svasdssvasds
เนชั่นทีวี

การเงิน-การลงทุน

ส่องหุ้นบิ๊กแคปตัวไหนแจ่ม-น่าเก็งกำไรระยะสั้น

23 ตุลาคม 2566

โบรกประเมินตลาดหุ้นไทยสัปดาห์นี้เผชิญแรงกดดันจากบอนด์ยีลด์สหรัฐที่ปรับตัวขึ้น หลังประธานเฟดย้ำดอกเบี้ยทรงตัวระดับสูง ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐแกร่ง  ด้านสงครามอิสราเอลยังยืดเยื้ออัพไซด์ตลาดหุ้นไปไหนไม่ไกลเสี่ยงปรับฐาน แนะลงทุนหุ้นบิ๊กแคป-มีปัจจัยบวกเฉพาะ

นายวทัญ จิตต์สมนึก ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์กลยุทธ์ บล.พาย (PI)  เปิดเผยถึงภาวะตลาดหุ้นไทยสัปดาห์นี้กับ Nation Online ว่า ภาพรวมตลาดหุ้นทั่วโลกยังถูกกดดันจากการทรงตัวระดับสูงของ US Bond Yield หลังจากที่ประธานธนาคารกลางสหรัฐหรือเฟด เน้นย้ำถึงการทรงตัวระดับสูงของดอกเบี้ยธนาคารกลางสหรัฐฯและตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯต่าง ๆ ยังเห็นการแข็งแกร่ง อาทิ ในสัปดาห์ก่อนรายงานทั้งยอดขายบ้านมือสอง ยอดค้าปลีก และผู้ขอรับสวัสดิการว่างงาน

ซึ่งล้วนแล้วแต่ออกมาสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์กันไว้ แม้จะเป็นปัจจัยบวกต่อภาวะเศรษฐกิจแต่จะส่งผลให้เงินเฟ้อปรับลงได้ยาก นอกจากนี้ปัญหาเงินเฟ้อยังถูก เพิ่มแรงกดดันจากการเร่งตัวขึ้นของราคาน้ำมันดิบ BRT จากปัญหาสงครามระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮามาส ดังนั้นตราบใดที่ยังเห็นภาวะเช่นนี้ดำเนินต่อไปก็เชื่อว่า Upside ตลาดหุ้นจะไม่เยอะมากหรือเสี่ยงจะปรับฐานลง

สำหรับปัจจัยสัปดาห์นี้ 1. รอติดตาม PMI เบื้องต้นของฝั่ง EU และสหรัฐฯ ในวันอังคาร 2. ยอดขายบ้าน มือหนึ่งของสหรัฐฯในวันพุธ Bloomberg Consensus ประเมินไว้ที่ 6.8 แสนหลังคาเรือน หากรายงานแล้วต่ำกว่าคาดจะเป็นบวกกับตลาดหุ้นทั่วโลก 3.คำสั่งซื้อสินค้าคงทนในวันพฤหัสบดี Bloomberg Consensus ประเมินไว้ที่ 1.6%MoM หากต่ำกว่าคาดมองเป็นบวกกับตลาดหุ้น

 4.เงินเฟ้อสหรัฐฯ (PCE) ในวันศุกร์ Bloomberg Consensus ประเมินไว้ที่ 3.4%YoY , 0.3%MoM ปรับลดลงเล็กน้อยจากเดือนก่อนที่ 3.5%YoY แต่ก็ยังห่างจากเป้าหมาย FED ที่ระดับ 2% จึงมีแนวโน้ม ว่าดอกเบี้ยสหรัฐฯจะทรงตัวระดับสูงต่อไป ซึ่งมองเป็นปัจจัยกดดันต่อตลาดหุ้นโลก

ส่องหุ้นบิ๊กแคปตัวไหนแจ่ม-น่าเก็งกำไรระยะสั้น

สำหรับปัจจัยในประเทศรอติดตามผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนหลังจากกลุ่ม Bank รายงานในสัปดาห์ก่อน โดยสรุปแล้วกำไรขยายตัวได้ดี YoY ผลจากส่วนต่างดอกเบี้ยที่สูงขึ้นตามการปรับขึ้นดอกเบี้ยในช่วงก่อนหน้านี้

ส่วนสัปดาห์นี้รอติดตามผลประกอบการที่จะทยอยประกาศออกมาโดยเฉพาะกลุ่ม Domestic Play ประเมิน กรอบการเคลื่อนไหวสัปดาห์นี้ที่ 1,360 – 1,410 จุด เชิงกลยุทธ์การลงทุนยังมองดัชนีระดับปัจจุบันเป็นโอกาสทยอยสะสมสำหรับลงทุนระยะกลาง - ยาว จากระดับ Valuation ที่น่าสนใจ เน้นหุ้นขนาดใหญ่

- ศูนย์การค้า (CPN) 

- สื่อนอกบ้าน (PLANB) 

โรงภาพยนตร์ (MAJOR)

- ส่งออกอาหาร (TU)

- ค้าปลีก (BJC, CPALL ,HMPRO)

- ท่องเที่ยว (AOT, CENTEL ,MINT)

- ธนาคารพาณิชย์ (BBL, KBANK, KTB ,SCB)

นายฐกฤต ชาติเชิดศักดิ์  ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ฝ่ายวิจัย บล. กรุงศรีพัฒนสิน เปิดเผยกับ Nation Onlineว่า  ตลาดหุ้นไทยสัปดาห์นี้  คาดฟื้นตัว ประเมินแนวต้าน แรกที่ 1,416 จุด แนวต้านถัดไปที่ 1,429 จุด แนวรับแรกที่ 1,388  จุด แนวรับถัดไปที่ 1,370 จุด   

โดยปัจจัยที่ต้องติดตาม

  • รายงาน PMI เดือนต.ค. หากเป็นภาพค่อย ๆ อ่อนตัวลงตามที่ตลาดคาดการณ์  จะทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลหรือบอนด์ยีลด์ชะลอปรับตัวขึ้น หลังจากในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมากดดันสินทรัพย์เสี่ยง  ผสาน SET อยู่ในโซนลงทุน PBV1.4x ค่าเฉลี่ย -1.5 S.D. มองหุ้น Big Cap ฟื้น เช่น  AOT, KBANK, GULF, PTTEP, PTT, SCGP, TOP, CPALLและ ADVANC เป็นต้น
  • สถานการณ์สงครามอิสราเอล – กลุ่มฮามาส
  • 24  ต.ค. ส่งออกไทย เดือนก.ย. ตลาดคาด -2%y-y จากเดิมอยู่ที่ +2.6%
  • 24 ต.ค. ความคืบหน้านโยบาย Digital Wallet คณะอนุกรรมการครั้งที่ 3 และคณะกรรมการชุดใหญ่วันเดียวกัน
  •  26 ต.ค. ประชุม ECB MUFG คาดคงดอกเบี้ย Deposit Facility Rate ที่ 4.00%
  • 27 ต.ค. เงินเฟ้อ PCE ทั่วไป ก.ย. ของสหรัฐฯ  ตลาดคาด +3.4%y-y เงินเฟ้อ PCE พื้นฐาน ตลาดคาด +0.3% m-m
  •  รายงานกำไร 3Q23 หุ้น Real Sector อาทิ SCGP,  SCC, DELTA, PTTEP มองหุ้นน่าเก็งกำไร กลุ่มกำไรจะดี  PTTEP  กลุ่มที่กำไรผ่านจุดต่ำสุด SCGP

     หุ้นเด่นประจำสัปดาห์นี้ 

•  BBL  (TP220) : บวกจากดอกเบี้ยจะอยู่ในระดับสูงอีกระยะ ผสานภายในฟื้นหนุน

•  KBANK  (TP155) : บวกจากดอกเบี้ยจะอยู่ในระดับสูงอีกระยะ คุณสินทรัพย์มีสัญญาณดีขึ้นหนุน

•  TASCO  (TP21.30) : กลับมาซื้อแหล่งน้ำมันราคาถูกจากเวเนซูเอล่าได้ หนุนฟื้นเร่ง

ส่องหุ้นบิ๊กแคปตัวไหนแจ่ม-น่าเก็งกำไรระยะสั้น