หากมองบริบทการเมือง หนึ่งปีจากนี้ต้องจับตาว่า"ลุงตู่"จะไปถึงฝั่งฝัน(การจัดประชุมสุดยอดผู้นำเอเปกซึ่งไทยเป็นเจ้าภาพในช่วงปลายปี)หรือไม่ เพราะจังหวะการเมืองจากนี้คือ ปลายเดือนเม.ย.จะรู้ว่าเลือกตั้งส.ส.งวดหน้ากติกาที่เกี่ยวกับบัตรเลือกตั้งสองใบ/หมายเลขผู้สมัครส.ส.และพรรคจะใช้เบอร์เดียวทั่วไทยหรือไม่/การคำนวณส.ส.บัญชีรายชื่อจะใช้ตัวเลขเท่าใด และจะมีการพลิกโผในงวดสุดท้ายตามกระแสข่าวหรือไม่ และตอนนี้การหาแต้มเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.และนายกเมืองพัทยาที่จะเกิดขึ้นวันที่ 22 พ.ค. บรรเลงกันแล้ว คะแนนที่ออกมาจะชี้วัดดัชนีการเมืองได้ระดับหนึ่งสำหรับสนามใหญ่
จากนั้นวันที่ 23พ.ค. คือวันเปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนฯต้องดูว่าวันใดคือวันยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ
ต่อมาสภาผู้แทนฯต้องลงมติวาระแรกเกี่ยวกับร่างกฎหมายงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2566 วงเงิน 3,185,000 ล้านบาท ต้องลุ้นว่าเสียงของส.ส.จะออกมาในมุมใด
ถัดมาช่วงเดือนส.ค.รอดูว่าการดำรงตำแหน่งประมุขฝ่ายบริหารไม่เกินสองวาระ(แปดปี)ซึ่งฝ่ายค้านจะยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาดสถานะ"ลุงตู่"นั้นจะออกมาแบบใด
หากนับถึงปัจจุบันจนถึงวันข้างหน้า
แม้เสียงหนุนเรือเหล็กจะยังแน่น(พรรคร่วมรัฐบาลยังไม่อยากตีจากเพราะอยู่ในห้วงสุดท้ายของรัฐบาลที่ต้องเข็นผลงานออกมาให้มากสุด) แต่หากมองไปลึกๆแล้วนั้น พบว่าตอนนี้ "พรรคพลังประชารัฐ"ใช่ว่าจะมีผลงานพรรคที่ส.ส.พอจะอ้าปากบอกประชาชนได้เลย (มีเพียงแต่ส.ส.ผลักดันผลงานในพื้นที่ตัวเอง และหลายคนไม่แสดงโลโก้พรรคบนป้ายแนะนำตัวในหลายเขต) และไม่รู้ว่าวันนั้น"ลุงตู่"จะใช้ พปชร.เป็นบันไดในการอาสาทำงานให้ประชาชนต่อหรือไม่ เนื่องจากความจริงแล้วคะแนนนิยมของพปชร.ใช่ว่าจะงดงามเหมือนหลายปีก่อน แถมวันนี้ยังมาเจอคนกันเองแตกเซลล์มาแชร์แต้มที่ลุงตู่และพปชร.ถือไว้อีก
และบางจังหวะนั้นน่าคิดต่อเพราะ"พรรคเศรษฐกิจไทย"ที่แยกไปจากพรรคพลังประชารัฐ แม้ลุงป้อมบอกว่าประสาน"ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า" ไว้ได้ โดยพรรคนี้เป็นหนึ่งในพันธมิตรรัฐบาล แต่ผู้กองคนดังเคยระบุให้สังคมคิดได้ว่า พรรคนี้พร้อมแหกมติลุงป้อมได้ทุกเมื่อ
ตอนนี้รอดูว่าการชักชวนส.ส.และคนการเมืองหลากขั้วจากการดีลของผู้กองคนดังจะสำเร็จแค่ไหน และสังเกตว่า"พรรครวมไทยสร้างชาติ"ซึ่งเป็นพรรคสำรองที่หนุน"ลุงตู่"และริเริ่มโดยแรมโบ้อีสาน "เสกสกล อัตถาวงศ์"เพื่อรวมพลจากพื้นที่ต่างๆ เช่นพรรครวมพลังประชาชาติไทย/กปปส.บางปีกที่ไขก๊อกจากพรรคประชาธิปัตย์/คนเสื้อแดงบางส่วนนั้น ก็ต้องดูว่าแม่เหล็กการเมืองของพรรคนี้จะมีแรงแค่ไหน.......
เหนื่อยไม่น้อยสำหรับกระดานการเมืองของลุงตู่สำหรับเกมภายใน
หันมองเกมจากคู่แข่ง เรื่องร้อนๆคือการเปิดหน้าชกของพรรคเพื่อไทยซึ่งนำชินวัตรรุ่นที่สี่"แพทองธาร ชินวัตร"มาสู้และปลุกขวัญแฟนคลับเต็มร้อย(ประเมินแล้วพรรคเพื่อไทยต้องเจอคู่แข่งหลัก เช่น พลังประชารัฐ/ภูมิใจไทย/เศรษฐกิจไทย/ประชาธิปัตย์(ในกทม.) รวมทั้งชิงแต้มจากไทยสร้างไทยและก้าวไกล ส่วนพรรคอื่นๆนั้นไม่ใช่คู่แข่งสำคัญ
ตรงนี้ก็หนักยิ่งเมื่อคนแดนไกลเปิดหน้าชกกับ"ลุงตู่"อีกครั้ง เพราะสารพัดปัญหาที่"ลุงตู่"รับอยู่นั้น คล้ายว่าเพื่อไทยและแนวร่วมพร้อมซ้ำแผลให้ระบมเพื่อให้หมดราคาจากสายตาสังคม แม้"ลุงตู่"จะอ้างหลากปัญหามูลเหตุสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตรบวกกับเหตุปัจจุบัน แต่สภาวะวันนี้"ลุงตู่"ถือว่าเป็นผู้อยู่หน้างานทุกปัญหา ฉะนั้นจะโยนบาปไปให้เหตุเมื่อวันวานเพียงฝ่ายเดียวมันก็กระไรอยู่...)
เกมจากนี้คล้ายว่าอาทิตย์อัศดงอยู่ในมุมที่"ลุงตู่"ยืนอยู่และยากที่จะเปลี่ยนองศาในการลุกขึ้นสู้เพราะบริบทการเมืองตอนนี้มันยากยิ่งที่จะลุยต่อ....
ฉะนั้นหลากวาระข้างต้นต้องจับตารายสถานการณ์ที่จะเป็นหนึ่งในเหตุบ่งชี้ว่า"ลุงตู่"ควรไปต่อหรือหยุดป้ายนี้...บนสนามการเมืองในยามหน้า