เนชั่นทีวี

การเมือง

วันนอร์ ชี้ แก้รธน.เรื่องใหญ่การเมืองปี 67 นิกร ยัน คำถาม ประชามติ ยึดคำสัญญา

27 ธ.ค. 2566 | tinakit_rat

วันนอร์ ชี้ แก้รธน.เรื่องใหญ่การเมืองปี 67 นิกร ยัน คำถาม ประชามติ ยึดคำสัญญา

"วันนอร์" ชี้ แก้รัฐธรรมนูญประเด็นใหญ่การเมืองปีหน้า พร้อมขอประเมินผลงานรัฐครบ 1 ปี ด้วยใจเป็นธรรม เพื่อรัฐบาล-ฝ่ายค้าน นำไปปรับปรุง ด้าน "นิกร" ยัน การออกคำถาม "ประชามติ" รอบคอบ กว้างขวาง ยึดคำมั่นสัญญา ให้ได้รัฐธรมนูญฉบับของประชาชน ป้องกันวิกฤตรธน.

27 ธันวาคม 2566 นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา กล่าวถึงสถานการณ์การเมืองปี 2567 ว่า ปีหน้าประชาชนคงจะได้ติดตามการเมืองอย่างใกล้ชิด เพราะมีหลายเรื่องที่กำลังจะเข้าสู่การพิจารณาของสภาฯ เพื่อให้ประเทศเปลี่ยนแปลง เช่น เรื่องกฎหมายรัฐธรรมนูญ ที่คงมีความคืบหน้าในการทำประชามติ และสรรหาหรือเลือกกรรมการที่จะเข้ามาทำหน้าที่ร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อเสนอสภาฯ ต่อไป ดังนั้นประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นประเด็นใหญ่ของการเมืองปีหน้า

นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวอีกว่า ในปีหน้ารัฐบาลจะทำงานเกือบ 1 ปี ผลงานรัฐบาล ตลอดจนการวิพากษ์วิจารณ์ของสื่อมวลชน ประชาชนคงต้องประเมินผลทุกฝ่ายอย่างใจเป็นธรรม เพื่อจะให้ทุกฝ่ายปรับปรุงการทำงานต่อไป ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาล ฝ่ายค้าน หรือข้าราชการ เพื่อเป้าหมายที่จะทำให้ประชาชนมีความสุข ความเจริญ ให้บ้านเมืองพัฒนาต่อไปข้างหน้า

ด้าน นายนิกร จำนง โฆษกคณะกรรมการ เพื่อพิจารณาศึกษาแนวทางในการทำประชามติ เพื่อแก้ไขปัญหาความเห็นที่แตกต่าง ในเรื่องรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ชี้แจงกรณีที่เกิดข้อโต้แย้ง จากคำถามในการทำประชามติเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญของรัฐบาล ที่ถามว่า "ท่านเห็นชอบหรือไม่ที่จะมีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดยไม่แก้ไขหมวด 1 บททั่วไป หมวด 2 พระมหากษัตริย์" ว่าเป็นการมัดมือชก และยัดไส้นั้นว่า

คำถามนี้เป็นมติของคณะกรรมการชุดใหญ่ ที่ได้มาจากชุดคำถามตามข้อเสนอแนะของ คณะอนุฯรับฟังความเห็นประชาชน แบบที่ 2 คำถามที่ 1 ที่ได้รับมาจากความเห็นส่วนใหญ่จากกลุ่มประชาชน ทั้งยังเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล ที่ได้แถลงต่อรัฐสภาและประชาชนอย่างชัดเจน จากข้อตกลงร่วมกันของพรรคการเมืองก่อนเข้าร่วมรัฐบาล ซึ่งถือเป็นคำมั่นสัญญา ที่จะต้องดำเนินการเช่นเดียวกันกับ การที่จะไม่แก้ไขกฎหมายอาญา มาตรา 112 ที่ได้ให้ไว้ต่อประชาชน

เป็นการประกันความร่วมมือสนับสนุนการร่วมจัดทำรัฐธรรมนูญของประชาชนฉบับใหม่จากประชาชน ที่ได้ตอบแบบสอบถามเบื้องต้นมาตามนี้ วุฒิสภา พรรคร่วมรัฐบาล ที่สำคัญหากไม่กำหนดให้ชัดเจนไปว่าจะไม่แก้ไขในหมวด1 และหมวด2 เอาไว้นั้นอาจนำไปสู่ความขัดแย้งขึ้นต่อประเด็นดังกล่าวให้เกิดในหมู่ประชาชนขึ้นได้อีก ทั้งในระหว่างการทำประชามติและในการนำไปสอดใส้กล่าวอ้างขอแก้ไขหมวดดังกล่าวในอนาคต เมื่อมีประชามติออกมาให้จัดทำรัฐธรรมนูญใหม่

นายนิกร กล่าวว่า ที่วิจารณ์เป็นการมัดมือชก และเป็นการสอดใส้นั้น มิได้เป็นการมัดมือชก หากแต่เป็นการกระทำตามภาระกิจสำคัญให้สำเร็จลุล่วงได้อย่างเปิดเผยตรงไปตรงมาและต้องไม่สร้างปัญหาความขัดแย้งใหม่ขึ้นมาจากการนี้อีก จึงอยากสอบถามกลับไปว่าการเปิดให้กว้างในประเด็นที่เห็นแล้วว่าอ่อนไหวมากเช่นนั้นจะไม่เป็นการเปิดมือยุยงให้ประชาชนชกกันเองหรือ เราทุกคนไม่ว่าจะเป็นฝ่ายไหนก็ต้องช่วยกันป้องกันสถานะการณ์เช่นนั้นมิใช่ช่วยกันสุมไฟ และอยากจะถามกลับไปอีกว่าตกลงแล้วอยากจะแก้ไขรัฐธรรมนูญในหมวดต่างๆเพื่อประชาชนหรืออยากแก้ไขรัฐธรรมนูญเฉพาะในหมวด1 และหมวด 2 ซึ่งเป็นประเด็นเดียวกับมาตรา 112 เช่นนั้นหรือ

นายนิกร กล่าวว่า ส่วนกรณีที่นักวิชาการกังวลว่า ทำไมถึงไม่มีคำถามล่วงหน้าเกี่ยวกับการมี ส.ส.ร. มาร่างรัฐธรรมนูญนั้น ขอเรียนว่ายังไม่ถึงเวลาที่จะถามในขณะนี้ เพราะคณะกรรมการพิจารณาแล้ว เป็นการสุ่มเสี่ยงต่อการถูกร้องว่า การออกเสียงประชามตินั้นเป็นกรณีที่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 166 เพราะในขณะที่ตั้งคำถามนั้น ยังไม่มีสภาร่างรัฐธรรมนูญอยู่ในมาตรา 256 แต่อย่างใด รอไว้ให้ประชาชนมีมติให้จัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ก่อน แล้วเสนอร่างแก้ไขมาตรา 256 ในรายละเอียด แล้วจึงถามประชามติในตอนที่จำเป็นต้องถามอยู่แล้วตามรัฐธรรมนูญ อันจะเป็นการป้องกันการถูกตีตกไปตั้งแต่ต้น

การตัดสินใจในการออกคำถามดังกล่าวของคณะกรรมการ เพื่อเสนอให้คณะรัฐมนตรีตัดสินใจ ได้พิจารณาอย่างกว้างขวาง รอบคอบ รักษาคำมั่นสัญญาว่า "เพื่อให้คนไทยได้มีรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยมากขึ้น โดยยึดรูปแบบการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และไม่แก้ไขในหมวดพระมหากษัตริย์" ที่ได้ให้ไว้ต่อประชาชนให้สำเร็จลงให้ได้ ด้วยความระมัดระวัง เพื่อป้องกันมิให้เกิดปัญหาเป็นวิกฤตรัฐธรรมนูญ สร้างความขัดแย้งในหมู่ประชาชนขึ้นมาอีก

ข่าวล่าสุด