ส่วนกรณีที่นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อ้างญัตติของนายวันมูหะมัดนอร์ สมัยทำหน้าที่ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ได้เสนอขอสภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษา ตรวจสอบ การดำเนินการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน โดยมีการอ้างชื่อบริษัทเอกชนภายในญัตติด้วยนั้น นายวิสุทธิ์ มองว่า ญัตติในกรรมาธิการ และญัตติการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เป็นคนละเรื่องกัน ไม่นำมาปะปนกัน และเชื่อว่า ฝ่ายกฎหมายของสภา ได้พิจารณาแล้วอย่างรอบคอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร จึงได้ออกหนังสือให้ฝ่ายค้านแก้ไข ซึ่งหากฝ่ายค้านไม่แก้ไขก็แล้วแต่
นายวิสุทธิ์ ยังปฏิเสธด้วยว่า การตีกลับญัตติการอภิปรายไม่ไว้วางใจของประธานสภาผู้แทนราษฎร ไม่ใช่การเตะถ่วงฝ่ายค้านไม่ให้มีการอภิปราย เพราะไม่ใช่เรื่องของรัฐบาล แต่เป็นเรื่องฝ่ายค้าน กับประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งที่ตนเองเห็น ฝ่ายค้านก็ดาหน้ากันออกมาจะไม่ยอมแก้เด็ดขาด ตนก็กำลังติดตามว่า หากออกตัวกันแรงขนาดนี้ ระวังจะไม่มีทางลง หรือหากลงไม่ได้ก็บอกตนเองได้ ตนเองจะนำบันไดมาให้ พร้อมมั่นใจว่า เป็นการแก้เก้อของฝ่ายค้าน เหมือนการพิจารณาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่ทราบดีอยู่แล้วว่า แม้จะพิจารณาก็ไม่สามารถไปต่อได้ ก็ยังจะเดินหน้าต่อ
นายวิสุทธิ์ ยังมองเจตนาของฝ่ายค้านที่จะยังคงพยายามคงชื่อนายทักษิณไว้ในญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า ฝ่ายค้านอยากจะอภิปรายไม่ไว้วางใจจริงหรือไม่ หรืออยากให้เรื่องค้างคา เพราะหากไม่แก้ไขก็ไม่สามารถอภิปรายได้ ซึ่งฝ่ายค้านรู้อยู่แล้ว และรัฐบาลไม่ได้มีการแทรกแซงใด ๆ โดยแนะนำให้ฝ่ายค้าน ดำเนินการตามวินิจฉัยของประธานสภาผู้แทนราษฎร