดีกว่าคาด ส่งผลให้เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2567 ขึ้น 8% เป็น 344 ลบ. เติบโต +37% YoY และปี 2568 ขึ้น 6% เป็น 368 ลบ. เติบโต +7% YoY

หุ้นเด่นอีกตัวคือ  ITC  ราคาเป้าหมาย 20  บาท  คงมุมมองบวกหลังเข้าประชุมกับผู้บริหาร และคาดว่าแนวโน้มกำไร 4Q66 มีโอกาสทำระดับสูงสุดรายไตรมาสของปี 2566 คาดที่ 700-900 ลบ. จากการปรับเพิ่มราคาขายกับลูกค้าบางราย และราคาบรรจุภัณฑ์กระป๋องลดลง ส่งผลให้ GPM มีโอกาสเร่งตัวขึ้น QoQ

แนวโน้มกำไรปี 2567 คาดเติบโต +46% YoY เป็น 3.2 พันลบ. จากการรับรู้รายได้ของกำลังผลิตใหม่ และคำสั่งซื้อจากลูกค้ากลับมาเร่งตัวขึ้นอีกครั้ง โดยคาดว่ากำไรรายไตรมาสในปี 2567 มีแนวโน้มเติบโต YoY ได้ทุกไตรมาส และปัจจัยบวกเฉพาะตัว คือ มีโอกาสถูกเพิ่มดัชนี SET100 ที่จะประกาศในช่วงเดือน ธ.ค.2566

หุ้นเด่นตัวสุดท้ายคือ SJWD ราคาเป้าหมาย 12.30 บาท ภาพทางเทคนิค แนวต้าน 12.30 บาท แนวรับ  11.50 บาท และ Stop loss หากต่ำกว่า 10.80 บาท  RSI ฟื้นตัวออกจากเขต Oversold พร้อมกับ Candlestick ที่ปิดเป็นรูปแบบ Dragonfly Doji ทำให้ราคามีโอกาสเกิดรอบ Technical Rebound

บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ ระบุว่า  คาด SET แกว่งในกรอบระหว่าง 1,370-1,398 จุด โดยนักลงทุนในตลาด รอผลประชุมเฟดในคืนนี้ เพื่อประเมินทิศทางดอกเบี้ย ขณะที่สถานการณ์ตึงเครียดในตะวัน ออกกลาง และตลาดที่ขาดปัจจัยหนุน ทำให้การฟื้นตัวจำกัด ด้านภาพรวม หากต่ำกว่า 1,370 จุด เป็นสัญญาณลบต่อ และมีโอกาสทำ low ใหม่ โดยมีแนวรับถัดไปที่ 1,360 จุด แนวต้าน 1,390 - 1,398 จุด

หุ้นเด่นตัวแรกคือ GLOBAL  ราคาเป้าหมาย 18.5 บาท  เราคาดกำไรสุทธิ 3Q66 จะเป็นจุดต่ำสุดของปีนี้ และกำไรสุทธิ 4Q66 จะปรับตัวดีขึ้น QoQ จากปัจจัยฤดูกาล และ YoY เนื่องจากไม่มีค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นครั้งเดียวจากสินค้าคงคลังล้าสมัยเหมือนใน 4Q65

หุ้นเด่นตัวสุดท้ายคือ BCH ราคาเป้าหมาย 23 บาท มองราคาหุ้นมีแนวโน้ม outperform SET โดยได้แรงหนุนจากผลประกอบการที่ดีขึ้นใน 2H66 โดย 3Q66 คาดกำไรปกติจะดีขึ้น QoQ สู่ 380-400 ลบ. และทำจุดสูงสุดของปีนี้ใน 4Q66

 

 
logoline