เป็นการประกันความร่วมมือสนับสนุนการร่วมจัดทำรัฐธรรมนูญของประชาชนฉบับใหม่จากประชาชน ที่ได้ตอบแบบสอบถามเบื้องต้นมาตามนี้ วุฒิสภา พรรคร่วมรัฐบาล ที่สำคัญหากไม่กำหนดให้ชัดเจนไปว่าจะไม่แก้ไขในหมวด1 และหมวด2 เอาไว้นั้นอาจนำไปสู่ความขัดแย้งขึ้นต่อประเด็นดังกล่าวให้เกิดในหมู่ประชาชนขึ้นได้อีก ทั้งในระหว่างการทำประชามติและในการนำไปสอดใส้กล่าวอ้างขอแก้ไขหมวดดังกล่าวในอนาคต เมื่อมีประชามติออกมาให้จัดทำรัฐธรรมนูญใหม่
นายนิกร กล่าวว่า ที่วิจารณ์เป็นการมัดมือชก และเป็นการสอดใส้นั้น มิได้เป็นการมัดมือชก หากแต่เป็นการกระทำตามภาระกิจสำคัญให้สำเร็จลุล่วงได้อย่างเปิดเผยตรงไปตรงมาและต้องไม่สร้างปัญหาความขัดแย้งใหม่ขึ้นมาจากการนี้อีก จึงอยากสอบถามกลับไปว่าการเปิดให้กว้างในประเด็นที่เห็นแล้วว่าอ่อนไหวมากเช่นนั้นจะไม่เป็นการเปิดมือยุยงให้ประชาชนชกกันเองหรือ เราทุกคนไม่ว่าจะเป็นฝ่ายไหนก็ต้องช่วยกันป้องกันสถานะการณ์เช่นนั้นมิใช่ช่วยกันสุมไฟ และอยากจะถามกลับไปอีกว่าตกลงแล้วอยากจะแก้ไขรัฐธรรมนูญในหมวดต่างๆเพื่อประชาชนหรืออยากแก้ไขรัฐธรรมนูญเฉพาะในหมวด1 และหมวด 2 ซึ่งเป็นประเด็นเดียวกับมาตรา 112 เช่นนั้นหรือ
นายนิกร กล่าวว่า ส่วนกรณีที่นักวิชาการกังวลว่า ทำไมถึงไม่มีคำถามล่วงหน้าเกี่ยวกับการมี ส.ส.ร. มาร่างรัฐธรรมนูญนั้น ขอเรียนว่ายังไม่ถึงเวลาที่จะถามในขณะนี้ เพราะคณะกรรมการพิจารณาแล้ว เป็นการสุ่มเสี่ยงต่อการถูกร้องว่า การออกเสียงประชามตินั้นเป็นกรณีที่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 166 เพราะในขณะที่ตั้งคำถามนั้น ยังไม่มีสภาร่างรัฐธรรมนูญอยู่ในมาตรา 256 แต่อย่างใด รอไว้ให้ประชาชนมีมติให้จัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ก่อน แล้วเสนอร่างแก้ไขมาตรา 256 ในรายละเอียด แล้วจึงถามประชามติในตอนที่จำเป็นต้องถามอยู่แล้วตามรัฐธรรมนูญ อันจะเป็นการป้องกันการถูกตีตกไปตั้งแต่ต้น
การตัดสินใจในการออกคำถามดังกล่าวของคณะกรรมการ เพื่อเสนอให้คณะรัฐมนตรีตัดสินใจ ได้พิจารณาอย่างกว้างขวาง รอบคอบ รักษาคำมั่นสัญญาว่า "เพื่อให้คนไทยได้มีรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยมากขึ้น โดยยึดรูปแบบการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และไม่แก้ไขในหมวดพระมหากษัตริย์" ที่ได้ให้ไว้ต่อประชาชนให้สำเร็จลงให้ได้ ด้วยความระมัดระวัง เพื่อป้องกันมิให้เกิดปัญหาเป็นวิกฤตรัฐธรรมนูญ สร้างความขัดแย้งในหมู่ประชาชนขึ้นมาอีก