เมืองเหล่านี้ ได้พัฒนาขยายตัวจากสังคมครอบครัวและสังคมหมู่บ้าน มาเป็นสังคมเมืองที่มีชุมชนเล็ก ๆ ล้อมรอบ มีหัวหน้าปกครอง มีการแบ่งชนชั้นทางสังคม นอกจากนี้ยังมีการใช้ศาสนาเป็นเครื่องมือในการปกครอง ความสัมพันธ์ระหว่างเมืองต่อเมืองหรือรัฐต่อรัฐ ไม่ใช่ความสัมพันธ์โดยการเมือง แต่โดยการค้า ศาสนา และความเหมือนกันทางวัฒนธรรม
ชาวทวารวดีมีการพัฒนาการทางเทคโนโลยีอันก้าวหน้าจากการจัดระบบชลประทานทั้งภายในและภายนอกเมือง มีการขุดคลอง สระน้ำ การทำคันบังคับน้ำหรือทำนบ ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ได้ถ่ายทอดสู่ชนรุ่นหลังในสมัยลพบุรีและสมัยอาณาจักรสุโขทัย
ด้านการคมนาคม มีการสัญจรทั้งทางน้ำและทางบก นอกเหนือจากการติดต่อกับชาวเรือที่เดินทางค้าขายแล้ว ยังปรากฏร่องรอยของคันดินซึ่งสันนิษฐานว่าอาจเป็นถนนเชื่อมระหว่างเมือง นอกจากนี้หลักฐานทางโบราณคดีที่พบ ไม่ว่าจะเป็นสถาปัตยกรรมหรือประติมากรรมล้วนแล้วแต่แสดงความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยี และศิลปกรรม เช่น เทคนิคตัดศิลาแลง การสกัดหิน การทำประติมากรรม การหล่อสำริด การหลอมแก้ว
จากสภาพทางภูมิศาสตร์ ตำแหน่งที่ตั้งของเมืองแต่ละเมืองสามารถติดต่อถึงกันได้สะดวกทั้งทางบกและทางน้ำ โดยเฉพาะเมืองในที่ราบภาคกลาง มักตั้งใกล้ชายฝั่งทะเลเดิม มีร่องรอยทางน้ำติดต่อกับเมืองในภูมิภาคภายในและยังมีทางน้ำเข้าออกกับฝั่งทะเลโดยตรง สะดวกต่อการติดต่อภายในกันเองและติดต่อค้าขายกับชาวต่างประเทศโดยเฉพาะชาวอินเดีย
วัฒนธรรมทวารวดีเริ่มเสื่อมลงราวปลายพุทธศตวรรษที่ 16 เมื่ออิทธิพลวัฒนธรรมแบบเขมรโบราณจากกัมพูชา ที่มีคติความเชื่อทางศาสนาและรูปแบบศิลปกรรมที่แตกต่างออกไปเข้ามาแทนที่
วัดมหาธาตุวรวิหาร
บางทีเรียกว่าวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ หรือ วัดหน้าพระธาตุ เป็นวัดเก่าแก่ของจังหวัดราชบุรี ตั้งอยู่บนถนนเขางู ตำบลหน้าเมือง อำเภอเมืองราชบุรี ทางฝั่งตะวันตกของแม่น้ำแม่กลอง สันนิษฐานกันว่า น่าจะสร้างในสมัยทวารวดี ราวพุทธศตวรรษที่ 15-16 หรือประมาณยุคสมัยของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 แห่งอาณาจักรเขมร
ต่อมามีการสร้างปราสาทศิลปะเขมรซ้อนทับเข้าไปราวพุทธศตวรรษที่ 18 เพื่อสร้างที่นี่ให้เป็นศูนย์กลางของเมือง ตามความเชื่อในเรื่องคติจักรวาลของเขมร แต่ภายหลังเมื่อปราสาทที่สร้างพังทลายลง จึงมีการสร้างปรางค์ใหม่อีกครั้งในสมัยต้นอยุธยา หรือราวพุทธศตวรรษที่ 20-21
ปัจจุบันภายในวัดมหาธาตุวรวิหารแห่งนี้จึงมีทั้งวิหารหลวงที่ประดิษฐานพระมงคลบุรี พระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัย เป็นศิลปะสมัยอยุธยาตอนต้น ที่มีพระพักตร์สุโขทัย พระองค์ยาวพระชานุสั้น (ตัวยาวเข่าสั้น) หันหน้าสู่ทิศตะวันออก และมีการสร้างพระหันหลังให้กันอีกองค์หนึ่ง หันหน้าสู่ทิศตะวันตก อันเป็นการอาราธนาให้ช่วยระวังภัยพิบัติทั้งด้านหน้าและด้านหลัง เรียกว่าพระรักษาเมือง อันนี้เป็นไปตามความเชื่อของคนสมัยอยุธยา
นอกจากนั้นยังมีพระปรางค์ก่อด้วยศิลาแลงสูง 12 วา มีจิตรกรรมฝาผนังที่พระปรางค์ และเป็นวัดที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุไว้ด้วย รวมไปถึง วิหารราย แท่นถือน้ำสาบาน กำแพงแก้ว มณฑป เป็นต้น
ผู้ที่สนใจศึกษาประวัติศาสตร์ สามารถดูเพิ่มเติมได้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติราชบุรี ที่นั่นมีแสดงประวัติศาสตร์และโบราณคดีของราชบุรีเรียงลำดับตามยุคสมัย ตั้งแต่ราชบุรีสมัยก่อนประวัติศาสตร์ ราชบุรีในวัฒนธรรมทวารวดี ราชบุรีในวัฒนธรรมเขมร ราชบุรีในสมัยสุโขทัย - ธนบุรี และราชบุรีในสมัยรัตนโกสินทร์