"ผู้นำฝ่ายค้านฯ" โต้หนังสือ "ประธานสภาฯ" ท้วงญัตติซักฟอก
10 มี.ค. 2568 | katchatapong_lee

"ผู้นำฝ่ายค้านฯ" โต้หนังสือ "ประธานสภาฯ" ท้วงญัตติซักฟอก ชี้ไร้อำนาจสกรีนญัตติ - ซัดแรง! ใช้อำนาจเป็นปฏิปักษ์ รธน.ลุอำนาจ ทำลายอำนาจตรวจสอบฝ่ายนิติบัญญัติ
การเมือง
10 มี.ค. 2568 | katchatapong_lee

"ผู้นำฝ่ายค้านฯ" โต้หนังสือ "ประธานสภาฯ" ท้วงญัตติซักฟอก ชี้ไร้อำนาจสกรีนญัตติ - ซัดแรง! ใช้อำนาจเป็นปฏิปักษ์ รธน.ลุอำนาจ ทำลายอำนาจตรวจสอบฝ่ายนิติบัญญัติ
นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้าในสภาผู้แทนราษฎร ออกหนังสือด่วนที่สุดถึงประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อโต้แย้งหนังสือให้แก้ไขข้อบกพร่องในญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี และขอให้บรรจุริยคติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจเข้าระเบียบวาระการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเร็วที่สุด
โดยผู้นำฝ่ายค้านฯ เห็นว่า หนังสือที่ประธานสภาผู้แทนราษฎรได้ขอให้แก้ไขข้อบกพร่องในญัตติขอเปิดอภิปรายเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี ที่มีการพาดพิงบุคคลภายนอก ที่อาจทำให้บุคคลภายนอกได้รับความเสียหาย เนื่องจากไม่สามารถชี้แจงในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้นั้น ขอยืนยันว่า ญัตติดังกล่าวของฝ่ายค้าน ไม่มีข้อบกพร่องตามที่สภาผู้แทนราษฎรได้อ้างถึงแต่ประการใด
ผู้นำฝ่ายค้านฯ ยังเห็นว่า ประธานสภาผู้แทนราษฎรจะพิจารณาวินิจฉัยว่า เนื้อหาของญัตติเปิดอภิปรายเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี สมควรจะมีเนื้อหาอย่างไรไม่ได้ เนื่องจากบทบัญญัติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 151 ไม่ได้ให้อำนาจประธานสภาผู้แทนราษฎร ใช้ดุลยพินิจวินิจฉัยว่า เนื้อหาของญัตติสมควรจะเป็นอย่างไร แต่บทบัญญัติดังกล่าวได้กำหนดอำนาจผูกพันในการใช้อำนาจของประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้ต้องมีการเปิดอภิปรายเท่านั้น ซึ่งหากรัฐธรรมนูญประสงค์ให้ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีอำนาจในการวินิจฉัย หรือมีอำนาจในการพิจารณาวินิจฉัยว่า จะบรรจุไว้ในระเบียบวาระการประชุม เพื่อเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้น รัฐธรรมนูญจะต้องบัญญัติถ้อยคำที่แสดงให้เห็นถึงอำนาจในการใช้ดุลยพินิจของประธานสภาผู้แทนราษฎรอย่างชัดแจ้ง เช่น ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 236 ที่ให้อำนาจประธานรัฐสภาใช้ดุลยพินิจในการพิจารณาเพื่อเสนอเรื่องไปยังศาลฎีกา เพื่อตั้งคณะไต่สวนอิสระไต่สวนหาข้อเท็จจริง กรณีมีการกล่าวหา กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ กรรมการ ป.ป.ช. อีกทั้งตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรข้อ 176 ก็ไม่ได้ให้อำนาจประธานสภาผู้แทนราษฎรใช้ดุลยพินิจว่า เนื้อหาในญัตติควรจะเป็นอย่างไร แต่กำหนดเพียงให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรตรวจสอบว่าญัติติมีข้อบกพร่องหรือไม่
โดยฝ่ายค้านเห็นว่า ข้อบกพร่องดังกล่าว มีเจตนารมณ์หมายถึง ข้อบกพร่องที่เป็นข้อผิดพลาดในเชิงข้อเท็จจริงหรือรูปแบบ เช่น มีจำนวนผู้เสนอเข้าชื่อไม่ครบเกณฑ์ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด หรือลายมือชื่อไม่ตรงกับลายมือชื่อจริง หรือระบุชื่อรัฐมนตรีผิดพลาดคาดเคลื่อน ดังนั้น การที่ประธานสภาผู้แทนราษฎร ใช้อำนาจโดยอ้างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยตีความในทางที่เป็นปฏิปักษ์ต่อรัฐธรรมนูญ ย่อมเป็นการใช้และตีความกฎหมายที่ลุแก่อำนาจที่รัฐธรรมนูญ และข้อบังคับกำหนดไว้ ซึ่งส่งผลกระทบร้ายแรง และทำลายอำนาจฝ่ายนิติบัญญัติในการควบคุมการตรวจสอบการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล
ผู้นำฝ่ายค้านฯ ยังเห็นว่า ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ไม่ได้มีข้อห้ามไม่ให้ระบุชื่อบุคคลภายนอกในเนื้อหาติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ดังนั้น การระบุชื่อบุคคลภายนอก จึงไม่ได้มีลักษณะเป็นการกระทำผิด หรือฝ่าฝืนข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร และในอดีตที่ผ่านมา มีญัตติที่เสนอต่อประธานสภาผู้แทนราษฎรหลายญัตติ ก็มีการระบุถึงชื่อบุคคลภายนอก เช่น ญัตติด่วนของนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ขณะทำหน้าที่ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ที่ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษา ตรวจสอบการดำเนินการโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ที่มีการระบุชื่อบริษัทเอกชนชัดเจน รวมทั้งข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรในข้อ 178 ได้กำหนดให้การอภิปรายของ สส.ที่อาจทำให้บุคคลอื่นซึ่งไม่ใช่นายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรี หรือ สส.ได้รับความเสียหาย สส.ผู้นั้น จะต้องรับผิดชอบผลแห่งการกระทำนั้นเอง ดังนั้น ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร จึงไม่ได้มีบทบัญญัติห้ามไม่ให้มีการระบุชื่อบุคคลภายนอกในเนื้อหาติแต่อย่างใด และบุคคลภายนอกที่ได้รับความเสียหาย ยังมีสิทธิ์ร้องขอต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร ภายใน 3 เดือน นับแต่ที่มีการประชุมครั้งนั้น เพื่อขอให้มีการโฆษณาคำชี้แจงแก้ไขข้อกล่าวหาหรือการพาดพิงได้
ผู้นำฝ่ายค้านฯ ยังได้ยกข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรข้อ 176 ที่เมื่อประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้รับ ญัตติขอเปิดอภิปรายเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีจากฝ่ายค้านแล้ว ให้ทำการตรวจสอบ หากมีข้อบกพร่องให้ประธานสภาผู้แทนราษฎร แจ้งให้ฝ่ายค้านทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ได้รับญัตติอภิปรายเพื่อมติไม่ไว้วางใจฯ ที่ฝ่ายค้านได้ยื่นถึงประธานสภาผู้แทนราษฎรนั้น ได้เกินกำหนดระยะเวลา 7 วันตามที่ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรกำหนดแล้ว หนังสือแจ้งผลการพิจารณาญัตติของประธานสภาผู้แทนราษฎร จึงไม่ได้เป็นไปตามกรอบระยะเวลาที่กำหนด
ผู้นำฝ่ายค้านยังยืนยันว่า ญัตติเพื่อขอเปิดอภิปรายเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีของฝ่ายค้านนั้น ชอบด้วยข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร และรัฐธรรมนูญทุกประการ จึงขอให้ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้พิจารณาบรรจุยติดังกล่าวเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมของสภาผู้แทนราษฎรโดยเร็วที่สุดต่อไป