ประมวลความเสียหาย
- ห้างสรรพสินค้า "อีออน มอลล์ คุมาโมโตะ" (AEON Mall Kumamoto) ในเมืองคาชิมะ เกิดระเบิดที่ชั้น 2 ทำให้อาคารบางส่วนพังถล่ม คาดว่าอาจจะคนติดอยู่ข้างในระหว่าง 20-30 คน เนื่องจากไม่สามารถติดต่อได้
- ปล่องไฟของโรงงานผลิตกระดาษของบริษัท "นิปปอน เปเปอร์'ส ยัตสึชิโระ อินดัสทรีส์" (Nippon Paper's Yatsushiro Plant) ในเมืองยัตสึชิโระ พังถล่ม
- แรงสั่นสะเทือนทำให้กำแพงหินบางส่วนของ "ปราสาทคุมาโมโตะ" (Kumamoto Castle) ในเขตชูโอ หนึ่งในสามปราสาทชื่อดังของญี่ปุ่น สร้างขึ้นเมื่อศตวรรษที่ 17 (ค.ศ. 1607 หรือ พ.ศ.2150) พังถล่มลงมา ทำให้ต้องปิดกั้นพื้นที่เพื่อป้องกันอันตราย และเพื่อประเมินความเสียหายของโบราณสถานแห่งนี้ ซึ่งตอนที่เกิดแผ่นดินไหวในปี 2559 ปราสาทที่มีอายุเก่าแก่กว่า 400 ปีแห่งนี้ ก็ได้รับความเสียหายจากป้อมปราการและกำแพงโค้งพังถล่มลงมาเช่นกัน
- โรงพยาบาลและสถานพยาบาลอย่างน้อย 45 แห่ง ได้รับความเสียหายจากไฟฟ้าดับ ระบบน้ำประปาขัดข้อง และระบบก๊าซทางการแพทย์เสียหาย
- ประชาชนราว 40,000 ครัวเรือน เผชิญไฟฟ้าดับ
- ทางการประกาศให้ประชาชน งดดื่มน้ำประปาและงดใช้น้ำประกอบอาหารชั่วคราว หลังพบว่าน้ำในบางพื้นที่มีความขุ่น จนกว่าจะยืนยันได้ว่าปลอดภัย
- ถนนหลายสายแตกร้าว ทรุดตัว และสะพานบางแห่งได้รับความเสียหาย ส่งผลกระทบต่อการสัญจร
- รถไฟหลายสายหยุดให้บริการ รวมถึง คิวชูชินคันเซ็น มีรายงานรถบรรทุกสินค้าตกราง ในพื้นที่ยาสุชิโระ
- สนามบินอาโสะคุมาโมโตะ ปิดรันเวย์ชั่วคราว ทำให้เที่ยวบินหยุดให้บริการ
- มีการอพยพประชาชนกว่า 150,000 คน หลังประกาศเตือนสึนามิและเพื่อความปลอดภัยจากอาฟเตอร์ช็อก แม้ภายหลังจะยกเลิกคำเตือนสึนามิแล้ว
- โรงงานของบริษัทใหญ่ เช่น TSMC, Sony และ Fujifilm อพยพพนักงาน และหยุดการผลิตชั่วคราวเพื่อตรวจสอบความปลอดภัย
- ระบบโทรคมนาคมบางพื้นที่ขัดข้อง แต่ไม่พบความผิดปกติของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ในภูมิภาค
- รัฐบาลตั้งศูนย์บัญชาการฉุกเฉิน เตือนประชาชนให้ระวังอาฟเตอร์ช็อกและดินถล่ม ที่อาจเกิดขึ้นในช่วงหลายวันข้างหน้า
อุปสรรคในการช่วยเหลือ
กระทรวงกลาโหมได้ส่งทหาร 3,600 นาย เข้าสนับสนุนภารกิจกู้ภัยและบรรเทาทุกข์ ขณะเร่งค้นหาผู้ติดค้างตามบ้านเรือนและอาคารต่างๆ แต่การทำงานเป็นไปอย่างยากลำบาก เนื่องจากเกรงว่าจะเกิดอาฟเตอร์ช็อก หรือภัยแทรกซ้อน (Secondary Disaster)