นายภูมิธรรม ย้ำว่า ความจริงในที่ประชุมวันนั้นมีมติเอกฉันท์ ไม่มีใครเห็นต่างจากคำถามที่ถามมา ทุกคนเห็นว่าการทำแบบนี้บนหลักการที่ทำให้เป็นประชาธิปไตยมากขึ้น สามารถผ่านได้จริงๆ เป็นความจำเป็นสำคัญ มากกว่าที่จะยืนยันอะไรหลายๆ อย่าง แล้วทำให้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ตกไป แล้วต้องกลับไปใช้รัฐธรรมนูญปี 2560 ที่ใช้มาแล้วเป็นปัญหาอยู่อย่างนี้
"ความเห็นที่แตกต่าง และได้ข้อสรุปอยู่ที่ตรงนี้เท่านั้นเอง แก้รัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตยมากขึ้น หรือจะยอมแก้แบบที่ตามใจตัวเองแล้วไม่สามารถผ่านได้ ก็กลับไปใช้รัฐธรรมนูญปี 2560 อยู่กับสถานการณ์เดิมๆ มา 10 ปี ต้องเลือกว่าจะเอาแบบใด เราเลือกเอาแบบที่คิดว่าไม่อยากจะอยู่กับรัฐธรรมนูญแบบเดิม เลือกให้ทุกอย่างมันดีขึ้น นั่นแหละที่เป็นข้อสรุป แต่ยังไม่ใช่ข้อตัดสิน เพราะเราไม่ได้มีอำนาจตัดสิน" รองนายกฯ กล่าว