"วันนอร์" ส่งทีมงานแจงย้ำ "ไม่แก้ญัตติ-ไม่บรรจุวาระซักฟอก"
11 มี.ค. 2568 | katchatapong_lee

"วันนอร์" ส่งทีมงานแจงลั่นคำเดิม "ไม่แก้ญัตติ-ไม่บรรจุวาระซักฟอก" - ขู่ตัดสินใจช้าหลัง 19 มี.ค.แห้วอภิปราย - แนะฝ่ายค้านยอมถอยเพื่อให้ได้อภิปราย
การเมือง
11 มี.ค. 2568 | katchatapong_lee

"วันนอร์" ส่งทีมงานแจงลั่นคำเดิม "ไม่แก้ญัตติ-ไม่บรรจุวาระซักฟอก" - ขู่ตัดสินใจช้าหลัง 19 มี.ค.แห้วอภิปราย - แนะฝ่ายค้านยอมถอยเพื่อให้ได้อภิปราย
ว่าที่ร้อยตำรวจตรีอาพัทธ์ สุขะนันท์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร พร้อมคณะทำงานประธานสภาผู้แทนราษฎร แถลงภายหลังนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานในการหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ถึงกรณีที่ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ได้ยื่นคำโต้แย้ง คัดค้านการถอดชื่อนานทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรร ซึ่งเป็นคนนอกออกจากญัตติการอภิปรายไม่ไว้วางใจ
โดยประธานสภาผู้แทนราษฎร เห็นว่า ญัตติที่พาดพิงถึงบุคคลภายนอกนั้น ไม่ถูกต้องตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร และรัฐธรรมนูญ จึงมีดุลยพินิจว่า ฝ่ายค้านจะต้องแก้ไขญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยตัดชื่อบุคคลภายนอกออก ซึ่งยึดตามบรรทัดฐานในอดีต เพราะได้มอบหมายให้สำนักการประชุมตรวจสอบแล้วว่า ในอดีตไม่มีญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจที่กล่าวถึงชื่อบุคคลภายนอก มีแต่ใช้คำว่าบุคคลในครอบครัว, อดีตสมาชิก ไม่มีการระบุชื่อโดยตรงในญัตติ จึงถือเป็นบรรทัดฐาน
อย่างไรก็ตาม ญัตติที่การกล่าวถึงบุคคลภายนอกเคยมีเมื่อปี 2529 โดยมีการกล่าวถึงบริษัทเอกชนหนึ่ง แต่ในยุคนั้นมีเอกสิทธิ์ คุ้มครองแม้พาดพิงบุคคลภายนอกก็ไม่สามารถฟ้องร้องได้ แต่รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน หากพาดพิงบุคคลภายนอกให้เสียหายก็สามารถฟ้องร้องได้
ส่วนที่ระบุเมื่อมีการอภิปรายแล้ว บุคคลภายนอกสามารถมายื่นคำชี้แจงได้นั้น เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ระบุว่า ต้องแยกส่วนต่างหาก เพราะเป็นส่วนของการอภิปราย แต่กรณีนี้เป็นการระบุชื่อในญัตติ เมื่อญัตติเผยแพร่ มีชื่อบุคคลภายนอกแล้ว บุคคลที่มีชื่อไม่สามารถที่จะชี้แจงในลักษณะถ้าไม่ถูกอภิปรายได้ จึงถือเป็นกรณีที่แตกต่างกัน ดังนั้น ประธานสภาผู้แทนราษฎร จึงไม่ได้ให้บรรจุระเบียบวาระ เพราะประธานสภาผู้แทนราษฎร ต้องมีส่วนรับผิดชอบด้วย แม้ สส.ผู้อภิปราย จะต้องรับผิดชอบเนื้อหาการอภิปรายก็ตาม โดยให้ดำริมาว่า "ถ้าไม่แก้ ก็ไม่บรรจุ"
เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ยังระบุด้วยว่า ในนามสำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร จะทำหนังสือแจ้งไปยังผู้นำฝ่ายค้านฯ อย่างเป็นทางการอีกครั้งว่า ให้แก้ไขญัตติดังกล่าว ซึ่งหากแก้ไขและยื่นกลับมาเลยทันที จะทันการอภิปรายในวันที่ 24 มีนาคมนี้ แต่หากยื่นมาหลังวันที่ 19 มีนาคมก็จะไม่ทันการอภิปรายในสมัยประชุมนี้ เพราะจะปิดสมัยประชุมในวันที่ 10 เมษายนนี้แล้ว
ด้าน นายมุข สุไลมาน เลขานุการประธานสภาผู้แทนราษฎร เห็นว่า เพื่อให้มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ จึงคิดว่า ฝ่ายค้านน่าจะถอยไปอีกก้าวหนึ่ง และเวลาที่อภิปราย แม้ไม่ระบุชื่อสกุลของอีกฝ่ายหนึ่ง ตนก็เชื่อว่าสังคมทราบอยู่แล้วอภิปรายเป็นใคร เพราะฉะนั้นตนเห็นว่า ไม่เห็นมีข้อแตกต่างอะไรมากนัก จึงขอให้เป็นข้อคิดของฝ่ายค้าน ลองนึกคิดพิจารณา และคำนึงถึงสาระสำคัญในสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน อย่าเอาเรื่องอื่นที่มีความสำคัญน้อยกว่า มาเป็นประเด็นหลัก เพราะถ้าไม่มีการอภิปรายจะน่าเสียดาย เพราะประธานสภาผู้แทนราษฎร ย้ำว่า จำเป็นต้องคำนึงถึง ความสงบเรียบร้อยในวันอภิปราย ไม่ให้มีการประท้วงวุ่นวาย และยังเกรงว่า จะไม่มีการอภิปรายเพราะความวุ่นวายด้วยซ้ำ เพราะในอดีตก็เคยมีถึงขั้นล็อกคอประธานลงจากบัลลังก์ ดังนั้น ประธานสภาผู้แทนราษฎร จึงคิดว่า ควรระงับไว้ก่อนเกิดเหตุ จึงต้องเข้มงวดในเรื่องนี้
ขณะที่ นายอารีเพ็ญ อุตรสินธุ์ ที่ปรึกษาประธานสภาผู้แทนราษฎร ยืนยันว่า กรณีนี้ประธานสภาผู้แทนราษฎรตัดสินใจด้วยวิจารณญาณของตัวเอง ไม่มีใครมาขอ ซึ่งตนอยู่กับนายวันมูหะมัดนอร์ มาเกือบ 40 ปี จึงยืนยันว่า นายวันมูหะมัดนอร์ ไม่ได้เป็นคนเช่นนั้ และช่วงนี้เป็นเดือนรอมฎอนถือศีลอดของชาวมุสลิม จึงไม่มีการพูดปด