svasdssvasds
เนชั่นทีวี

Nation Story

ARTICLE : สหรัฐฯ โจมตี "เกาะคาร์ก" เส้นเลือดน้ำมันอิหร่าน วิกฤตพลังงานโลกครั้งใหม่ที่ไทยหนีไม่พ้น

14 มี.ค. 2569

เมื่อ "เกาะเล็กขนาด 20 ตร.กม." ถูกโจมตี แล้วน้ำมันของโลกกว่า 20 ล้านบาร์เรลต่อวันหายไปชั่วข้ามคืน... คุณคิดว่าชีวิตประจำวันของคุณจะเปลี่ยนไปแค่ไหน?

เช้าวันที่ 14 มีนาคม 2568 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา โพสต์ข้อความผ่าน Truth Social ประกาศว่ากองกำลังสหรัฐฯ ได้เปิดฉากโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่ ทำลายเป้าหมายทางทหาร "ทั้งหมด" บน เกาะคาร์ก (Kharg Island) ของอิหร่านจนราบคาบ พร้อมยื่นคำขาดให้อิหร่านวางอาวุธทันที

 

ข่าวนี้ไม่ใช่แค่ "ข่าวสงคราม" อีกฉบับ แต่คือสัญญาณเตือนที่ส่งตรงมาถึงกระเป๋าเงินของทุกคนบนโลก

.

🔵 [ เกาะเล็ก ความสำคัญมหึมา — ทำไมคาร์กถึงเปลี่ยนชะตาโลก ]

หากคุณยังไม่รู้จักเกาะคาร์ก คุณต้องรู้จากนี้

 

เกาะคาร์กเป็นเกาะขนาดเล็กในอ่าวเปอร์เซีย มีความยาวเพียง 5 ไมล์ ห่างจากชายฝั่งอิหร่านเพียง 15 ไมล์ทะเล แต่ภายใต้ขนาดที่ดูธรรมดา เกาะแห่งนี้คือ "เส้นเลือดใหญ่ด้านน้ำมัน" ของอิหร่าน เพราะน้ำมันดิบเพื่อการส่งออกของอิหร่านกว่า 90% ต้องผ่านเกาะนี้ก่อนทุกครั้ง ก่อนจะเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซไปยังลูกค้าหลักอย่างจีน

 

หากเกาะนี้หยุดทำงาน เศรษฐกิจอิหร่านจะถึงขั้น "เป็นอัมพาต" — และนั่นคือสิ่งที่ทรัมป์ต้องการพอดี

 

แล้วทำไมทรัมป์จึงโจมตีแค่เป้าทางทหาร แต่จงใจ "เว้น" โครงสร้างน้ำมันเอาไว้?

🔵 [ กลยุทธ์ไพ่ตาย — โจมตีเพื่อ "ข่มขู่" ไม่ใช่เพื่อ "ทำลาย" ]

นักวิเคราะห์ระบุว่าการโจมตีครั้งนี้ไม่ธรรมดา เพราะสหรัฐฯ จงใจ "ละเว้น" โครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันของเกาะคาร์กเอาไว้ทั้งหมด

 

นี่คือการส่งสาร 2 ชั้นพร้อมกัน:

ชั้นแรก — อิหร่านต้องหยุดแทรกแซงการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ

ชั้นที่สอง — หากอิหร่านยังดื้อ สหรัฐฯ พร้อม "กดปุ่ม" ทำลายแหล่งน้ำมันได้ทันที

 

ที่น่าจับตายิ่งกว่า คือรายงานจากสื่อสหรัฐฯ ระบุว่ากำลังมีการส่ง เรือสะเทินน้ำสะเทินบก พร้อมนาวิกโยธินอย่างน้อย 2,000 นาย ไปยังอ่าวเปอร์เซียแล้ว แม้เพนตากอนจะปฏิเสธให้ความเห็น แต่สัญญาณนี้ชี้ให้เห็นว่า การยึดครองเกาะคาร์กอาจไม่ใช่แค่ "ตัวเลือก" อีกต่อไป

 

แต่ถ้าเกาะถูกยึดจริง... สิ่งที่ตามมาคืออะไร? และทำไมผู้เชี่ยวชาญถึงบอกว่านี่คือ "ฝันร้าย" ที่ยากจะแก้ไข?

 

🔵 [ เบื้องหลังที่ข่าวไม่ได้บอก — ความเสียหายที่มองไม่เห็น ]

ภาณุรัช ดำรงไทย ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานที่ผ่านงานต้นน้ำในอุตสาหกรรมน้ำมันมาหลายทวีป โพสต์คำเตือนสำคัญผ่านเฟซบุ๊กว่า สิ่งที่ควรกลัวไม่ใช่ตัวสงคราม แต่คือ "การล่มสลายของระบบผลิตที่กู้กลับมาไม่ได้ง่ายๆ"

 

เขาอธิบายว่าเกาะคาร์กไม่ใช่แค่ท่าเรือ แต่คือ "ปลายก๊อก" ของโครงข่ายท่อส่งน้ำมันมหึมาที่เชื่อมมาจากแหล่งผลิตใต้ดินลึกหลายพันเมตร ผ่านสถานีแยกก๊าซและสถานีเพิ่มแรงดันนับร้อยจุด

 

หากการส่งออกหยุดชะงัก ผลกระทบจะเกิดเป็นลูกโซ่ทันที:

คลังเก็บน้ำมันความจุกว่า 30 ล้านบาร์เรล จะเต็มภายในไม่กี่วัน → ระบบต้นทางต้องสั่งปิดหลุมผลิตกะทันหัน → ความดันมหาศาลใต้ชั้นหินอาจทำให้อุปกรณ์พัง หรือร้ายแรงที่สุดคือ "Formation Damage" ซึ่งหมายถึงชั้นหินกักเก็บน้ำมันอุดตันถาวร

 

"ยึดเกาะได้ในวันเดียว แต่การ Restart ระบบผลิตน้ำมันคืนมา ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 6 เดือน ถึง 1 ปี" ภาณุรัช ระบุ

ARTICLE : สหรัฐฯ โจมตี "เกาะคาร์ก" เส้นเลือดน้ำมันอิหร่าน วิกฤตพลังงานโลกครั้งใหม่ที่ไทยหนีไม่พ้น

🔵 [ Supply Shock — เมื่อโลกสูญเสียน้ำมัน 20 ล้านบาร์เรลต่อวัน ]

เมื่อน้ำมันจากคาร์กหายไปจากระบบ จีนและผู้นำเข้ารายใหญ่ทั่วโลกจะเริ่มแย่งซื้อน้ำมันดิบจากทุกแหล่งที่หาได้ ภาวะ "Supply Shock" จะเกิดขึ้นทันที และราคาน้ำมันจะพุ่งสูงในระดับที่ยากจะคาดเดา

 

สำหรับประเทศไทยที่นำเข้าพลังงานเป็นหลัก ผลกระทบไม่ใช่แค่ราคาน้ำมันหน้าปั๊ม แต่รวมถึงต้นทุนขนส่ง ราคาสินค้า และค่าไฟฟ้าที่จะถูกส่งต่อมาถึงผู้บริโภคทุกคน

 

🔵 [ มองไปข้างหน้า — วิกฤตครั้งนี้พาโลกไปทางไหน? ]

สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในอ่าวเปอร์เซียวันนี้ ไม่ว่าจะจบลงด้วยการเจรจาหรือการเผชิญหน้าที่ยืดเยื้อ ก็คือสัญญาณที่ชัดเจนว่า โลกยังพึ่งพาพลังงานจากแหล่งที่เปราะบางทางการเมืองมากเกินไป

 

หลายประเทศเริ่มมองวิกฤตนี้เป็นโอกาสเร่งรัดการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานหมุนเวียน ขณะที่นักลงทุนทั่วโลกกำลังจับตาทุกความเคลื่อนไหวอย่างใจจดใจจ่อ

 

วันนี้โลกกำลังเผชิญกับการตัดสินใจที่อาจเปลี่ยนสมดุลพลังงานไปอีกนาน คำถามที่น่าคิดคือ — ประเทศไทยและคนไทยมีความพร้อมรับมือกับคลื่นกระแทกที่กำลังจะมาถึงแค่ไหน? และนี่คือจุดเปลี่ยนที่เราควรเริ่มพูดถึงอนาคตพลังงานของตัวเองอย่างจริงจังหรือยัง?